ผมสังเกตว่า คนที่มีความทุกข์นั้น นอกจากเราจะแบกทุกข์ของตัวเองแล้ว ยังแบกทั้งทุกข์และความทุกข์ของคนรอบข้าง ของชุมชน ของสังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา แล้วเราจะ "พ้นทุกข์" ได้อย่างไร

ในระยะหลายวันที่ผ่านมา ผมได้พยายามจัดระบบความรู้ของตัวเอง ทั้งโดยการพิจารณาไต่ตรอง สรุปบทเรียน ซักถาม พูดคุย และสนทนาธรรม ใน "กลุ่มเพื่อน" หลากหลายกลุ่ม หลายมิติทางสังคม ที่มีจุดประกายความคิดร่วม หรือมีจริตในมิตินั้นๆ ใกล้เคียงกัน ที่พอจะคุยกันได้โดยวงไม่แตกก่อนสนทนาจบ

ก็ได้ประเด็นหลักๆ ว่า

คนที่มีความทุกข์นั้น

  • ได้เกิดมาใน "กองทุกข์" (กลไกของธรรมชาติ) โดยปกติ ธรรมดา แบบ "ธรรมชาติ"
    • ที่ถ้าเรา "ไม่แบก" ก็คงไม่มีความทุกข์
    • แต่คนเราส่วนใหญ่ ก็ยังชอบ "แบก" แบบไม่ยอมวาง
    • จึงเป็น "ผลกรรม" สืบเนื่อง แบบ "อิทัปปัจจยตา" 
    • ที่จะต้องมาพยายามเรียนรู้เพื่อจะอยู่กับมัน "อย่างไม่ทุกข์"
  • ที่เป็นสิ่งที่ทำให้เรามี "ภาระ" ที่จะต้องเรียนรู้เพื่ออยู่กับสิ่งธรรมชาติเหล่านี้ ทั้ง เกิด แก่ เจ็บ และตาย
  • ที่ดูเหมือนจะเป็น "ความทุกข์" ของคนส่วนใหญ่
  • ที่หลงผิดไป "แบกโลก" แบบ "วางไม่เป็น" ทั้งๆที่ ตัวเองก็ยอมรับว่า "แบกไม่ไหว"
  • แล้วจะไม่มี "ความทุกข์" ได้อย่างไร

นอกจากเราจะแบกทุกข์พื้นฐานของตัวเองแล้ว คนที่ยังหลงทางส่วนใหญ่(รวมทั้งผม) ยังรับอาสา ทั้งทางตรง ทางอ้อม ทั้งรู้ตัว และไม่รู้ตัว ทั้งเจตนาและไม่เจตนา แบกทุกข์ของคนรอบข้าง ของชุมชน ของสังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าไปอย่างไม่ลืมหูลืมตา

แล้วเราจะ "พ้นทุกข์" ได้อย่างไร

มาถึงจุดนี้ คนที่กำลังหลงทาง หลงแบก (แบบแบกไม่ไหว วางไม่เป็นนั่นแหละ) ก็จะถามว่า

งั้นเราก็อยู่อย่างไม่สนใจใคร ไม่มีความรับผิดชอบนะซิ

  • ที่ทำให้กลับมาฉุกคิด และน่าคิดมาก ว่า
    • ความจริงแท้นั้น มันเป็นเช่นนั้นเสมอไป
    • หรือ ความคิดนี้เป็นเพียง "ความจริงเสมือน"
    • ที่มีอะไรที่ "จริงแท้กว่า" และดีกว่านั้น

เมื่อมีประเด็นสงสัย ผมจึงย้อนกลับมาคิดคำนึงถึง "ครูธรรมชาติ" ของผม ที่มีตัวอย่างที่เป็นจริง

  • ให้เราเรียนอย่างไม่หลอกลวง (ถ้าเราไม่หลอกตัวเอง) และ
  • ไม่จบสิ้น (ถ้าเราไม่หยุดเรียน)

คือ

สรรพสิ่งที่มี ที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติ ไม่ว่า พิช หรือสัตว์ต่างๆ ที่ดำรงอยู่ แบบเพื่อนร่วมกองทุกข์ อย่างพึ่งพาอาศัยกัน

  • โดยการทำหน้าที่ของตนเอง แบบ "ไม่แบกทุกข์ของใคร"
  • โดยเพียงทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ครบถ้วน สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่ทำได้
  • แค่ไหน ก็แค่นั้น
  • แล้วสิ่งที่อยู่รอบข้างก็จะได้ประโยชน์และพึ่งพากันได้ "โดยธรรมชาติ"
  • รวมทั้งมนุษย์เอง ก็พึ่งพาสรรพสิ่งเหล่านี้ได้ดีมาตลอด

ที่สรรพสิ่งเหล่านั้น น่าจะอยู่ในกองทุกข์ "เกิดแก่เจ็บตาย" อย่างไม่มีความทุกข์ ไม่มีความเดือดร้อน ไม่ลำบาก ทำได้แค่ไหนก็พอใจแค่นั้น

  • ที่เราควรนำมาปรับใช้ให้ "ถูกต้อง" โดยการทำ "หน้าที่" ให้ครบถ้วน ถูกต้อง
  • แล้วเราไม่น่าจะมี "ความทุกข์" แม้เราจะอยู่ใน "กองทุกข์" ของกระบวนการของธรรมชาติ

ซึ่งประมาณว่า เราก็ไม่ต้องมี "ความทุกข์" จากการ "แบกทุกข์" ของคนอื่น ของสังคม ของสิ่งแวดล้อม

แต่ก็สามารถทำหน้าที่ของตนเองอย่างถูกต้อง สมบูรณ์ที่สุด เท่าที่จะทำได้ โดย "ไม่ทุกข์"

ผมกำลังคิด และจัดระบบความคิดในเรื่องนี้ และนำมาบันทึกช่วยจำ กันหลงลืม และเผื่อจะเป็นประโยชน์กับผู้เป็นผู้ร่วม "กองทุกข์" เพื่อจะได้ลด "ความทุกข์" ลงครับ