“การไม่มีพ่อแม่ก็แย่มากแล้ว ยิ่งไม่มีเอกสารด้วย ชีวิตยิ่งแย่ไปกว่า เพราะการไม่มีพ่อแม่ก็ยังพออยู่กับตัวเองได้ แต่ไม่มีเอกสารนี่ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ ต่ำต้อยและน้อยหน้าคนอื่น กลัวด้วย กลัวคนอื่นรู้ กลัวถูกตำรวจจับ บางครั้งต้องกลับมาบ้านร้องไห้กับตัวเอง”

ไข่มุก เทพรัตน์   เป็นชื่อนามสกุลที่เธอตั้งขึ้นมาตามความทรงจำอันน้อยนิดเกี่ยวกับตัวเอง ที่จำได้เพียงว่าตอนเด็กๆ มีคนเรียกเธอว่า มุก ส่วนพ่อแม่เป็นใครมีชื่อเสียงเรียงนามอย่างไรนั้นได้เลือนหายไปจากความทรงจำ..นานมากแล้ว

  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ไข่มุก ยังพอจำได้เลือนลางว่า เมื่อตอนเด็กๆ เธอเคยอาศัยอยู่  บ้านปางป๋อง   ตำบลเปียงหลวง   กิ่งอำเภอเวียงแหง   จังหวัดเชียงใหม่  พออายุประมาณ ๕-๖ ขวบ มีเพื่อนรุ่นพี่ที่อยู่หมู่บ้านเดียวกัน ชวนมาทำงานกับคนรู้จักที่จังหวัดกระบี่ เธอจึงได้เริ่มต้นการทำงานก่อนวัยอันควรในดินแดนห่างไกลบ้านเกิด ด้วยการทำงานล้างจานในร้านขายก๋วยเตี๋ยว ไข่มุกต้องอยู่ที่ร้านนั้นตามลำพังต่อมาอีกหลายปีหลังจากพี่ที่พาเธอมาจากหมู่บ้านได้ทิ้งเธอไว้ให้เผชิญชีวิตตามลำพัง จนกระทั่งได้พบกับนางระรวย แต่งงาม แขกที่มาทานอาหารที่ร้าน ซึ่งได้พูดคุยกับไข่มุกถึงเรื่องราวชีวิตที่ผ่านมา จึงเกิดความสงสารและเอ่ยปากขอรับเธอมาอุปการะ </p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ป้าระรวยมีอาชีพเป็นแม่ค้า และทำสวนไม่ได้ร่ำรวยอะไร   ไข่มุกจึงต้องช่วยทำงานทุกอย่าง   ป้าระรวยเคยคิดพาไข่มุกไปฝากเรียน แต่ไม่กล้าเพราะทราบว่าทางโรงเรียนต้องเรียกเอกสารการเกิด  แต่ไข่มุกไม่มีเอกสารใด  อย่างไรก็ตามยังโชคดีที่มีพี่แถวบ้านรู้สึกสงสาร ดังนั้นเมื่อมีเวลาว่างในแต่ละวันจึงมาช่วยสอนหนังสือให้  จนไข่มุกสามารถอ่านและเขียนหนังสือได้  </p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">แต่ไข่มุกก็ไม่ได้อยู่กับป้าระรวยนานนัก พออายุได้ ๑๐ กว่าปี ที่พอทำงานเลี้ยงตัวเองได้ ก็ขอป้ากลับไปทำงานที่จังหวัดกระบี่เหมือนเดิม เธอจำได้ว่าได้เปลี่ยนที่ทำงานหลายที่ ระยะสั้นบ้างยาวบ้าง ที่ไหนอยู่ได้นานหน่อยก็พอจำชื่อนายจ้างได้ อย่างร้านเจ๊ทิพย์ หรือที่ร้านฝรั่งที่มีภรรยาใจดีจำได้ว่าอยู่นาน</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ชีวิตที่ต้องทำงานเลี้ยงตัวเองอย่างโดดเดี่ยวของไข่มุก ได้เปลี่ยนไปเมื่อประมาณปี ๒๕๔๗ ซึ่งเธอได้รู้จักกับผู้ชายคนหนึ่งทางโทรศัพท์ หลังจากติดต่อกันระยะหนึ่งจึงได้ย้ายไปอยู่ด้วยกันที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จนหลังเหตุการณ์คลื่นสึนามิ จึงได้พากันมาอยู่ที่บ้านเกิดของสามี ที่อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา และได้เรียนรู้วิธีการทำขนมจากแม่สามีพอขายได้เล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่กล้าไปขายที่ตลาดเพราะกลัวตำรวจ ปัจจุบันจึงทำงานอยู่ที่ร้านคนรู้จัก ซึ่งทำงานหนักมาก และได้ค่าแรงน้อยกว่าคนอื่น แต่เธอก็ต้องอดทนเพราะไม่รู้จะไปหางานทำที่ไหน </p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">เรื่องราวของไข่มุกเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทำงานด้านสถานะในปี ๒๕๔๘ เมื่อสามีของเธอได้ฟังข่าวทางวิทยุชุมชนว่ามีหน่วยงานพัฒนาเอกชน คือ มูลนิธิเด็กและมูลนิธิกระจกเงา รับให้คำปรึกษาปัญหาของคนที่ไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมายสัญชาติ อยู่ที่อำเภอเขาหลัก จึงได้มาติดต่อและรับการสำรวจ รวมทั้งเข้าร่วมประชุมกับทางคณะอาจารย์ ที่โรงแรมเมอร์ลิน   ซึ่งทำให้เธอเริ่มมีความหวังในชีวิตที่จะมีบัตรประชาชนเหมือนคนอื่น  </p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ไข่มุกเล่าให้ฟังด้วยเสียงสั่นเครือว่า การไม่มีพ่อแม่ก็แย่มากแล้ว ยิ่งไม่มีเอกสารด้วย ชีวิตยิ่งแย่ไปกว่า เพราะการไม่มีพ่อแม่ก็ยังพออยู่กับตัวเองได้ แต่ไม่มีเอกสารนี่ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองผิดปกติ ต่ำต้อยและน้อยหน้าคนอื่น กลัวด้วย กลัวคนอื่นรู้ กลัวถูกตำรวจจับ บางครั้งต้องกลับมาบ้านร้องไห้กับตัวเอง</p>  <p style="text-justify: inter-cluster; margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">ความรู้สึกที่ถ่ายทอดจากประสบการณ์ความเจ็บปวดตั้งแต่เป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ จนบัดนี้เป็นสาววัยประมาณ ๒๕ ปี ของไข่มุก คงสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่า ความสำคัญของการมีตัวตนทางกฎหมาย สำหรับเด็กกำพร้าที่ต้องดิ้นรนคนหนึ่งนั้น สำคัญกว่าการมีพ่อมีแม่เสียอีก</p>