ก็ยังเหลือธาตุฟอสฟอรัสอีกตัวในวัฎจักรชีวเคมีธรณีที่ยังไม่รู้จักมันเท่าไร ที่รู้แล้วก็มีว่า เมื่อไรมีมากมันทำให้เกิดสภาพแอลจีบลูม
ผู้รู้เขาบอกว่า ฟอสฟอรัสในธรรมชาติมีอยู่น้อยมาก ที่สำคัญเพราะว่ามันเป็นธาตุที่ใช้สร้าง DNA, RNA และส่วนเล็กๆในสิ่งมีชีวิตที่ทำหน้าที่สร้างพลังงานให้อยู่รอดที่เรียกว่า ATP รวมไปถึงโครงสร้างที่แข็งแรงอย่างเช่นกระดูกและฟัน
ส่วนใหญ่มันอยู่ในรูปของสารประกอบฟอสเฟต ละลายอยู่ในน้ำเป็นสารแขวนลอย ปนอยู่ในตะกอนดินก้นบ่อ ปนอยู่ในดินในรูปของหินหรือแร่ฟอสเฟต ส่วนที่ละลายน้ำอยู่พืชก็นำไปใช้ แล้วถ่ายทอดต่อๆไปตามวงจรของห่วงโซ่อาหาร เข้าไปอยู่ในตัวของสิ่งมีชีวิต
ในน้ำธรรมชาติและน้ำเสียฟอสฟอรัสจะอยู่ในรูปของฟอสเฟต มีรูปแบบอยู่ 3 กลุ่ม คือ ออร์โธฟอสเฟต, คอนเดนซ์ฟอสเฟต (โพลีฟอสเฟตต่างๆ) และสารอินทรีย์ฟอสเฟต น้ำที่มีฟอสเฟตสูงเปลี่ยนสีได้
ออโธฟอสเฟต เกิดจากฟอสฟอรัสอินทรีย์ ที่ถูกย่อยสลายด้วยกรดเข้มข้นอย่างแรง
คอนเดนซ์ฟอสเฟต เป็นฟอสฟอรัสที่เกิดจากการเปลี่ยนรูปทางเคมีด้วยกรด และกลายเป็นออร์โธฟอสเฟตได้เมื่ออยู่ในน้ำที่อุณหภูมิน้ำเดือด
สารอินทรีย์ฟอสเฟต และออโธฟอสเฟตมีทั้งละลายน้ำได้และแขวนลอยในน้ำ
เพราะฟอสฟอรัสมีจำนวนน้อย จึงมีการหมุนเวียนใช้อยู่ระหว่างสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในปริมาณที่จำกัด และกลายเป็นปัจจัยที่ไปจำกัดจำนวนสิ่งมีชีวิตหลายชนิดไปด้วย
ฟอสเฟตในผงซักฟอกช่วยลดความกระด้างของน้ำ ผงซักฟอกที่ล้างลงในท่อ หากสะสมก็เป็นอาหารที่สาหร่ายและพืชชั้นต่ำอื่นๆชอบ สาหร่ายและพืชชั้นต่ำจะเติบโตและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้สีของน้ำเปลี่ยนแปลงไปตามสีของมัน
พูดถึงกลิ่นผู้รู้เขาบอกว่า กลิ่นของน้ำก็เป็นสัญญาณบอกเหตุว่าน้ำกำลังจะเปลี่ยนสี มีการย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนเกิดในน้ำ
น้ำเปลี่ยนสีที่ว่านี้ จะน้ำจืด น้ำเค็ม น้ำพุร้อน พบได้หมด
สาหร่ายที่พบจะเป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ซึ่งสังเคราะห์แสงให้ออกซิเจน เปลี่ยนสีของเซลล์และตรึงไนโตรเจนได้
กลิ่นโคลนในตัวสัตว์น้ำ กลิ่นน้ำและรสน้ำที่แปลกแปร่ง ก็เป็นกลิ่นอีกแบบที่บอกว่าน้ำเปลี่ยนสีแล้ว
ในน้ำที่เปลี่ยนสีมีสารที่ก่อความเป็นพิษต่อระบบประสาทและตับอยู่ด้วย น้ำนี้สร้างความรำคาญ เช่น คันผิวหนัง เป็นผื่น หรือ บวมได้ด้วย
ถ้าใช้กลิ่นเป็นตัวบอกเหตุ น้ำใต้ถุนตึกที่ส่งกลิ่นก็น่าจะมีสาหร่ายพวกนี้เติบโตอยู่ ในตึกมีการล้างห้องน้ำและใช้ผงซักฟอกทุกวัน จึงมีความเป็นไปได้ที่จะมีฟอสเฟตปนในน้ำขังจนทำให้น้ำเปลี่ยนสีได้ อย่างนี้ที่คนงานผิวหนังอักเสบ ผู้รายตัวจริงก็อาจจะเป็นพิษที่สาหร่ายสร้างขึ้นก็เป็นได้
11 สิงหาคม 2554
I did at one time use rust (iron oxide) to test for phosphorus in water.
(if the 'reddish brown rust' turns 'black', we have 'lot of' phosphorus.)
The test (chemical reactions) also reduced phosphorus (in water) too.
But, it is not easy for me to find enough 'rust'.
And to make measurements of amount of phosphorus.
Sigh ;-)