แม่หมาบัวตอง : ความรักที่ยิ่งใหญ่จากแม่ผู้อาภัพ
ตอนเรียนชั้นประถมต้น ดิฉันมักจะตามปู่กับย่าไปวัดในวันพระที่ตรงกับวันหยุดเสมอ ครั้งนั้นรู้แต่ว่า ไปวัดได้ความสุข ได้บุญที่จะทำให้ชีวิตเราเจริญรุ่งเรืองเมื่อเราโตขึ้น ย่าจะซื้อขนมใส่สะลุง(ขัน) เพื่อให้ดิฉันกินเวลาเบื่อหรือเมื่อยในการฟังพระเทศน์ธรรมพื้นเมือง ในช่วงวัยขณะนั้นดิฉันไม่สามารถฟังพระเทศน์ได้เข้าใจมากนัก แต่ว่า พากลางคืนปู่กับย่าก็จะเล่าให้ฟังว่า พระเทศน์สอนนิทานเรื่องอะไร ดิฉันจึงมีโอกาสฟังนิทานพื้นเมืองที่พระเทศน์จากปู่กับย่า และมีความรู้สึกว่า ทำไมพระมีความรู้มากมาย นิทานพื้นเมืองที่รับฟังเช่น เจ้าสุวรรณหงส์ จันทคาชาดก ไก่น้อยดาวี ฯลฯ ทุกเรื่องล้วนมีคติสอนใจที่ดี และในเทศกาลวันแม่มีนิทานหรือธรรมพื้นเมืองเรื่องหนึ่งที่ดิฉันนำมาเล่าให้ลูกชายฟังคือ เรื่องแม่หมาบัวตอง เรื่องเป็นดังนี้คะ
ในอดีตกาลมีหมาตัวเมียชื่อ แม่หมาบัวตอง มีลูกสาวสองคน อาศัยอยู่ในถ้ำหน้าผา แม่หมาบัวตองรักลูกสาวทั้งสองคนมาก มันจะเดินหาข้าวของเสื้อผ้าที่คนไม่ใช้แล้วไปให้ลูกสาวของตนเป็นประจำ จนกระทั่งลูกสาวทั้งสองคนเติบโตเป็นสาว หมาแม่บัวตองก็ยังคงดูแลลูกตนเองอยู่เช่นเดิม วันหนึ่งแม่หมาบัวตองต้องออกไปหาของกินไกลจากถ้ำมาก จึงสั่งลูกทั้งสองให้ดูแลตนเองด้วยเกรงคนแปลกหน้าจะทำร้ายลูกของตน ระหว่างนั้นเองมีขบวนเจ้าเมืองเสด็จผ่านบริเวณถ้ำที่แม่หมาบัวตองและลูกสาวทั้งสองอาศัยอยู่ เจ้าเมืองรู้สึกพึงพอใจรูปร่างหน้าตาของหญิงสาวทั้งสอง จึงรับไปอยู่ในเมือง
ระหว่างที่พักในเมืองนั้น พี่สาวรู้สึกดีใจมาก ที่จะพ้นสภาพยากลำบาก ได้เป็นอยู่อย่างสบาย ในขณะที่น้องสาวแม้อยากจะสุขสบายแต่ก็หวงอาลัยคิดถึงแม่จึงร้องไห้
ฝ่ายแม่หมาบัวตอง เดินทางกลับมาถึงถ้ำหน้าผา ไม่เห็นลูกสาวทั้งสอง ก็ออกตามหาส่งเสียงเห่าหอนไปทั่ว ด้วยความอาลัยรักลูกทั้งสอง จนกระทั่งพเนจรมาถึงคุ้มของลูกสาวคนโต ลูกสาวคนโต จนเสียงเห่าหอนของแม่ตนเองได้ จึงสั่งให้ทหารออกไปขับไล่และทุบตีแม่หมาบัวตองจนได้รับบาดเจ็บ
แม่หมาบัวตองพาร่างที่บอบช้ำของตนกระเซอะกระเซิงและความเจ็บซ้ำใจ ไปจนถึงคุ้มของลูกสาวคนเล็ก ลูกสาวจำเสียงแม่หมาของตนเองได้ จึงรีบรับแม่ไปอยู่ด้วยความคิดถึง หากแต่ไม่ทันไร เจ้าเมืองก็จะเสด็จมา ลูกสาวคนคนเล็กไม่กล้าจะบอกเจ้าเมืองว่า แม่ตนเป็นหมาและมาตามหา จึงขอให้แม่หมาของตนลงไปในลังและนำลังไปวางไว้หัวเตียง เมื่อเจ้าเมืองถามว่า เป็นลังบรรจุสิ่งใด เธอจึงบอกเจ้าเมืองว่า เป็นลังทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในชีวิตของเธอ เจ้าเมืองจึงขอให้เธอเปิดลังใบนั้น เธอรู้สึกกระอักกรอวนใจจึงร้องไห้และเปิดลังให้เจ้าเมืองดู
ทันที่ที่ลังเปิดออก แทนที่จะปรากฏร่างแม่หมาบัวตอง กลับกลายเป็นเพชรนิลจินดามากมาย ลูกสาวคนเล็กร้องไห้ด้วยความเสียใจ ที่แม่หมาได้จากเธอไปและเสียใจที่ไม่ได้บอกความจริงแก่เจ้าเมือง เจ้าเมืองถามเธอว่า เพชรพลอยเหล่านี้เธอได้มาจากที่ใด เธอจึงตอบว่า ได้มาจากถ้ำหน้าผาที่เธออาศัยอยู่ เจ้าเมืองจึงบอกให้เธอพาไปเอาเพชรพลอยเหล่านั้น
ลูกสาวคนเล็กพาขบวนเจ้าเมืองไปยังถ้ำหน้าผา ระหว่างทางเธอร้องไห้ตลอดเวลา ด้วยความอาลัยรักแม่หมาและความรู้สึกผิดที่ต่อแม่หมาที่ไม่ได้บอกเจ้าเมืองว่า แท้จริงแม่เธอเป็นเพียงหมาตัวหนึ่ง ดังนั้นเมื่อถึงถ้ำหน้าผา เธอจึงตัดสินใจกระโดหน้าผาตาย เมื่อร่างของเธอหล่นลงหน้าผานั้น บังเอิญหล่นใส่หัวฝีของผีเสื้อยักษ์ ทำให้หัวฝีแตกออก ผีเสื้อยักษ์จึงขอบคุณเธอด้วยการให้เพชรนิลจินดาอีกมากมาย
เมื่อกลับถึงคุ้มในเมืองพี่สาวเธอทราบข่าวว่า เธอได้เพชรพลอยจำนวนมาก จึงมาหาและถามถึงวิธีการได้เพชรพลอยเหล่านั้น เธอจึงเล่าให้พี่สาวฟังโดยไม่ปิดบัง พี่สาวเธอจึงไปอาสาต่อเจ้าเมืองว่า จะนำเพชรพลอยมาให้ ในจำนวนที่มากกว่าน้องสาวของเธอ เจ้าเมืองจึงจัดขบวนให้เธอพาไปเอาเพชรพลอยยังถ้ำหน้าผา
เมื่อไปถึงบริเวณหน้าผา ลูกสาวคนโตรีบกระโดดลง ด้วยหวังว่า ให้ตกบนหัวฝีผีเสื้อยักษ์ ซึ่งเธอก็ตกลงไปพบผีเสื้อยักษ์ แต่ครั้งนี้ฝีผีเสื้อยักษ์หายแล้ว เธอจึงถูกผีเสื้อยักษ์จับกินเป็นอาหาร
...ตอนนั้นย่ากับปู่บอกว่า คนที่ดีต้องมีความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเลี้ยงดู และคนที่มีความกตัญญูย่อมพบความเจริญในชีวิตในขณะที่คนขาดกตัญญูชีวิตก็จะพบแต่ความเสื่อม
ในตอนนั้นดิฉันยังไม่เข้าใจว่า ทำไมหมามีลูกเป็นคนได้และไม่ได้สงสัยอะไรตามประสาเด็ก เพราะคิดว่านั้นคือนิทาน ต่อมาเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่จึงเริ่มหาความหมายของแม่หมาบัวตอง และทำให้เข้าใจถึงภาวะของผู้หญิงในสภาพและบทบาทต่าง ๆ ดังเช่น ลูกสาวคนเล็กของแม่หมาบัวตอง ที่เสมือนอยู่ในสภาพจำยอมและไม่กล้าเผชิญกับความจริง แต่ด้วยความกตัญญูต่อแม่ จึงเป็นธรรมะที่ปกป้องเธอให้พ้นภัย และยังสื่อถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของแม่หมาบัวตอง การที่นิทานเปรียบหมาตัวเมียมีลูกสาวนั้น อาจเปรียบได้กลับผู้หญิงที่ยากจนข้นแค้น ชีวิตเสมือนไร้ค่า เทียบได้กลับหมาตัวหนึ่ง เธออาจถูกกระทำและผลักไส จนต้องกระเสือกกระสนหาของเหลือจากผู้อื่นเพื่อเลี้ยงชีพให้ลูกสาวทั้งสอง และพยายามถูกวิธีทางที่จะปกป้องลูกสาว ตามกำลังที่เธอมีอยู่ ด้วยการพาลูกสาวไปอาศัยในถ้ำหน้าผาลับตาคน และด้วยความรักที่มีให้แก่ลูก เมื่อลูกสาวถูกพรากก็อาจตามหาในสภาพเช่นคนอนาถา จึงถูกลูกสาวคนโตปฏิเสธ และขับไส หากแต่ด้วยหัวใจของแม่ จึงยังคงอภัยให้ลูกสาวคนโต และสุดท้ายด้วยความบอบซ้ำจึงตายจากเมื่อพบลูกสาวคนเล็ก
นิทานเรื่องนี้ อาจเศร้าที่แม่หมาบัวตองต้องตาย แต่เป็นคติสอนใจให้เราได้ว่า หากเรารักแม่ ควรรีบทำสิ่งที่ดีที่สุดให้แม่สำหรับแม่ในทุกวันที่ทำได้ ทำให้แม่มีความสุขและรับรู้ว่า เรารักหวงใยท่าน ยกย่องเชิดชูท่าน ดังนั้นมิใช่เพียงวันแม่เท่านั้น สำหรับการแสดงออกว่า รักแม่ และในสิ่งท่ปฏิบัติต่อแม่ก็คือสิ่งเดียวท่ปฏิบัติต่อพ่อ ท่านทั้งสองคือ พระในบ้านของเรา
น้อมมะลิพุ่มดอกไม้ไว้เหนือเศียร
ต่างธูปเทียนบูชาไท้มไหศวรรย์
ทรงพระชนม์พ้นกาลนานนิรันดร์
เป็นมิ่งขวัญทั่วแดนในแผ่นดิน