การจักการความรู้มีหลากหลายแนวความคิดที่จะจัดการกับมัน จัดอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับตัวเองและคนรอบข้างมากที่สุด อยู่ที่ว่าแล้วแต่ใครจะจัดการกับความรู้ตัวเองอย่างไร
ชนิดของความรู้ก็ประกอบไปด้วย
1. วัตถุ 2. ทักษะ 3. กฎแห่งสามัญสำนึก
4.ประสบการณ์เป็นความรู้ที่ฝึกฝน 5. มีพรสวรรค์อยู่กับตัว
ประเภทของความรู้ก็จะมี ข้อมูล – ความรู้ – ปัญญา – ปฏิบัติ ตลอดจนประสบการณ์ของบุคลเพื่อสร้างเป็นความรู้และจัดเก็บในลักษณะของข้อมูลที่บุคคลสามารถเข้าถึงได้โดยอาศัยช่องทางต่างๆ เพื่อนำความรู้ที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงาน ก่อให้เกิดการแบ่งปันและถ่ายโอนความรู้ และในที่สุดความรู้ที่มีอยู่แพร่กระจายและไหลเวียนทั่วทั้งองค์กรอย่างสมดุล เพื่อเพิ่มความสามารถในการพัฒนาผลผลิตและองค์กร
ความรู้เราจัดเป็นความรู้ที่สามารถแสดงออกมาให้เห็นได้และอีกความรู้ก็คือเป็นความรู้แบบนัยหรือซ่อนเร้น ซึ่งแต่ละคนก็จะมีความรู้ที่แตกต่างกันไป
เกลียวความรู้ของการจัดการความรู้ก็จะเป็นการสร้างความรู้ด้วยการแบ่งปันประสบการณ์โดยพบปะกับสมาคม และพูดคุยกับผู้อื่น ยังเป็นการนำความรู้ในตัวบุคคลที่นำมาพูดคุยกันถ่ายทอดออกมาให้เป็นสิ่งที่จับต้องได้หรือเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วมีการผสมผสานความรู้ที่ชัดแจ้งมารวมกันและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆเพื่อสามานำมาปฏิบัติได้ และนำความรู้ที่คิดได้มาใหม่ไปใช้ปฏิบัติหรือลงมือทำจริงๆโดยต้องมีการฝึกคิด ฝึกแก้ปัญหา จนกลายมาเป็นความรู้และสามารถปรับปรุงตัวเองได้
กระบวนการจัดการความรู้ก็จะมีเป็นขั้นตอน ประกอบด้วย 7 ขั้นตอน 1. บ่งชี้ความรู้ 2. การสร้างและแสวงหาความรู้ 3. การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ 4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ 5. การเข้าถึงความรู้ 6. กรแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ และ7. การเรียนรู้ ซึ่งทุกคนปฏิบัติอยู่
ปัจจุบันนี้ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการความรู้ อย่างเช่น การเทคโนโลยีการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีร่วมกัน การนำอาเทคโนโลยีการจัดเก็บ ฯลฯ
การจัดการความรู้เป็นสิ่งที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว และสามารถพัฒนาต่อไปให้มีความรู้ที่ทันสมัย และสามารถกระจายให้ผู้อื่นได้รู้เช่นกัน อย่างเช่นการจัดการความรู้ในการเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในชีวิตประจำวันก็มีการพบปะผู้คนมากมายในการพูดจา การรวมกลุ่มพูดคุยในหมู่บ้านก็เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้เช่นกัน และวิธีอื่นๆอีกมากมาย