กระบวนการของ Self Learning ในจ่านกร้องเกมส์ ครั้งที่ 31

 

 

 

          ช่วงวันแข่งขันกีฬาสีปี 2554 จ่านกร้องเกมส์  ครั้งที่ 31  คือวันที่ผู้เขียนต้องทำหน้าที่หนักที่สุดวันหนึ่ง  เพราะต้องทำทั้งหน้าที่ประจำและเป็นกรรมการตัดสินคณะสี  หน้าที่ประจำ คือการควบคุมกำกับ ดูแล  พฤติกรรมนักเรียนระดับชั้น ม.3    วัยห่าม  วัยซน   วัยแห่งการค้นหา  วัยแห่งความหาญกล้าท้าทาย  และอีกหลายๆสมญา   ซึ่งไม่ค่อยมีครูท่านใดปรารถนามาใกล้ชิดนัก  ผู้เขียนรับผิดชอบงานปกครองระดับชั้นมาเป็นเวลา 16  ปีเศษ จึงมีประสบการณ์ในการวางแผนในการป้องกันและแก้ไขปัญหา  พอที่จะนำมาใช้ในทำงานสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ....ผลงานที่มองเห็นตัวชี้วัดได้ชัดเจนขึ้น  ตั้งแต่ปี 2551  คือการถ่ายทอดประสบการณ์ให้กับกรรมการห้องเรียน  ซึ่งทำให้นักเรียนเกิดทักษะการเป็นผู้นำ   ตั้งแต่ฝึกการวางแผนการทำงาน การมอบหมายหน้าที่ตามความสามารถของแต่ละคน  การสร้างทีมงาน การสังเกต  การตัดสินใจ การรู้จักการวิเคราะห์ แยกแยะและคิดอย่างมีวิจารณญาณ  การป้องกันและแก้ไขปัญหา    ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จะทำให้นักเรียนเกิดทักษะชีวิตอย่างหลากหลาย  สามารถนำไปใช้เป็นพื้นฐานการศึกษาและการประกอบอาชีพในอนาคตได้   และภาระงานใหม่ในกิจกรรมกีฬาสีปี 2554 จ่านกร้องเกมส์ ครั้งที่ 31 นี้ผู้เขียนกับทีมงานคณะกรรมการห้องเรียนระดับชั้น ม.3 ได้รับมอบหมายจากกลุ่มงานปกครองให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ตัดสินถ้วยรางวัลขวัญใจฝ่ายปกครอง  ตั้งแค่เริ่มฝึกซ้อมการแข่งขัน จนถึงวันประกาศรางวัลเมื่อการแข่งขันสิ้นสุด  ผู้เขียนและทีมงานกรรมการห้องเรียน  ได้ข้อสรุปโดยรวมที่ทำให้มองเห็น  ตัวบ่งชี้พื้นฐานที่เกิดขึ้นใน จ่านกร้องเกมส์ ครั้งที่ 31 ดังนี้

 

1.ผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี   ( กองเชียร์  เข้มแข็งอดทน  เชียร์สุดพลัง อย่างสนุกสนาน  ทุกสีได้ส่งสุดยอดนักกีฬามาแข่งขันได้ครบทุกรายการ  ความรับผิดชอบของทุกคณะสีทำให้เกิดความสำเร็จสมบูรณ์ )
2.ผู้เรียนมีคุณธรรม  จริยธรรม  และค่านิยมที่พึงประสงค์  ดี   ( กองเชียร์  เข้มแข็งอดทนบากบั่นในการทุ่มเททำงาน  ดูจากความสวยงามของขบวน  อัฒจันทร์เชียร์ที่ตกแต่งไว้อย่างอย่างสวยงาม และสื่อถึงความรักและเทิดทูนไว้ซึ่งสถาบันชาติ  ศาสน์  กษัตริย์   การรักความเป็นไทย  การมีวินัย  การใฝ่รู้หาข้อมูลมาพัฒนาการเชียร์  ทั้งอุปกรณ์และเพลงเชียร์ การใช้จ่ายอย่างประหยัดและพอเพียง การเสียสละและมีจิตสาธารณะ  ทุกคณะสีล้วนมีพฤติกรรมและการนำเสนอที่สอดคล้องกับคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตร )
3.ผู้เรียนมีความใฝ่รู้และเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ดี   (มีข้อสังเกตว่า กองเชียร์  เข้าใจเกณฑ์การให้คะแนนของกรรมการ  ทำให้เรียนรู้วิธีการสร้างสรรค์งานโดยไม่ต้องลงทุนมาก มีการแก้ไขจุดที่จะทำให้ถูกตัดคะแนน   มีทักษะในการหาข้อมูล  เพื่อลดค่าใช้จ่าย  เช่น การยืมอุปกรณ์และการขอความร่วมมือจากหน่วยงานในท้องถิ่น ทำให้งานยิ่งใหญ่และสำเร็จสมบูรณ์ มีการทำงานเป็นหมู่คณะอย่างเข้มแข็ง และมีทักษะการจัดการเวลาที่ดี)
3.ผู้เรียนคิดเป็นทำเป็น   ( กองเชียร์  และนักกีฬา วางแผนการจัดการแข่งขันได้สำเร็จสมบูรณ์ โดยไม่เกิดปัญหาให้ครูที่ปรึกษาคณะสีต้องหนักใจ  สามารถจัดระบบการทำงาน  แบ่งหน้าที่ให้รับผิดชอบและแก้ไขปัญหาภายในคณะสีได้ด้วยตนเอง  ไม่เกิดปัญหาการทะเลาะวิวาทรุนแรง  ทั้งการเชียร์และแข่งขันกีฬาอย่างรู้แพ้  รู้ชนะ  รู้อภัย  ด้วยน้ำใจของนักกีฬา)

 

          จ่านกร้องเกมส์  ครั้งที่ 31 นี้  เป็นปีที่ผู้เขียนเห็นภาพการพัฒนาผู้เรียนได้ชัดเจนกว่าทุกปีที่ผ่านมา  การพยายามแก้ไข ป้องกันปัญหา และพัฒนาผู้เรียนของงานปกครองระดับชั้น ม.3  การใช้เวลาวิพากษ์วิจารณ์ในชั้นเรียน  ทำให้เกิดความรู้ที่คงทน  ส่งผลเป็นตัวบ่งชี้พื้นฐาน  ที่อยู่ในระดับที่น่าพอใจและจะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง  ด้วยพลังของแกนนำที่เติบโตมาจากจากทรัพยากรบุคคลกลุ่มเล็กๆ ที่ทำหน้าที่กรรมการห้องเรียนมาตั้งแต่ระดับชั้น  ม.3   ซึ่งเคยได้รับการฝึกฝนภาวะผู้นำ  การประชุมอบรม  ให้ความรู้  การฝึกทักษะการคิดและการตัดสินใจ  ทำให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสำเร็จสมบูรณ์  และจะเป็นกำลังสำคัญในการทำให้ตัวบ่งชี้พื้นฐานที่กล่าวมาได้พัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป  จนถึงระดับดีมาก

  

           เมื่อโยงเข้าสู่การส่งเสริมทักษะการเรียนรู้ด้วยตนเอง  กิจกรรมกีฬาสียังนับได้ว่าเป็นวิธีการฝึกให้นักเรียนมีความรับผิดชอบในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เพราะนักเรียนสามารถแสวงหาโอกาสเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านช่องทางการเรียนรู้และสื่อต่างๆส่งผลให้เกิด Self Developmentและมีศักยภาพในการทำงานสูง  เป็นขั้นตอนของ Self Learning ที่ปรากฏในกิจกรรมจ่านกร้องเกมส์  ครั้งที่ 31  ดังนี้

 

1. ขั้นตอนการสำรวจความต้องการของสมาชิกคณะสี 

2. ขั้นตอนการสื่อสารและให้คำแนะนำ  การนำความรู้ที่ได้รับจากการสืบค้นจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆไปประยุกต์ใช้ในการซ้อมเชียร์และซ้อมกีฬา มีการมอบหมายภาระงาน และติดตามงาน  และสร้างสรรค์งาน
3. ขั้นตอนการเรียนรู้ด้วยตนเอง มีการสอบถามความคืบหน้าในการทำงานของทุกฝ่าย  การให้ข้อเสนอแนะซึ่งกัน ตลอดจนการให้กำลังใจกันเมื่อพบปัญหาและอุปสรรค
4.  ขั้นตอนการสรุปผล นำเรื่องราวที่ได้จากการเรียนรู้ไปบอกต่อให้กับรุ่นน้อง ถือว่าเป็นการถ่ายโยงความรู้ของตนไปยังรุ่นต่อไป เกิดการจัดการความรู้ (Knowledge Management) ขึ้นภายในคณะสี   สังเกตได้จากการวางแผนแบ่งความรับผิดชอบของแต่ละคณะสีที่พัฒนาเรื่องการป้องกันปัญหาการถูกตัดคะแนนอย่างเห็นได้ชัด

  

    การตัดสินกิจกรรมของแต่ละคณะสี  เพื่อมอบถ้วยรางวัลขวัญใจฝ่ายปกครองในครั้งนี้   ผู้เขียนมองเห็น Talent People  ในจ่านกร้องเกมส์  ครั้งที่ 31 ในทุกคณะสี และจะนำไปเป็นประเด็นในการสนทนาในห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนเห็นภาพ ของกระบวนการของ Self Learning ได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาตนเองต่อไป