ถึงฤดูกาลของทุเรียนอีกแล้วค่ะ ... นอกจากทุเรียนพันธุ์ดีที่มีขายกันทั่วๆไปอย่าง พันธุ์หมอนทอง, ก้านยาว, ชะนี ฯ ยังมีอีกหนึ่งของพันธุ์ทุเรียน ที่ไม่ใช่ทุเรียนพันธุ์ นั่นคือ ...ทุเรียนบ้าน
ทุเรียนบ้าน(เรียนบ้าน) เป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองดั้งเดิมที่มีในสวนของเราแต่ละต้นนั้นสูงลิบลิ่วสูงเทียบเทียมกับภูเขาหินอ่อนที่ตั้งอยู่หน้าบ้าน
•ทุเรียนบ้านยามนี้ที่สุก จะร่วงหล่นจากขั้วต้น ดัง ตุบ ตุบ ...
ตอนเป็นเด็กเมื่อได้ยินเสียงนี้ก็จะวิ่งไปเก็บ มาแบ่งกันกิน สนุกสนาน บ้างบางวันไม่อยากกิน จึงไม่อยากไปเก็บ แต่ต้องเก็บมาตามหน้าที่ ด้วยที่เราตัวเล็กๆผอมๆ เรี่ยวแรงมีน้อย ทุเรียนลูกสองลูกก็ไม่เป็นไร แต่ถ้ามากมายแสนจะเมื่อยล้ากว่าจะเดินถึงบ้าน “โอ้ย! เมื่อยมือ...” หยิบวาง หยิบวางกว่าจะถึงบ้าน บ้างเกี่ยงกันกับพี่น้อง...(นึกถึงความหลังครั้งเยาว์ค่ะ)
ต้นทุเรียนขนาดต้นใหญ่ที่มีอยู่ในสวนของเรา ทุเรียนทุกต้นมีชื่อด้วยน่ะค่ะ
เช่น ต้นที่อยู่บนเนินข้างถนน ชื่อว่า “ไอ้หน้าโคก” ต้นที่มีกระเช้าสีดาแกะอยู่ ชื่อ “ไอ้สีดา” ต้นนั้นลูกไม่ค่อยจะหล่น จนผลแตกอ้างอยู่บนต้น ชื่อ “ไอ้ขี้แตก” ส่วนต้นนั้นอยู่ใกล้จอมปลวก ชื่อ “ไอ้ปลวก” ต้นนี้ลูกสีเขียว ก็ชื่อ “ไอ้เขียว” เมื่อคิดๆไปแล้วมีหลายต้นเชียวค่ะ ลืมๆ นั่งทบทวนดู ก็มีอีก“ไอ้หอยโข่ง, ไอ้เผือก, ไอ้ขี้หมิ้น, ไอ้หัวลำโพง,ไอ้โด๋ด้วน, ฯ จำไม่ได้แล้ว...
ตอนนี้ทุเรียนบ้านที่สวนของเราก็เหลือไม่กี่ต้น ด้วยเหตุของความชราค่ะ ต้นเริ่มตายด้วยธรรมชาติปลวกกินบ้าง บ้างยืนต้นตาย ...
ราคาของทุเรียนบ้านนั้นตกต่ำ ชาวบ้านต่างพากันโค่นขายไม้ทุเรียนหันมาปลูกพืชชนิดอื่นๆกัน เห็นรถบรรทุกไม้วิ่งผ่านไปก็อดเศร้าใจไม่ได้ นั่นต้นทุเรียนบ้านนี่...
เจ้าของสวนบอกว่า “ไม่โร้ไว้ทำไรมันหาหม้ายราคา เรียนโถ้กอิตาย” จึงทำการโค่นขายแล้วปลูกอย่างอื่นแทน...
ฉันจึงคุยกับพี่ชายว่า “เราน่าจะปลูกทุเรียนบ้านเพิ่มบ้างจะได้เก็บพันธุ์ทุเรียนบ้านไว้” ปีนี้ฉันมีแนวร่วมค่ะ พี่ชายเธอกลับมาอยู่บ้านสวน เราช่วยกันจัดสรรพืชผลที่เตี่ยปลูกไว้ให้ อย่างคุ้มค่า ...
•แม่ถือตะกร้าไปเก็บทุเรียน แต่เยอะไปหน่อยเลยต้องเดินกลับมาเอารถเข็นค่ะ
ได้จังหวะพอดีที่ฉันถือกล้องออกมาจะเก็บภาพธรรมชาติที่หน้าบ้านยามเช้าพอดี
จึงได้บันทึกภาพนี้ไว้...
•เป็นทุเรียนบ้านที่เก็บได้จากต้นใหญ่ในภาพนั่นเองค่ะ

•ทุเรียนบ้านแต่ละต้น ผิวและผลนั้นจะไม่เหมือนกัน
ผลของทุเรียนบ้านนั้นได้รับการออกแบบจากธรรมชาติ ราวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์แห่งธรรมชาติชั้นเยี่ยม ที่ทนทานต่อการกระทบกระแทกได้ดี แม้จะหล่นมาจากที่สูงลิบลิ่ว กระทบกิ่งไม้และรากไม้ใหญ่บ้างก็ยังไม่บุบสลาย เนื้อด้านในยังไม่ช้ำ...

•ดูด้านใน...เนื้อทุเรียนบ้าน
เนื้อทุเรียนบ้านแต่ละต้นสีต่างกัน เนื้อสัมผัสหยาบนุ่มก็ต่าง ส่วนรสชาตินั้นบางต้นก็ออกขมๆ บางต้นก็กลมกล่อมหวานละมุน เมื่อเปรียบเทียบกับทุเรียนพันธุ์ดี จะเห็นได้ชัดเจนว่า ทุเรียนบ้านนั้นจะมีเนื้อน้อยเนื้อบางบ้างเห็นเมล็ด

•เตรียมเนื้อทุเรียน...สำหรับแปรรูปเป็นทุเรียนกวนค่ะ
ปีนี้เหตุการณ์บ้านเมืองชายแดนใต้ยังไม่มีที่ท่าว่าจะดีขึ้น ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเข้ามารับซื้อทุเรียนสดอย่างเช่นเมื่อก่อน เราจึงต้องแปรรูปทำทุเรียนกวนและหาตลาดขายกันเอง ... จึงไม่มีทุเรียนบ้านเหลือทิ้งค่ะ
จากบันทึกเก่า ที่ได้บันทึกไว้
ถึงเรื่องราว ของ " ทุเรียนกวน ช่วยเพิ่มรายได้ให้ชาวสวนทุเรียน
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านบันทึกน่ะค่ะ
ขอให้มีความสุข สวัสดีค่ะ :)
..................
ขอเสนอให้ ปรับเปลี่ยนชื่อ หลายต้นเลยครับ เพื่อความเป็นสากล นะครับ
พี่หนูรึคะ
หนูนี่แหละ แฟนพันธุ์แท้ที่ชอบกินทุเรียนบ้านม๊ากก ขนาดที่ว่าขอแบบขมๆ หวานๆ โดนใจสุดๆ คงต้องช่วยกันอนุรักษ์นะค่ะ เกรงว่าจะสูญหาย นี่ถ้ามีที่ดิินคงจะปลูกด้วยเช่นกัน ไม่อยากให้มันหายไปค่ะ ^_^
สวัสดีน้องหนูรี ร่วมสมัยแล้วหล่าวเรา
ไอ้เผือก กับไอ้ขมิ้น ตั้งชื่อตามสีของยุม อีกชื่ที่ยังไม่มี คือ อ้ายโดก (ทุกสวนจะมีชื่ออ้ายโดก ความที่ไม่มีเหยื่อหุ้มเม็ด จึงตั้งชื่อว่า อ้าขี้โดก ......ชอบกินทุเรียนบ้านมากกว่าทุเรียนพันธ์ แต่ทุเรียนบ้านนอกจากขี้โดกแล้วแล้วมักเป็นข้าวเย็น
ชอบน้ำกระทิสดทุเรียนบ้าน
ที่ พังงาแถวๆท้ายเหมืองมีทุเรียนบ้าน ราคาดีกว่าเรียนพันธ์ ลองติดต่อท่านอัยการชาวเกาะหาพัยธ์นี้มาปลูกเพิ่ม
ขอส่งเสริมเรียนบ้านๆครับ
ขอขอบคุณทุกท่านน่ะค่ะ ที่แวะมาช่วยเป็นแนวร่วมอนุรักษ์พันธุ์ทุเรียนบ้านกับบันทึกนี้ มรดกรุ่นปู่ย่า นั้นมีความหมาย "ถึงความรักความผูกพันจากรุ่นสู่รุ่น การปลูกพืชผลไม้เพื่อให้ลูกหลานได้มีกินมีใช้ตลอดไปอย่างยั่งยืน" ...หากเราคนรุ่นหลังไม่ช่วยกันอนุรักษ์ไว้นับวันก็จะจางหายไป :)
ขอให้มีความสุขน่ะค่ะ
เพิ่งทราบว่า ทุเรียนมีชื่อด้วย :-)
แสดงถึงความผูกพัน คนปลูกกับต้นไม้ได้อย่างดีเลยคะ
เรียนท่านอ.โสภณ เปียสนิทค่ะ
คุณแม่พี่ท่านยังแข็งแรงค่ะ ... ไม่ชอบอยู่นิ่งๆจึงต้องยอมให้ทำในสิ่งที่ท่านอยากทำเอง ชอบปลูกพืชผัก บางครั้งไม่ได้ขายไม่ได้กิน(เพราะแมลงกินหมด)ก็ไม่เป็นไรให้ปลูกไปค่ะ จะได้ไม่เครียด หากห้ามไม่ให้ทำวันไหนก็จะนั่งหน้าเครียดด้วยเหตุเบื่อที่จะนั่งๆนอนๆ:)
บางคนจะไม่ชอบทุเรียนก็จะร้องยี้ ... ใครที่ไม่ชอบทุเรียนไปบ้านสวนของพี่ช่วงนี้คงไม่มีความสุข อิอิ... เพราะกลิ่นทุเรียนตลบอบอวลเชียวค่ะ
ปล.เปลี่ยนรูปใหม่สวยค่ะ ^^
ขอบคุณที่มาเพิ่มเติมสรรพคุณของเรียนบ้านให้น่ะค่ะ
"ทุเรียนบ้านนอกจากขี้โดกแล้วแล้วมักเป็นข้าวเย็น"
*ภาคภาษาแปล
สวัสดีค่ะคุณCMUpal
"ใช่ค่ะแสดงถึงความผูกพัน คนปลูกกับต้นไม้"
การตั้งชื่อจะตั้งตามลักษณ์เด่นของทุเรียนแต่ละต้นค่ะ
การตั้งชื่อและมีชื่อเรียกเพื่อจะได้บ่งชี้ว่า ... เก็บจากต้นไหนมาแล้วบ้าง เมื่อบอกชื่อก็เป็นที่เข้าใจตรงกัน
ขอบคุณน่ะค่ะที่แวะมาเยี่ยมชมบันทึก^_^
น่ากินจังครับ..พี่หนูรี
เห็นภาพ...อ่านคำบรรยายแล้ว...เหมือนได้กลิ่นไปด้วย
แต่ยังไม่เคยกินเลย...พันธุ์บ้านแบบนี้
อยากกินจัง
เก็บเอาไปฝันว่าได้กินแล้วกัน
ราตรีสวัสดิ์นะคะ...คุณหนูรี
สวัสดีครับ แวะมาชิมทุเรียนบ้าน ในยามดึกครับ...
หากไม่ไกลกันด้วยระยะทางพี่อยากจะให้ได้ชิมกันทั่วหน้า^__^
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมน่ะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณหมอทพญ.ธิรัมภา
อยากให้ได้ชิมจัง มีโอกาสแวะมาปักษ์ใต้น่ะค่ะ^^
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณพาดีซอ
ทุเรียนห้ามกินยามดึกน่ะค่ะ เดี๋ยวจะอ้วน...
ปล. ต้องกินเป็นอาหารเช้า อิอิ...
ขอขอบคุณน่ะค่ะที่แวะมาฝากดอกไม้ให้
พักนี้หนูรีไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมหลายบันทึกเลยค่ะ ยุ่งๆน่ะค่ะ ไม่ค่อยได้อ่านบันทึกจึงไม่อยากเม้นท์ ว่างๆจะตามไปอ่านย้อนหลังน่ะค่ะ
ระลึกถึงเสมอค่ะ ^_^
ตามกลิ่นมาดมทุเรียนบ้านด้วยคนค่ะ แฟนพันธุ์แท้ทุเรียนบ้านน่าจะรวมตัวกันบ้านพี่หนูรีสักวัน (เอาให้หนำใจ) อิอิ
ด้วยความยินดีค่ะน้อง แต่ต้องรีบๆน่ะค่ะ ทุเรียนหล่นเร็วแป๊บเดียวเกลี้ยงต้น ตอนนี้เริ่มๆจะวายแล้วค่ะ หลังจากนี้ก็ตามด้วยชะนี ก้านยาวและหมอนทองท้ายสุดค่ะ:)