ฉีดเซรุ่มเถิด
ผู้เขียนไปสัมมนาเพิ่งจะกลับมาถึงบ้านวันนี้ค่ะ ขอบันทึกเรื่องงูเห่ากัดให้จบในบันทึกนี้ค่ะ
เวลาประมาณ 18 นาฬิกา น้องก้องก็ได้ถูกส่งเข้าตึก พร้อมซากงูที่แขวนรถเข็นไปด้วย เจ้าหน้าที่บอกให้เอางูไปทิ้ง ผู้เขียนเลยบอกว่า ขอให้แพทย์ผู้รักษาโปรดดูงูก่อน เพื่อจะได้วางแผนการรักษาให็ตรงตามพิษงู
แพทย์ก็เข้ามาซักประวัติอีกรอบ พยาบาลอีกรอบ เจาะเลือด วัดสัญญาณชีพ แต่ก็ยังไม่มีใครดูงู จนกระทั่งญาติคนไข้เตียงข้างๆ อาสาว่าจะดูงูให้เอง ว่าแล้วเธอก็นำงูออกจากถุง เอาไม้เขี่ยให้ดูเครื่องหมายดอกจันที่หลังคอ และปล้องพาดดำ ใต้คาง เธอฟันธง งูเห่าแน่นอน
ดังนั้นแล้ว ทั้งแพทย์พยาบาลก็เข้ามาเรียนรู้งูเห่าด้วยกัน บ้างก็เอาโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพไว้ ระหว่างรอฟังการให้การรักษาจากหมอ อย่างใจจดจ่อ เพราะยิ่งยืนยันว่างูเห่า ทั้งน้องก้องก็ใข้มือจับงูตัวนี้ไว้ งูเห่ากัด จึงเป็นเรื่องจริงแน่นอนและเกิดความหวั่นไหว ในหัวใจยิ่งนัก
ระหว่างนั้น เพื่อนของญาติ ได้โทรไปปรึกษาสถานเสาวภา จึงได้ทราบว่า ปัจจุบันแพทย์ใช้การรักษา ด้วยการดูอาการคนไข้เป็นหลัก ต้องเข้าขั้นพิษนั้นทำอันตรายจนหนังตาตก จึงจะฉีดเซรุ่ม แล้วก็แนะนำว่า อย่ารอให้ถึงขั้นนั้นเลย ขอหมอให้เขาฉีดเซรุ่มเถิด
สุดท้ายหมอก็บอกว่า จะสั่งฉีดเซรุ่มให้ เราก็รู้สึกดีใจ แต่จนกระทั้่ง 20 นาฬิกา เสียงประกาศให้ญาติกลับบ้าน แต่เรายังไม่รู้สึกสบายใจเลย เพราะหมอยังไม่ฉีดเซรุ่ม แต่เวลาก็ทำให้เราต้องลาจากน้องก้อง ทั้งที่ยังกังวลใจ น้องก้องเริ่มตัวร้อน และซึมๆ มองพวกเรากลับบ้านอยู่เงียบๆ ผู้เขียนนึกอย่างปลงตกว่า พรุ่งนี้เช้า ถ้าน้องก้องยังมีลมหายใจอยู่ ก็ถือว่าโชคดีที่สุดแล้ว
รุ่งขึ้นได้รับทราบว่าน้องก้องยังไม่เป็นไร แต่มีไข้และบาดแผลมีเลือดดำๆไหลออกมา ความดันไม่ค่อยปกติ หมอให้งดน้ำและอาหาร เพราะเกรงว่า ถ้าพิษงูไปทำให้กล้ามเนื้อกระบังลมเป็นอัมพาต ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
ผู้เขียนเริ่มคิดหาวิธีช่วยหลานด้วยวิธีอื่น ไปหาแพทย์แผนไทย และขอยามาให้น้องดื่ม และพอกแผลเพื่อดููดพิษงู น้องก้องนอนให้ยาแก้อักเสบทางเส้นเลือดอีกหนึ่งคืน แล้วกลับบ้าน หมอแผนไทยบอกว่า น้องก้องรอดชีวิต เพราะงูตัวเล็ก และโดนกัดยามบ่าย ซึ่งพิษน้อย เพราะงูหากินอาหารและใช้พิษไปมากแล้ว ถ้าโดนงูเห่ากัดเช้ามืด ที่มันเพิ่งตื่นนอน พิษมาก คงไม่รอดชีวิต
หลังกลับบ้าน น้องก้องมีอาการตาลอยๆบางครั้ง เหมือนพิษก็คงไปทำลายประสาทบ้าง และแผลเน่า กลับไปล้างแผล แผลก็เริ่มกว้างไป เพราะพิษงูทำลายผิวหนัง กลับไปหาหมอแผนไทยอีกครั้ง ให้ยามาล้างและพอกแผล ทำให้แผลดีขึ้นมา แต่ยังไม่หายดี
ขอบคุณทุกกำลังใจ ที่ร่วมกันส่งมาให้น้องก้อง แม้จะรอดพ้นจากความตายได้อย่างน่าอัศจรรย์ แต่ผลพวงของจำเลยอรพิษ ก็คงทำให้น้องก้องบาดเจ็บพอสมควร เรื่องทั้งหมดเป็นกรรมที่ทำให้ต่างมาจบเจอกัน ทำร้ายกัน และสร้างความรู้สึกไม่สบายใจแก่กัน จะด้วยเหตุผลใดขอให้เรื่องนี้ เป็นสื่อแทนใจให้กับหลายๆคน ที่เกี่ยวข้องค่ะ ที่เราต่างผลัดกันเป็นโจทก์และจำเลยของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ


สวัสดีค่ะ คุณหมอ ตันติราพันธ์
2 วัน ก่อนที่คุณพ่อของดิฉันจะจากไปสวรรค์
หัวหน้าพยาบาลประจำตึก ได้พูดต่อว่า หมออินเทอร์น ว่า
โรงพยาบาลของเรา เครื่องไม้เครื่องมือทันสมัย ทำไมหมอไม่เรียกใช้เครื่องไม้เครื่องมือเหล่านี้เลย
โรงพยาบาลที่คุณพ่อของดิฉันไปรักษา เป็นโรงเรียนแพทย์ค่ะ บางครั้งคุณหมอใหญ่มาดู ก็มักมีนักเรียนแพทย์มามุงดูและฟังคุณหมออธิบาย ซึ่งเป็นภาษาไทยบ้าง ภาษาอังกฤษบ้าง ดิฉันก็มักอยู่้ใกล้ๆ ครั้งสุดท้าย ก็มาบอกพวกเราว่า จะต้องย้ายคุณพ่อไปห้องคนไข้หนัก
ดิฉันเสียรู้ และจดจำมาถึงวัีนนี้ จึงได้ตามประกบคุณแม่ไว้ตลอดเวลาทุกสถานการณ์ จะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเป็นอันขาดค่ะ
มีข้อคิดให้ว่า เมื่อใครอยากมีอาชีพเป็นคุณหมอ อย่างน้อยที่สุด ก็ต้องดูแลตัวเองเป็นก่อน จึงจะสามารถไปดูแลคนอื่นได้ และจิตใจต้องมีเมตตา รู้จักว่าความเจ็บปวดทางจิตใจ แม้ไม่เห็บาดแผล ไม่สามารถร้องออกมา แต่ก็มีความทุกข์ทรมานไม่น้อยกว่ามีบาดแผลทางร่างกายที่ปรากฏออกมาให้เห็น
ขอบพระคุณบัีนทึกของคุณหมอนะคะ เป็นกำลังใจให้น้องนะคะ ขอพรพระคุ้มครองให้หายไวๆ ขวัญเอ๋ยขวัญมาค่ะ
lวัสดีค่ะคุณ on time
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
ทุกวันนี้ การรักษาพยาบาลจึงกลับมาเน้นการดูแลกันด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์
คิดง่ายๆว่าคนไข้คนนั้นคือคนที่เรารัก
เราก็จะมีอาการที่เหมือนมนุษย์ทั่วๆไป
คือความห่วงใย กระตือรือล้น
น่าเสียดาย ที่ดิฉันเองรับราชการมา30 ปี ได้เห็นสิ่งที่นำมาฟื้นฟูนี้
หายไปอย่างน่าใจหาย ในช่วงเวลา 20ปีที่ผ่านมานี้
เช่น ผู้ให้บริการ พร้อมจะเป็นปรปักษ์กับญาติคนไข้เสมอ
ให้ไล่ญาติออกไปบ้าง(ดิฉันก็โดน)
สามารถมองคนไข้ที่ทุรนทุรายอย่างเย็นชา
และอาจเดาไปได้ว่า ขาดทักษะอย่างแรงในการดูคนไข้ฉุกเฉินด้วย
ซึ่งสำคัญมากสำหรับวิชาชีพคนสาธารณสุข ต้องแม่น ต้องกล้าตัดสินใจ
ตรึกตรองอยู่นานกว่าจะเขียนเรื่องนี้จนจบ
แต่เพื่อการพัฒนาและการปรับปรุงตัวที่ดีเหมาะสมกับการให้บริการ
สิ่งที่อยู่นอกตำราต้องเรียนรู้ยังมีอีกมากนัก
ขอให้กำลังใจ ผู้มีศรัทธาในอาชีพนี้ทุกคนค่ะ
ขอขอบคุณแทนน้องก้องด้วยค่ะ เธอปลอดภัยแล้ว
แต่สภาพจิตใจ และประสาทบางส่วนคงต้องได้รับการเยียวยาค่ะ
สวัสดีค่ะคุณบวร
ขอบคุณดอกไม้กำลังใจค่ะ
ขอให้เรื่องของน้องก้อง เป็นบทเรียนที่ดี
ในสิ่งที่ควรปฏิบัติและไม่ปฏิบัติ ของผู้ให้บริการทุกคน
เราอยากเห็นคนไข้รอดชีวิต หรือตายอย่างสมศักดิ์ศรีค่ะ
อ่านเรื่องแบบนี้แล้ว นึกถึงภูมิปัญญาโบราณ ที่ใช้สมุนไพรหรือยาตำราโบราณรักษา จะเรียกว่าแพทย์แผนไทยหรือว่าหมออะไรดีที่ใช้ทั้งยาและพลังจิตรักษา.......และรักษาโดยไม่คิดราคา ไม่หวังสิ่งตอบแทน.....ถ้าเรียนกันได้ จะเรียนเพื่อนำไปช่วยคน
สวัสดีค่ะพี่โยคี
ไปประชุมวิชาการประจำปี
ของมูลนิธิสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ
เขาได้เชิญหมองูท่่นหนึ่งมาบรรยายให้ฟัง
ทั้งมีรากไม้ชื่อ "โลดทะนงแดง"มาด้วย
เราช่วยกันบูชา(ซื้อ) กลับมาบ้าน
หวังว่าสักวันจะได้ช่วยคนไข้ถูกงูกัดได้บ้าง
แล้วจะเขียนลงบันทึกอีกครั้งโดยละเอียด
พ่อเอี๊ยะรักษาคนไข้รอดชีวิต100%
เป็นแรงบันดาลใจให้คุณหมอโรงพยาบาลชุมชน
เชิญมารักษาที่โรงพยาบาลประจำ
น่าชื่นใจกับความใจกว้างของหมอแผนปัจจุบันและแผนโบราณ
ที่ทำงานร่วมกัน
ผลลัพธ์คนไข้รอดทุกราย
จะนำมาเขียนแน่นอนค่ะ
ขอขอบคุณดอกไม้แห่งกำลังใจ ทุกดอกนะคะ
ดีใจมากค่ะ
อ่านแล้วได้แนวคิดดีๆๆเกียวกับเรื่องการรักษาและภูมิปัญญาไทย พี่รุ่งสบายดีนะครับ...
สวัสดีค่ะ อ.ขจิต ฝอยทอง
ภูมิปัญญาไทยเราควรช่วยกันศึกษาไว้
เป็นสมบัติของชาติที่สำคัญ
และสามารถนำมาใช้ได้ทันท่วงที
เพราะผ่านการพิสูจน์ต่อๆกันมา
ขอบคุณอาจารย์ค่ะ พี่สบายดี หวังว่าคงสบายดีเช่นกันนะคะ
เห็นบันทึกขึ้นบ่อยๆ ก็ชื่นชมค่ะ
เป็นกำลังใจให้ ต่อไปนะครับ
สวัสดีค่ะคุณจำเนียร แปดสี
ขอบคุณมากค่ะ ที่มาให้กำลังใจ
และเยี่ยมบันทึกวันนี้
ทำให้รู้สึกดีขึ้นมากค่ะ