เรารักงานที่เรากำลังทำอยู่หรือเปล่าครับ ถ้าเรามีความรักในงานที่เราทำ เวลาเราทำงานเราจะไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้สึกท้อแท้ ตรงกันย้าม เราจะรู้สึกสนุกกับการทำงานนั้น แม้ว่างานที่เราทำจะมีปัญหามากมายเพียงใดก็ตาม จริงๆ พอเรารู้สึกสนุกกับงานทำงาน เราจะไม่รู้เหนื่อย ไม่รู้สึกว่าต้องลุกขึ้นมาทำงาน แต่เราจะรู้สึกว่างานคือส่วนหนึ่งของชีวิต ทำงานก็เหมือนกับกินข้าว ทำงานก็เหมือนกับเราอาบน้ำ มันคือส่วนหนึ่งที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของเรา
เขียนจั่วหัวไว้ซะยาว จริงๆต้องการจะบ่นเรื่องที่ผมไปประสบพบมา ซึ่งเป็นเรื่องของการทำงานนี่แหละครับ ผมได้เห็นมาจากพนักงานหลากหลายตำแหน่งมากมายครับ ที่เวลาถามว่าชอบ หรือ รักงานที่ทำหรือไม่ คำตอบที่ได้ก็ตอบว่ารัก และชอบ แต่การกระทำกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ
- พนักงานที่ให้บริการลูกค้า พออยู่ลับหลังลูกค้า ก็พูดว่า “อีนี่เรื่องมากซะจริงๆเลย!!” หรือ “ไม่รู้จะเอาอะไรกันนักกันหนา” หรือ
- พ่อครัวหลังจากที่ได้รับคำตำหนิอย่างรุนแรงจากลูกค้าว่าทำอาหารไม่สะอาด และไม่ระมัดระวัง ก็เลยใส่สูตรเด็ดให้ลูกค้าโดยผสมน้ำในปากตนเองลงไปในอาหารจานใหม่ ให้ลูกค้าคนนั้นแทน
- หรือ พนักงานบางคนทำงานตามคำสั่งอย่างเป๊ะๆ ไม่เคยคิดต่อยอดงานให้ดีขึ้นเลย นายสั่งอะไร ก็มักจะได้อย่างนั้น
- บางคนต้องส่งงานลูกค้าวันนี้แล้ว แต่พอถึงเวลาเลิกงาน ก็ไม่สนใจงาน เพราะมีนัดฉลองกับเพื่อน นายกับลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า ไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจมากนัก
- บางคนเวลาลูกค้าเรียกใช้บริการ ก็ชักสีหน้าไม่พอใจทันที
- บางคนเอาเฟอร์นิเจอร์มาส่งที่บ้าน ประกอบแบบขอไปที โต๊ะก็เลยเบี้ยว พอสั่งให้ทำใหม่ ก็ไม่พอใจ
- ผู้ขายบางรายจ่ายเงินให้ไปแล้ว จากนั้นก็ดึงงานให้ช้าลง เพราะต้องเอาคนไปทำงานให้ที่อื่นที่เขายังไม่ได้จ่ายเงิน แบบนี้เรียกว่าได้เงินแล้วชิ่ง
- ฯลฯ มีอีกเยอะครับที่เคยพบมากับตัวเอง ท่านผู้อ่านรู้สึกอย่างไรกันบ้าง
เราเองทำงานแบบนั้นกันอยู่หรือเปล่า โดยทั่วไปถ้าคนที่มีจิตใจรักในงานที่ตนเองทำ ก็มักจะมีความเข้าใจลูกค้า และบุคคลอื่นที่เราติดต่อด้วย เพราะเขาจะเข้าใจว่านี่คือธรรมชาติของงานที่เราต้องเจอในการทำงานแบบนี้ ดังนั้นเรามาหาทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้จะดีกว่ามั้ย สังเกตว่าเขาจะคิดล่วงหน้าไปก่อน เพื่อให้ผลงานดีขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ทำงานแบบขอไปที หรือแบบทำไปวันๆ
ถ้าเราอยากให้ผลงานของเราเข้า ตานายของเรา อยากให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจในการให้บริการของเรา หรืออยากให้คนอื่นรู้สึกชื่มชมในสิ่งที่เราทำ ฯลฯ สิ่งที่เราจะต้องทำนั้นง่ายมากครับ ไม่ต้องลงทุนอะไรเลยครับ สตางค์สักบาทก็ไม่เสีย แต่จะให้ผลที่ดีกับตัวเราอย่างเกินความคาดหมายครับ สิ่งนั้นก็คือ
“การใส่หัวใจลงในงานที่เราทำครับ”
ให้ความรัก ความเอาใจใส่ในงาน ให้เกียรติงานที่เราทำ แล้วเราจะทำงานอย่างมีความสุข แม้ว่าจะมีปัญหาเยอะ แต่ก็มีความสุขในใจลึกๆ อยู่ดีที่ได้ทำงานที่เรารัก
ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านบล๊อกผมส่วนใหญ่เป็นคนที่รัก และใส่หัวใจลงในงานที่เราทำ ใช่มั้ยครับ
ขอบคุณคุณประคัลภ์นะค่ะ ที่จุดประเด็นนี้ขึ้นมา
ดิฉันอยากจะเสริมว่านอกเหนือจากใส่ใจตัวเองแล้ว คนทำงานคงต้องอาศัยการพึงพาตนเอง นั่นคือ การสร้างกำลังใจให้ตนเอง และพยายาม motivate ตัวอย่างอยู่ตลอดเวลาค่ะ
หากคุณประคัลภ์ พอมีเคสตัวอย่างแนวนี้ อยากจะขอให้เขียนบันทึกเล่าสักนิดนึงนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ ^_^