...เรื่องที่จะเล่า..มา ณที่นี้..เป็นประสพการณ์จริง...ที่เห็นมากับ ตา..ว่าด้วยเรื่อง "กิน" กันใน ธรรมชาติ....ครั้งหนึ่ง..นาน.จนเกือบลืมไปแล้ว..นึกขึ้นมาได้..เพราะทุกวันนี้มี ปัญหาอยู่กับเรื่องกิน(..เพราะ"ต้อง"เริ่ม..อยู่คนเดียว..อ้ะ..)..ปีกว่ามาแล้ว..ต้องทำ"กิน"คนเดียว"..นั่ง"กิน"คนเดียว..เก็บล้างคนเดียว(แต่ก่อน..ไม่ต้องทำ..เพราะ"คุณตา"รับไปทำคนเดียวทั้งหมด..(ยายธีก็เลยได้..อยู่กับคำว่า..สบาย..)..เวลาย้อนหลัง....
..ครั้งนั้น..(ยายธี)..มีอันเป็นไป..ต้องไปนอน...โรงพยาบาล..(ในประเทศเยอรมันสมัยเป็นนักศึกษา..อ้ะ..)..นอน..อยู่เกือบ..ครึ่งปี..ก็ยังไม่รู้ว่า"เป็นอะไร"...ก็ได้แต่..นั่งๆนอนๆ..และเดินเล่นไปวันหนึ่งๆ....อยู่มาวันหนึ่ง..."กิน"..เสร็จก็ออกไปเดินๆๆ...ในสวนของโรงพยาบาลแห่งนี้..กว้างใหญ่ไพศาล..อยู่ติดกับทะเลสาป..มีป่าเล็กติดกับโรงพยาบาล..ที่ยายธีชอบไปเดินๆๆๆ...
..ช่วงเวลา นั้น เดิน..ไปหยุดมองดอกไม้..และใบหญ้า..สิ่งที่เห็น..และจ้องมองด้วยความ.."ทึ่ง"..เจ้า"เต่าทอง"ตัวน้อย..กำลัง "กิน" แมลงตัวหนึ่ง..มันกำลัง" กิน " ท่อนหางของ..แมลงตัวนั้นอยู่...(ยายธี..ไม่รู้ว่าเจ้าแมลงตัวนั้น..รู้สึกอย่างไร)..มันกำลังมีชีวิตอยู่กับการ"กิน"ของเจ้า เต่าทองตัวนั้น..และแล้ว.เมื่อท่อนหางที่..ถูกกิน..หมดไป............"เจ้าแมลง..ตัว น้อย..ก็ บิน..ไปจากปากเต่าทอง..ด้วยปีก..ที่ยังเหลือติดอยู่.."
...มันเหลือเชื่อ...กับ..เรื่อง..กินๆๆๆๆ กันใน..ธรรมชาติ...กินกัน..จริง.................
สวัสดีค่ะคุณยายธี
แวะมาเยี่ยมและอ่านบันทึกของคุณยายค่ะ
ขอบคุณแง่คิดดีๆน่ะค่ะ "กินกันอย่างธรรมชาติ"
มีภาพพระจันทร์มาฝากค่ะ:)
เป็นเรื่อง...กิน...ที่เป็นธรรมชาติ...ธรรมดา ครับ
สวัสดีค่ะ
เรื่องกินนั้น ยากมากค่ะที่จะไม่เบียนชีวิตอื่น แม้แต่เรากินผัก เราก็เบียดเบียนชีวิตแล้ว เพียงแต่ผักไม่ร้องแสดงความเจ็บปวดให้เราได้ยิน หรือแสดงความทุรนทุรายก่อนตายให้เราเห็นเหมือนสัตว์ต่างๆก่อนที่จะสำเร็จมาเป้นอาหารให้เรากิน
การมีชีวิตอยู่บนโลก ยากนักนะคะ ที่จะไม่ทำร้ายสิ่งใด หรือชีวิตใด
อนุโมทนากับการที่จะนำเพื่อนหญิงไทยในฮัมบรอกเข้าสู่.การสนทนา"ธรรม"อย่างสุนทรีย์..กับหลวงแม่ "ธัมมนันทา" ที่ศาลาน้ำชาญี่ปุ่นในสวนสารธารณะ "พลันทัน อุล โบรม" ในวันพุทธที่จะถึงนี้ในประเทศเยอรมันด้วยนะคะ คงมีบันทึกเรื่องเล่าดีๆตามมาใช่ไหมคะ
ยังรอโอกาสนุ่งผ้าสีกลักอย่างที่คุณยายธีเคยมีโอกาสมาแล้วอยู่ค่ะ ตอนนี้ก็ศึกษาภาษาบาลี หาความรู้ไปพลางๆค่ะ
ขอบคุณที่แวะไปบอกข่าวกันนะคะ
สวัสดีค่ะ ยายธี
แวะมาทักทายค่ะ
หลังจากที่ไม่ได้เข้ามาคุยนานมากแล้ว
สบายดีอยู่นะค่ะ
คิดถึงค่ะ
เรื่องกินนี่กินได้ทุกที่ค่ะ
มันเป็นธรรมชาติไปแล้ว
สวัสดีครับ คุณยายธี...
หลานแวะมาคาระวะครับ...แหมดูเจ้าเต่าทองคงอิ่มแปล้...แต่ไฉน... กินๆๆๆๆ กันใน..ธรรมชาติ...กินกัน..จริง................. น่าคิดครับน่าคิด...
ÄÄÄÄÄÄÄÄÄ.....มา..เสริมเรื่อง.".กิน"..เจ้าค่ะ...."มีอยู่อีก..ครั้งหนึ่ง..จบ.มะหาวิทยาลัยในเมืองไทย" บังเอิญได้งานในโรงงานทำเก้าอี้สนามแห่งหนึ่งใกล้ๆซอยชื่อเฉยพ่วง..พหลโยธิน..สมัยนั้น..ยังมีทุ่งนาให้เห็น..นั่งรถเมล์ไปกินข้าวกับแฟนที่มหาลัยสนามหลวงก็ยังได้..นั่งแท้กซี่กลับ..สิบสองบาท..ยังทันเวลาพักกลางวัน(สุขขนาดไหน..สมัยนั้น)..เจ้าของโรงงาน..ขับรถ..คาดิแรก..สีขาว..จึงถูกตั้งฉายาว่า...ท่านอัศวินม้าขาว...ผู้ตั้งฉายาคือ..คนงานในโรงงาน...และคนงานเหล่านั้น..เล่าให้ฟังว่า...ที่เรียกอย่างนั้น..เพราะท่านเป็นผู้นำที่มีความคิดลึกซึ้งในการ..จัดยุทธวิธี..คือ.."ขี้ไม่ให้..หมากิน"...โดยการจัดทำส้วมคนงาน..ให้ลงบ่อปลาแทน..."ขี้ให้ปลากิน"..ทุกครั้งที่จับปลาในบ่อขาย..ผลพวงที่ได้คือกำไรส่วนหนึ่ง..ประหยัดอาหารปลาที่ไม่ต้องเสียเงินซื้อ...ปลาสวาย..จึงมีเนื้อ..สีเหลือง..น่า.."กิน".เป็นสีธรรมชาติ...อ้ะ...