๖ ชั่วโมงของการเดินทางที่ย่นเข้ามา...

หลายครั้งมาเยือนนราธิวาสข้าพเจ้ามักใช้เวลาประมาณ ๑๒ ชั่วโมงจากบ้านที่ยโสธร จากหกโมงเช้าถึงหกโมงเย็น...แต่รอบนี้ดีหน่อยที่ข้าพเจ้าสามารถต่อไฟท์ได้เลยของสายการบินนกแอร์...จึงสามารถบินรวดเดียวจากอุบลราชธานีถึงสนามบินนราธิวาส

นราธิวาสดูเงียบไปนิดหนึ่ง อาจเนื่องจากเทศกาลปอซอ (ถือศีลอด) ร้านค้างดขายกับข้าวแต่พอตกตอนเย็นก็จะคึกคักอีกครั้ง

คุณสุทัศน์...นำรถหุ้มเกราะกันกระสุนไปรับที่สนามบิน ถือว่าเป็นประสบการณ์ครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้นั่ง ไม่ใช่ว่าสถานการณ์ไม่ดี หากแต่ไม่มีรถจึงได้นำรถคันนี้มารับ รถหนักและดูหนา นั่งแล้วจะเวียนหัวเพราะกระจกรถหนามากซ้อนหลายชั้น

ก่อนหน้าที่ข้าพเจ้าจะมาถึง...

คณะทำงานขับเคลื่อน R2R ในพื้นที่ช่วยกันคัดเลือกผลงาน ๑๓ เรื่องต้นแบบที่นำมาคัดเลือกหาต้นแบบที่ดีที่สุดอีกหนึ่งเรื่อง เพื่อนำเป็น "R2R ต้นแบบ" ให้กับพื้นที่ได้ดูเป็นตัวอย่าง

วันนี้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เราจะเริ่มขึ้น

R2R เมืองนราโดย สสจ.นราฯ เป็นแม่งานนี้เริ่มก้าวย่างตั้งแต่ปี ๔๓ ...

รูปแบบการเรียนรู้และการสนับสนุนชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...บรรยากาศ R2R ก็เริ่มคึกคักและเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายมากขึ้นในเขตพื้นที่ชายแดนใต้

และความฝันของข้าพเจ้าก็เป็นจริงด้วยว่า ณ วันหนึ่งในฐานะที่ใจนี้ยังทำหน้าที่เป็นคุณอำนวย R2R จะต้องขับเคลื่อน R2R ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ชายแดนใต้ให้ได้ และสองปีมานี้ความฝันก็ปรากฏเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ...

เพราะนราธิวาสกับบ้านข้าพเจ้านั้นห่างกันแค่คืบเอง...

...

...

ข้าพเจ้าถึงเมืองนราฯ เที่ยงพอดี ได้ทักทายกับน้องๆ หลายคนที่คุ้นเคยบนเครื่อง

พี่พฤกษ์และคุณสุทัศน์...รับไปทานข้าวที่ร้านริมน้ำ ที่นี่เจ้าของร้านเป็นชาวชัยภูมิและมาเป็นสะใภ้ที่เมืองนราฯ หลายสิ่งปี ผู้แลความเรียบร้อยห้องประชุมคือ พี่เพชรเป็นชาวอิสานเมืองกันและเราจำกันได้เสมอ เพราะสองปีที่ผ่านมาเรามาจัดงานกันที่นี่ตลอด...

มิตรไมตรีดี...ลูกชายเจ้าของรับเป็นเจ้าภาพมื้ออาหารเที่ยงนี้

การขับพักได้รับการดูแลอย่างดีและเรียบร้อย...จากทั้งพี่เกี๋ยน พี่พฤกษ์ และคุณสุทัศน์...

มาคราใดอบอุ่นใจทุกครั้ง เป็นเมืองแห่งความสงบในใจของข้าพเจ้า

...

๑๐ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๔