ความสุขของแม่คือได้เห็นลูกๆ เติบโต แข็งแรง ดูแลตนเองได้ พี่น้องรักใคร่กันดี

ครบรอบวันแม่อีกปีหนึ่งแล้ว ความสุขของแม่คือได้เห็นลูกๆ เติบโต แข็งแรง ดูแลตนเองได้ พี่น้องรักใคร่กันดี ไม่น่าเชื่อว่าเวลาจะผ่านไปเร็วมาก ตอนนี้ลูกชายคนเล็กก็อายุ ๓๐ ปีแล้ว ยังจดจำวันเวลาที่ลูกๆ ยังเป็นเด็กๆ อยู่เลย

วันแม่ปีนี้ ดิฉัน สามี ลูกชายคนเล็กและเพื่อนสาวคนพิเศษ ไปเยี่ยมแม่ที่บ้านนครนายกอีกเช่นเคย เราวางแผนจะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เช้า แต่ก็ไม่เคร่งครัดเรื่องเวลามากนัก พร้อมเมื่อไหร่ก็ออกเดินทางเมื่อนั้น กินอาหารเช้ากันก่อน กว่าจะออกเดินทางได้ก็เลย ๐๘ น.ไปเล็กน้อย

การเดินทางช่วงแรกๆ ในถนนรังสิต-นครนายก มีจำนวนรถค่อนข้างมาก เราจึงใช้เวลาเกือบ ๒ ชม. กว่าจะถึงที่หมาย ระหว่างทางเจอรถปิ๊กอัพบรรทุกไก่สด จะเอาไปทำเตรียมไว้สารทจีนหรือเปล่าก็ไม่รู้ เห็นแล้วไม่รู้จะถามใครว่าเขาขนไก่กันแบบนี้ได้ด้วยหรือ

 

รถบรรทุกไก่

แม่บอกว่าที่บ้านนครนายกมีฝนตกเกือบทุกคืน น้ำขึ้นสูงห่างจากพื้นบ้านไม่กี่ฟุต สภาพพื้นที่ของที่นี่เป็นแบบนี้เอง เวลาหน้าน้ำก็มีน้ำเยอะ สมัยก่อนที่ยังไม่มีถนน ไม่มีไฟฟ้า หน้านี้เราต้องใช้เรือเวลาไปไหนมาไหน จำได้ว่าที่บ้านของเรามีเรืออยู่ ๒ ลำ น้ำในบริเวณบ้านสะอาด ไม่มีหญ้าหรือวัชพืช ตอนลูกยังเล็ก ถ้าไปเยี่ยมตากับยายช่วงหน้าน้ำจะได้ลงเล่นน้ำเสมอ เดี๋ยวนี้ไม่มีคนเก็บวัชพืชรกๆ ทิ้ง ชาวบ้านไม่ต้องใช้น้ำในบริเวณบ้านเพราะมีน้ำประปามาตามท่อแล้ว

แม่สบายดี พูดคุยกับลูกหลานได้ไม่มีหลงลืม เราเข้าสวนอีกตามเคย พื้นดินในสวนค่อนข้างแฉะ แต่ดินแข็งและมีเศษหญ้าทับอยู่ด้านบน จึงเดินได้ไม่ยาก ในสวนช่วงนี้ไม่มีผลไม้อื่นนอกจากมะพร้าวน้ำหอม เราลองเก็บมะพร้าวมาต้นละ ๑-๒ ลูก เมื่อชิมดูพบว่ามีต้นหนึ่งที่น้ำทั้งหอมและหวาน ต้นอื่นน้ำค่อนข้างจืด

 

มะพร้าวต้นนี้ที่มีน้ำหวานหอม

มีกล้วยน้ำว้า ๑ เครือที่แก่แล้ว สังเกตจากการที่นกกินไปแล้วบางลูก เราจึงตัดเอามาล้างทำความสะอาด เตรียมเอากลับกรุงเทพฯ ต้นมะยงชิดแตกยอดอ่อนงามเชียว ดูโตขึ้นมาก กอไผ่มีหน่อไม้อยู่บ้างแต่ไม่ใช่ไผ่ตง น้องสาวบอกว่ากินไม่อร่อยเพราะเนื้อหยาบ

 

ซ้าย-มะยงชิด ขวา-หน่อไม้ในกอไผ่

ดอกไม้รอบๆ บ้านยังมีให้เห็น ดอกพุดซ้อน เป็นดอกไม้ที่เรารู้จักตั้งแต่เด็กๆ เคยกินกลีบของมันด้วย ดอกราชาวดีเป็นต้นไม้ที่เข้ามาอยู่ในบ้านเราไม่นานมานี้ สมัยก่อนไม่เคยเห็น ดอกกระเจี๊ยบเขียวก็สวย

 

ซ้าย-ดอกพุดซ้อน ขวา-ดอกราชาวดี

 

ซ้าย-ดอกนี้ไม่รู้ชื่อ ขวา-ดอกกระเจี๊ยบเขียว

ช่วงเที่ยงมีฝนตกลงมาค่อนข้างหนักอยู่พักใหญ่ เราถ่ายภาพสายฝนผ่านช่องหน้าต่าง

 

สายฝน

หลังฝนหยุดเราเข้าสวนไปตัดมะพร้าวน้ำหอมต้นที่อร่อยเพื่อเอากลับกรุงเทพฯ ด้วย

 

ซ้าย-ดอกมะเฟืองหวาน ขวา-แก้วมังกร หลังฝนตก

เวลา ๑๔ น.กว่า เราก็เตรียมออกเดินทาง น้องชายคนเล็กและครอบครัวก็มาถึงบ้านแม่พอดี ระหว่างทางจากตำบลดงละครถึงอำเภอเมือง เราแวะซื้อข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียวที่ชาวบ้านแถวนั้นปลูกอยู่ริมคลองแล้วตัดมาขายสดๆ ๓ กก. ๕๐ บาท ตั้งใจจะซื้อหน่อไม้ไผ่ตงด้วย แต่มีเหลืออยู่หน่อเดียวขนาดใหญ่ น้ำหนัก ๕ กก. ๆ ละ ๒๐ บาท เรากลัวว่าจะแก่เกินไปจึงไม่ได้ซื้อ เลยมาซื้อริมถนนแถวบ้านนา(เจ้าเดิม) กิโลกรัมละ ๑๕ บาท

มาถึงถนนเกษตรนวมินทร์เกือบ ๑๖ น. เราแวะกินอาหารเย็นที่ร้าน “ครกไม้” ที่ซอยลาดปลาเค้า ๒๔ เพราะเห็นออกรายการทีวีเมื่อไม่กี่วันก่อน ลูกชายคนเล็กเลี้ยงอาหารเย็นวันแม่ให้ รสชาติอาหารแซบแบบอีสาน แต่เรื่องความสะอาดของร้านและการบริการน่าจะยังต้องพัฒนาอีก

กลับถึงบ้านเราจึงไม่ต้องยุ่งเรื่องอาหารเย็น แกะเปลือกข้าวโพดออกแล้วเอามานึ่ง ข้าวโพดข้าวเหนียวอร่อยมากกว่าข้าวโพดหวาน เก็บกล้วยน้ำว้าและมะพร้าวอ่อนเข้าที่ อาบน้ำสบายๆ แล้วก็ดูหนังจาก DVD กัน แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

พรุ่งนี้ลูกสาวคนโตจะเอาหลานชายตัวน้อยมาฝากเลี้ยงก่อนไปทำงานที่ ม.เกษตรศาสตร์

วัลลา ตันตโยทัย