ภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง (Innovate Leadership Skills Development : ILSD.)

“ภาวะผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง”  (Innovate Leadership Skills Development : ILSD.)

โขลงช้างย่อมมีพญาสาร (สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6.)

โขลงช้างย่อมมีพญาสาร       ปกป้องบริวารทั้งหลาย

ฝูงโคขุนโคก็เป็นนาย               มุ่งหมายนำพวกไปหากิน

   ฝูงหงส์มีเหมราชา                สกุณามีขุนปักษิน

เทวายังมีสักริน                        เป็นปิ่นเทวัญชั้นฟ้า

   เหล่าคนจะตั้งเป็นคณะ         ต่างจะคิดเกะกะตามประสา

จะตั้งอยู่ได้ดีกี่เวลา                  ดูน่าจะดับอับจน

   จำเป็นต้องมีหัวหน้า             กะการบัญชาให้เป็นผล

กองทัพบริบูรณ์ผู้คน               ไม่มีจุมพลจะสู้ใคร

เพราะฉะนั้นควรเราเคารพ    นอบนบท่านผู้เป็นใหญ่

บังคับบัญชาการใด                    ทำให้สำเร็จดั่งจำนง

   ผู้ใหญ่มีใจกรุณา                    แม้นข้าทำดีดั่งประสงค์

บำเหน็จแจกให้ดั่งใจจง             ท่านให้มั่นคงจงรัก

   แม้ใครทำผิดพลาดพลั้ง         ท่านก็ยังไม่ลงโทษหนัก

อุตส่าห์เป็นห่วงท้วงทัก             ชี้โทษให้ประจักษ์แจ้งใจ

   จำเป็นต้องลงอาญา               ใช่ว่าโกรธเคืองก็หาไม่

ท่านต้องมั่นคงตรงไว้                รักษาวินัยให้เที่ยงธรรม์

   เพราะฉะนั้นควรเราผู้น้อย    ต้องคอยปฏิบัติตามทุกสิ่งสรรพ์

คงจักเจริญสุขทุกวัน                 เกษมสันต์ร่มเย็นเป็นนิจ

ข้อพึงระมัดระวังเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านการบริหารจัดการ

C  Strategy for Fatal Mistakes  

CAR                : รถป้ายแดง

CREDIT CARD      :   เงินพลาสติก

CELLULAR            :   โทรศัพท์มือถือ

CLUB                       :   สถานเริงรมย์

CHIVAS                  :  เครื่องดื่มแสนแพง

CONDOMINIUM  :  คอนโดมิเนียม

CHANGE MANAGEMENT

“เป้าหมายหลักของการบริหาร” ค ว า ม อ ยู่ ร อ ด แ ล ะ เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต (S U R V I V A L   &  G R O W T H )

ความมีประสิทธิภาพ (Efficiency) หลากหลายมุมมอง

1. การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด อย่างประหยัด และให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2. การทำงานให้ถูกต้อง รวดเร็ว บริการประทับใจลูกค้า

3. ความสำเร็จของธุรกิจ ผลกำไรที่ได้รับ มากกว่าเงินลงทุน

4. ประสิทธิภาพ คือ “การที่ทุกคน ขยันขันแข็ง ร่วมคิด ร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำงาน”

E     =       O / I   +  Q  +  S

E =  Efficiency       :   ประสิทธิภาพ

O =  Output           :   ผลผลิตสินค้า และบริการ

I   =  Input             :   ปัจจัยนำเข้า ทรัพยากรต่าง ๆ

Q  =  Quality         :   คุณภาพ (ความเป็นหนึ่ง ได้มาตรฐาน)

S   =  Satisfaction  :  ความพึงพอใจลูกค้า ขวัญกำลังใจพนักงาน

ค ว า ม อ ยู่ ร อ ด แ ล ะ เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ( S U R V I V A L   &  G R O W T H )

QUALITY  EFFICIENCY & CUSTOMER SATISFACTION

1. ระบบโครงสร้าง (Structure System)

2. ระบบเทคโนโลยี (Technology System)

3. ระบบงาน (Work / Task System)

4. ระบบทรัพยากรมนุษย์ (Human Resources S.)

การปรับปรุงและพัฒนาระบบต่าง ๆ 4 ระบบข้างต้นให้ประสานสอดคล้องกัน กลายเป็นระบบการวางแผนธุรกิจ (Corporate Planning)

ทั้งนี้โดยมีการทำ SWOT UP.  Analysis Strength Weakness Opportunity Threat & Underlying Policy Analysis

แผนธุรกิจจะช่วยให้การจัดสรรการใช้ทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุด ลดความเสี่ยงภัยในการดำเนินธุรกิจ กำหนดจุดที่จะมีชัยชนะเหนือคู่แข่งขัน ตลอดจนวิธีการที่จะบรรลุเป้าหมายขององค์การได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การปรับโครงสร้างองค์การ ทบทวนภารกิจหลัก กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ การกระจายอำนาจ เพื่อการตัดสินใจ การขยายสาขาออกสู่ภูมิภาค การขยายฐานธุรกิจ  การเข้าร่วมกิจการ  การหาหุ้นส่วนแห่งความสำเร็จทางธุรกิจ

การปรับเทคโนโลยี  Technical  Know How  เครื่องจักร เครื่องมือที่ทันสมัย  เทคโนโลยีสารสนเทศ  ICT  MIS Office Automation

การพัฒนาระบบงาน  การปรับระบบงานให้สอดคล้องกับโครงสร้าง ระบบการผลิต การตลาด การขาย ฯลฯ ISO 9001 V 2008 TQM   Six Sigma  5S   QCC  Etc.

การพัฒนาระบบทรัพยากรมนุษย์ การวางแผนกำลังคน การสรรหาว่าจ้าง การฝึกอบรมและพัฒนา การจัดสรรผลประโยชน์ตอบแทน การมอบหมายใช้งาน การประเมินผลงาน และการแจ้งผล การวิจัยงานบุคคล การสำรวจทัศนคติ

การพัฒนาระบบแผนธุรกิจ การวิเคราะห์สถานะองค์การ (SWOT Analysis) การกำหนดวิสัยทัศน์ (Vision) การกำหนดภารกิจ (Mission) การกำหนดค่านิยมร่าม (Core Values) การกำหนดความสามารถหลัก (Core Competency) การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy)

C’s Vision & Strategies for Growth Change (Key Success Factors for Effective Leader)

1. Change Management :  บริหารการเปลี่ยนแปลง

2. Customer Satisfaction :  สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า

3. Competitive Advantage : ความได้เปรียบในการแข่งขัน

4. Competency : พัฒนาขีดความสามารถ

5. Corporate Culture : สร้างวัฒนธรรมองค์การ

6. Communication : การติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

7. Connection : เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี

8.  Cooperative Mind  :  มีความร่วมใจทำงานเป็นทีม

9. Creative Thinking  :  พัฒนาความคิดสร้างสรรค์

10. Continuous Improvement: การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

ความแตกต่างระหว่างผู้บริหารกับผู้นำ

“ผู้บริหาร”   คือ  ผู้ที่ปฏิบัติงานให้สำเร็จ  โดยการมอบหมายใช้งานให้ผู้ใต้บังคับบัญชา รับหน้าที่การงานไปปฏิบัติจัดทำ  การที่ผู้บังคับบัญชาจะปฏิบัติตามเพียงใดนั้น  ขึ้นอยู่กับความสามารถในการนำคน  หรือการใช้ภาวะผู้นำที่เหมาะสมผนวกกับวิธีที่ใช้ในการจูงใจผู้ใต้บังคับบัญชา

งานจะสำเร็จลุล่วงด้วยดี ถ้ามีกลยุทธ์การจูงใจ ทั้งนี้เพราะการจูงใจคือวิธีการที่ผู้บริหารใช้เพื่อให้ ผู้ใต้บังคับบัญชามีความกระตือรือร้น  เกิดความมานะ ทุ่มเทในงาน มีขวัญกำลังใจที่จะทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่องค์การ และ/หรือ ผู้บริหาร ได้กำหนดไว้อย่างมีคุณภาพ และประสิทธิภาพ

Rule to be the Big Boss.

Rule # 1.  The Boss is always right.

Rule # 2.  If The Boss is wrong. See rule # 1.

นี่คือโรคความดันของนักบริหารอย่างแท้จริง ท่านคงเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้นำประเภทนี้มาแล้ว แค้นนี้ต้องชำระหรือไม่  โปรดพิจารณา ?

ผู้บริหาร คือผู้นำ  แต่  ผู้นำ อาจไม่ใช่ผู้บริหาร

ผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการ หรือหัวหน้างาน ชอบที่จะใช้อำนาจที่เป็นทางการ ในการสั่งการปกครอง บังคับบัญชา อำนาจในการพิจารณาความดีความชอบ การลงโทษทางวินัย ฯลฯ

แต่ผู้นำ ชอบใช้อำนาจบารมี  เป็นอำนาจแห่งความเป็นผู้เชี่ยวชาญ อำนาจแห่งการทำตนเป็นตัวอย่างที่ดี เป็นผู้มีคุณธรรม

ธรรมะ คือ ความเป็นธรรมชาติ

ธรรมะ คือ คุณากร (คุณ+อากร) อากร = บ่อเกิด

ธรรมะ คือ บ่อเกิดแห่งสิ่งที่มีประโยชน์

ธรรมะ คือ สภาพที่ทรงบุคคลไว้มิให้ลื่นไหลไปในทางที่ต่ำที่ชั่ว ผู้บริหารจำเป็นต้องมีธรรมะในการบริหารงานและการปกครองบังคับบัญชา

คำว่า “บริหาร”มาจากภาษาบาลีว่า “ปะริหาระ” แปลว่า การคุ้มครอง ป้องกัน ดูแล รักษา

การบริหาร มาจากภาษาบาลี ว่า “ปะริหาระ” แปลว่า การคุ้มครอง ป้องกัน ดูแล รักษา

คน                                               มนุษย์

(Work Team)                             (Team Work)

 งาน                                              คุณภาพ ประสิทธิภาพ

(Job or Task)                             (Quality & Efficiency)

 ภาพลักษณ์                                   ประทับใจลูกค้า ใช้อีก บอกต่อ

(Corporate Image)                     (Customer Satisfaction)

เก่งที่สุดคือ “เก่งในคุณธรรม”

-เก่งเจนจัดเชิงกลยุทธ์ -เก่งเรื่องวิสัยทัศน์ -เก่งพัฒนาปรับปรุงต่อเนื่อง -เก่งพิชิตปัญหา -เก่งคิด -เก่งคน -เก่งงาน

ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหาร หัวหน้างาน ต้องเก่ง

-พร้อมประสานความร่วมมือ -แบกภาระอันหนึ่งอึ้งด้วยใจสู้งาน -ความคิดสร้างสรรค์และความคิดเชิงระบบ -สายตาที่กว้างไกล High Vision -อ่อนน้อมถ่อมตนเพื่อสร้างบารมี -จ้องจับถูกเพื่อปรับปรุงคนและงานอย่างต่อเนื่อง -ประสานหัวใจที่ไร้ขีดจำกัด -ยืนอย่างมั่นคงด้วยขีดความสามารถ

There is no limit in the Heart of Innovate Leader

ภาวะผู้นำหมายถึงอะไร ?

1. ภาวะผู้นำ เป็นการใช้อิทธิพล (Influence)  ครอบงำแบบหนึ่ง โดยผู้ตามยินดีรับแนวทางและการควบคุมจากผู้อื่น (ผู้นำ) ไม่มีการโต้แย้ง หรือขัดขืน พร้อมรับปฏิบัติตามคำสั่งโดยความเต็มใจ

2. ภาวะผู้นำ เป็นกระบวนการใช้อิทธิพลต่อกลุ่มในองค์การ เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

3. ภาวะผู้นำ เป็นกระบวนการชักนำและจูงใจบุคคลให้ปฏิบัติตามวิธีที่ต้องการ

ผู้นำที่ดีควรมีหน้าที่สำคัญอะไรบ้าง ?

1. กำหนดวิสัยทัศน์  และภารกิจหลัก ขององค์การ

2.  กำหนดลำดับความสำคัญของเป้าหมาย และกลยุทธ์หลัก

3.  สร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการ บรรลุเป้าหมายขององค์การ และเป้าหมายส่วนตัวของบุคลากรในองค์การ

4.  กระตุ้นและจูงใจลูกน้องให้ทำงาน นำลูกน้องโดยการทำก่อนทำให้ดูเป็นตัวอย่าง

5.  พัฒนาทรัพยากรบุคคลอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมอบหมายใช้งาน  การถ่ายทอดประสบการณ์ และการสอนงานแบบ Coaching or On-the-job Training

คุณสมบัติที่ดีของผู้นำ Professor Keith Davis เสนอคุณสมบัติว่า.-

1. เป็นผู้มีสิติปัญญาดี (Intelligence)

2. เป็นผู้มีความเจนจัดและกว้างขวางในสังคม (Social Maturity and Breadth)

3. เป็นผู้มีแรงกระตุ้นภายในและความ ปรารถนาที่จะมีความสำเร็จในงาน  (Inner Motivation and Achievement Drive)

4. ทัศนคติและความมีมนุษยสัมพันธ์ (Human Relations and Attitude)

ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงกับการพัฒนาองค์การแห่งการเรียนรู้  

Fifth Disciplines for Learning Organization : LO.  By Peter M. Senge

วิทยายุทธ์ห้าประการในการสร้างองค์การแห่งการเรียนรู้

1. Personal Mastery : บุคคลผู้ใฝ่เรียนใฝ่รู้

2. Mental Model       : กรอบความคิดแห่งภูมิปัญญา

3. Shared Vision       : วิสัยทัศน์ร่วม

4. System Thinking  : การคิดแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ

5. Team Learning    : การเรียนรู้เป็นทีม

กลยุทธ์การสร้างบารมีของผู้นำด้วยการถ่ายทอดสอนงาน

แม่แบบในการถ่ายทอดสอนงาน (Job Instruction)

เน้นการสาธิตฝึกปฏิบัติ (Demonstration & Practice)

แม่แบบ1. Four Step Method : Charles R. Allen & Michael J. Kane

1. Prepare the Worker / Operator / Officer. เตรียมผู้เรียนให้พร้อม

2. Present the Operations.  สาธิตทำให้ดู

3. Let the Worker Perform. ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติตาม

4. Follow Up, Check, Provide for Practice. จัดให้มีการฝึกฝน ตรวจสอบ และติดตามผล

แม่แบบที่ 2. Applied OLE. Model By T. Thongtem

O                         L                        E

                Learning Method

O  T               1. Telling                  E  A

 B   I              2. Showing               V  T

 J   V              3. Doing                   A  I

 E   E             4. Checking               L  O

 C                  5. Motivating             U  N

              F e e d  B a c k  &  CI.

แม่แบบที่ 3. Coaching Technique Model    (T. Thongtem)

C  =  Competency Transfer     ถ่ายทอดขีดความสามารถ

O  =  Outcomes Oriented         มุ่งเน้นผลลัพธ์

A  =  Advice & Assist                แนะนำ และช่วยเหลือ

C  =  Counseling                        ให้คำปรึกษาเชิงจิตวิทยา

H  =  Honesty                             สร้างความซื่อสัตย์

I   =   Integrity                           เน้นจริยธรรม ความเป็นหนึ่ง

N  =  Need for Achievement     สร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์

G  =  Growth Change               พิชิตปัญหาก้าวหน้าต่อเนื่อง

การวิเคราะห์เปรียบเทียบแนวคิดทฤษฎีเกี่ยวกับภาวะผู้นำ

1.  ภาวะผู้นำตามแบบฉบับแห่งบุคลิกภาพ (Personality Style)

-ลักษณะรูปร่างหน้าตาดี -มีความสามารถพิเศษ -มีสายเลือดดี -การประกอบอาชีพมั่นคง ก้าวหน้า

2.  ภาวะผู้นำจำแนกตามทฤษฎีแห่งแบบฉบับ (Style Theory)

  2.1)  ผู้นำแบบเผด็จการ (Exploitative-Authoritative Leader)

  2.2)  ผู้นำแบบเผด็จการอย่างมีศิลป์ (Benevolent-Authoritative Leader)

  2.3)  ผู้นำแบบปรึกษาหารือ (Consultative)

  2.4)  ผู้นำแบบมีส่วนร่วม (Participative Leader)

3.  ภาวะผู้นำจำแนกตามมิติ

  1)  ผู้นำแบบมุ่งงาน (Task Oriented)

  2)  ผู้นำแบบมุ่งคน (Human Oriented)

ผู้บริหารกับภาวะผู้นำตามสถานการณ์ (การจัดการกับลูกน้องที่มีปัญหา กลยุทธ์เชิงบวกและเชิงลบ) [How to Handle Problem Employee]

ผู้บริหารคือผู้ที่ถูกใช้แล้วใช้ต่อ การมอบหมายใช้งานจึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และมี ปสภ.

การมอบหมายงานเป็นกลยุทธ์หลักในการพัฒนาบุคคล เมื่อมอบหมายแล้วต้องมีการสอนแนะในงาน เลือกรูปแบบการปกครองบังคับบัญชาที่ถูกต้องเหมาะสม ใช้งานโดยไม่สอน เรียกว่า “การโยนงาน”

หลักเกณฑ์พื้นฐานในการบริหารงาน บริหารคน

PUT THE RIGHT MAN ON/INTO THE RIGHT JOB

AT THE RIGHT TIME  & IN THE RIGHT NUMBER.

นำและจูงใจโดยการใช้บารมี (ความดีที่ยากจะทำให้เต็มสมบูรณ์ได้โดยง่าย) แทนการควบคุมที่มุ่งเน้นการจับผิด และลงโทษ

ต้องประเมินความเป็นผู้ใหญ่ของลูกน้องว่าอยู่ใน M ใด  (Maturity)  โดยประเมิน

1. มิติด้านความรู้ความสามารถ

2. มิติด้านแรงจูงใจและความรับผิดชอบในงาน

มิติที่ 1. ด้านความรู้ความสามารถในงาน

(น้อย)   1       2        3        4        5        6        7   (มาก)

1. ความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับงานที่จะได้รับมอบหมาย

2. ทักษะความชำนาญงาน

3. ปริมาณงานที่สามารถผลิตได้ตามกำหนดระยะเวลาที่มอบหมาย

4. คุณภาพของงาน ความถูกต้อง ความละเอียดรอบคอบในงาน

5. ความสามารถในการแก้ปัญหา และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปรับปรุงงาน                      

รวมคะแนน ………………. (5-35 คะแนน)

มิติที่ 2. ด้านทัศนคติ แรงจูงใจ และความรับผิดชอบในงาน

(น้อย)   1       2        3        4        5        6        7   (มาก)

1. ความเต็มใจที่จะรับงานไปปฏิบัติจัดทำ

2. ทัศนคติและความจงรักภักดีที่มีต่อหน่วยงาน

3. ความมุ่งมั่น ผูกพันต่อความสำเร็จของงาน

4. ความพร้อมที่จะรายงานผลความคืบหน้าในงานให้ ผบ. ทราบ

5. ความมั่นคงทางอารมณ์

รวมคะแนน ………………… (5-35 คะแนน)

M1 (Dead Wood) : กลยุทธ์สั่งการ Style X

1. สั่งงานโดยตรง อย่างละเอียด

2. ควบคุมประเมินผลงานอย่างใกล้ชิด

3. สอนงานอย่างเฉพาะเจาะจง มีคู่มือช่วย  มี Work Flow  มีขั้นตอนอย่างละเอียด

4. ให้มีพี่เลี้ยงคอยประกบช่วยสอนงาน

5. ช่วยเหลือแก้ปัญหาอย่างใกล้ชิด

6. ใช้ทฤษฎีชี้ผลกรรมเป็นตัวจูงใจ

7. ปรับเปลี่ยนสู่การเป็นคนที่มีคุณค่า

8. วินัยและการลงโทษ มาตรการขั้นสุดท้าย

M2 (Work Horse) : กลยุทธ์สอนงาน

1. สอนงาน ฝึกอบรม เน้นทักษะ

2. แนะนำเครื่องมือ ใช้ระบบงานช่วย

3. ให้ลองทำ และให้คำปรึกษาแนะนำ

4. ให้กำลังใจในการเรียนรู้ และเสริมแรงใจ

5. ประเมินความก้าวหน้า และแจ้งผลให้ทราบจุดอ่อน จุดแข็ง เป็นระยะ ๆ

6. เพิ่มเป้าหมายความยากของงาน ตามระดับความสามารถของพัฒนาการ

7. ปรับเปลี่ยนสู่การเป็นพนักงานอาวุโส ที่มีคุณค่า

M3 (Problem Child) : กลยุทธ์ขายงาน

1. จูงใจให้การยอมรับ (Recognition)

2. มอบหมายงานในที่ประชุม

3. ขอคำปรึกษาในเรื่องที่เขาชำนาญ

4. ให้ริเริ่มงานใหม่ ๆ วิชาการใหม่ ๆ บ้าง

5. กำหนดเป้าหมายที่ท้าทายกว่าเดิม

6. ชี้ให้เห็นถึงโอกาสแห่งความก้าวหน้าถ้าผลงานมีประสิทธิภาพ

7. ติดตามควบคุมงานเป็นระยะ ๆ

M4 (Star) : กลยุทธ์มอบงานแบบเบ็ดเสร็จ (Empowerment)  Style Y

1. มอบหมายงานที่ท้าทายความสามารถ และความรับผิดชอบ เน้นการยกระดับมาตรฐานงาน

2. ให้เป็นพี่เลี้ยง ช่วยสอนงานคนอื่น

3. ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงาน

4. ให้เป็นตัวแทนหน่วยงานไปร่วมประชุม

5. ยกย่องให้เกียรติในที่ประชุม

6. ให้ช่วยทำงานด้านบริหารเบื้องต้น

7. พัฒนาศักยภาพเพื่อเตรียมเป็นหัวหน้างาน