ดังนั้น วันที่ ๙ เดือนที่ ๙ นี้ จึงเป็นวันแห่งมิ่งมหามงคล อันเป็นสัญญาลักษณ์แห่งคุณค่าจิตวิญญาณคนเมืองพะเยา จะได้ร่วมกันสร้างกิจกรรมดี ๆ ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แต่เฉพาะโครงการที่ดี ๆ เท่านั้น หากแต่งยังได้สร้างสรรค์คุณค่าแห่งตัวตนให้เกิดขึ้นในสังคมเมืองพะเยาอีกด้วย
เมื่อวานนี้ ที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๔ มีการประชุมคณะทำงานโครงการวันที่ ๙ เดือน ๙ อิ่มบุญเข้าพรรษาไหว้สาพระเจ้า ๙ วัดจังหวัดพะเยาขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา
ความว่า ทางจังหวัดพะเยา อยากให้เกิดมีโครงการดี ๆ ขึ้นในท้องถิ่น โดยอาศัยความที่เมืองพะเยาเคยเป็นอาณาจักรเก่าแก่มาก่อน โดยเริ่มจากการสร้างบ้านแปงเมืองของพ่อขุนศรีจอมธรรม ในปี พ.ศ. ๑๖๓๙ และมีความเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก ได้สั่งสมมรดกทางวัฒนธรรมไว้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการสร้างพระพุทธรูป สกุลช่างพะเยา
ดังนั้น พระพุทธรูปที่สำคัญและโดดเด่นของเมืองพะเยาจึงมีความเป็นเลิศไม่แพ้ที่ไหนเช่นกัน แม้สกุลช่างพะเยาจะคิดค้นความเป็นเอกลักษณ์ของตนเองได้ในนาม "พระพุทธรูปหินทราย" ก็ตาม แต่ความเป็นจริงแล้วพระพุทธรูปในลักษณะอื่น ๆ ก็มีอยู่มิใช่น้อย แม้แต่ "พระแก้วมรกต" สุจิตต์ วงศ์เทศ ถึงกับกล้าฟันธงว่าเป็นพระพุทธรูปสกุลช่างพะเยาเลยทีเดียว
ปัจจุบัน พระพุทธรูปที่คงอยู่ จะเป็นศิลปะสกุลช่างพะเยาหรือไม่? หรือพระพุทธรูปจะเป็นหินทรายหรือไม่? ไม่ใช่ประเด็น ในที่นี้พระพุทธรูปจะมีลักษณะอย่างไร? ไม่สำคัญเท่า สิ่งที่ยืนยันได้ดีที่สุดคือศรัทธาของมหาชนที่มีต่อพระพุทธรูปอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ของคนพะเยาต่างหาก
ในช่วงเข้าพรรรษานี้ ชาวพุทธในจังหวัดพะเยา มักจะเดินทางไปทำบุญตามวัดต่าง ๆ เพื่อถวายเทียนเข้าพรรษา ผ้าอาบน้ำฝนหรือเพื่อทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับบรรพบุรุษญาติพี่น้องที่ล่วงลับจากไป ที่ขาดเสียมิได้คือทำเพื่อความเป็นสิริมงคลให้กับตนเองและครอบครัว ตลอดจนถึงประชาชนจะได้นำหลักพุทธธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นในชีวิตประจำวันของตนเองและสังคมต่อไป
ดังนั้นโครงการนี้ จึงเป็นโครงการที่จะสร้างความเจริญเติบโตให้กับจิตใจของผู้คน ชนในจังหวัดพะเยาอีกก้าวหนึ่ง ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา จึงก้าวไปจัดทำและนำไปใช้ภายใต้ "โครงการวันที่ ๙ เดือน ๙ อิ่มบุญเข้าพรรษาไหว้สาพระเจ้า ๙ วัดจังหวัดพะเยา" โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ๔ ข้อ ดังนี้
๑)เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้ร่วมกิจกรรมสร้างบุญในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยการไปนมัสการพระพุทธรูปที่สำคัญของจังหวัดพะเยา จำนวน ๙ วัด
๒)เพื่อเป็นการปลูกฝังคุณะรรมจริยธรรมให้กับเด็ก เยาวชน ประชาชน ข้าราชการ มีจิตสำนึกที่ดี โดยมีศาสนาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต
๓)เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สถาบันครอบครัวมีความเข้มแข็ง มีความใกล้ชิดผูกพันและอื้ออาทรต่อกันมากยิ่งขึ้น
๔)เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และส่งเสริมให้ชุมชนได้ร่วมกันผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อจำหน่ายและการบริการนักท่องเที่ยว
เพื่อให้โครงการได้สัมฤทธิ์ผลดังใจปรารถนาตามภารกิจที่ได้ตั้งเอาไว้ ทางคณะกรรมการได้กำหนดสุดยอดพระพุทธรูปเมืองพะเยาจำนวน ๙ องค์ ๙ วัด ดังนี้
๑.พระเจ้ายั้งย้อง วัดยั้งย้อง อำเภอเมืองพะเยา
๒.พระเจ้าทันใจ วัดศรีชุม อำเภอดอกคำใต้
๓.พระเจ้าไม้สักทอง วัดนันตาราม อำเภอเชียงคำ
๔.พระเจ้านั่งดิน วัดพระนั่งดิน อำเภอเชียงคำ
๕.พระเจ้าทองสัมฤทธิ์ วัดศรีบุญชุม อำเภอแม่ใจ
๖.พระเจ้าทองทิพย์ วัดศรีสุพรรณ อำเภอแม่ใจ
๗.พระเจ้าล้านตื้อ วัดศรีอุโมงค์คำ อำเภอเมือง
๘.หลวงพ่อศิลา วัดติโลกอาราม(วัดที่มีการเวียนเทียนกลางกว๊านพะเยาหนึ่งเดียวในโลก) อำเภอเมือง
๙.พระเจ้าตนหลวง วัดศรีโคมคำ อำเภอเมือง
ดังนั้น วันที่ ๙ เดือนที่ ๙ นี้ จึงเป็นวันแห่งมิ่งมหามงคล อันเป็นสัญลักษณ์แห่งคุณค่าจิตวิญญาณคนเมืองพะเยา จะได้ร่วมกันสร้างกิจกรรมดี ๆ ให้เกิดขึ้น ไม่ใช่แต่เฉพาะโครงการที่น่าปรบมือให้นี้เท่านั้น หากแต่งยังได้สร้างสรรค์คุณค่าแห่งตัวตนให้เกิดขึ้นในสังคมเมืองพะเยาอีกด้วย
กราบนมัสการครับ ท่านอาจารย์
เดือน 9 ที่ว่า หมายถึงเดือน กันยายน หรือเปล่าครับ?
หรือว่าเดือน 9 ของเมืองเหนือ?
เจริญพรคุณโยมอักขณิช เดือน ๙ คือเดือนกันยายนที่จะถึงนี้
เพราะอยู่ในช่วงพรรษาพอดี เป็นแนวคิดของวัฒนธรรมจังหวัด
คิดว่าน่าจะเป็นนโยบายส่วนกลางมากกว่า