ดร.สารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เปิดเผยว่า เครือ ซี.พี.วางแผน ตั้งรับสภาพแวดล้อมใหม่ทางธุรกิจทั้งเรื่องการขึ้นค่าจ้างแรงงาน การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการแข่งขันในตลาดการค้าเสรี ทำล่วงหน้าโดยไม่ต้องรอให้นักการเมืองมาบอก เพราะ ซี.พี.เป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ต้องดูแลพนักงานอย่างใกล้ชิดซึ่งขณะนี้มีทั้งหมดกว่า 1 แสนคน

ในทางปฏิบัติผู้บริหารจึงอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องร่วมกันตั้งโจทย์อยู่ตลอดที่จะรับผิดชอบพนักงานในฐานะเป็นโรงงานผู้ผลิต ถ้าจะปรับรายได้ขึ้นไปอีก 10-30% แล้วจะกระทบกับโครงสร้างการเงินหรือผลขาดทุนหรือกำไรอย่างไรบ้าง ธุรกิจในเครือ ซี.พี.มีคำตอบอยู่แล้ว ต้องเพิ่มรายได้ระดับพนักงานการผลิตซึ่งพึ่งรายได้เพื่อความอยู่รอด ระหว่างนี้กำลังเร่งศึกษาโครงสร้างรายได้ใหม่ที่จะจัดสรรให้พนักงานจะสรุปภายในสิ้นปี 2554 นี้ และเชื่อว่าบริษัทขนาดใหญ่ ๆ เกือบทั้งหมดก็จะทำรูปแบบเดียวกัน จะต้องคำนึงถึงรายรับลูกจ้าง ค่าครองชีพ และราคาสินค้า

เมื่อประเมินแล้ว ผู้ประกอบการภาคการเกษตรซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตจะได้รับผลกระทบจากนโยบายขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท น้อยกว่าภาคอุตสาหกรรม แต่โครงสร้างราคาสินค้าภายในประเทศเกือบทุกหมวดจะปรับราคาขึ้นตามสภาพความเป็นจริง ดังนั้นรัฐบาลใหม่ต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามกลไกการตลาดเสรี แล้วให้ผู้บริโภคเป็นคนเลือก เพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางระหว่างความต้องการ (demand) กับการผลิต (supply) ทางออกมีทางเดียวคือต้องเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศ ซึ่งมีทางเลือกบริโภคสินค้าได้หลากหลาย เพราะถ้าตั้งข้อสังเกตเรื่องราคาเนื้อไก่ เนื้อหมู หรือปุ๋ย ราคาสูงเกินไป ผู้บริโภคหันไปบริโภคอย่างอื่นแทนได้

เมื่อความต้องการลดลง แต่บริษัทต่าง ๆ ยังแข่งขันกันผลิตจนมีสินค้า เกินความต้องการก็จะดึงราคาลดลงมาเอง เป็นกลไกทางการตลาดที่ควรจะปล่อยให้ทำงานได้เต็มที่ จะเป็นผลดีต่อประเทศมากกว่าที่รัฐบาลจะมาแทรกแซงด้วยการหาเงินมาอุดหนุนอยู่ตลอด เหมือนกรณีการอุดหนุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่รัฐบาลจะได้ช่วยลดการแบกรับความเสี่ยงในกระบวนการผลิต ซึ่งปัจจุบันไปตกเป็นภาระหนักอยู่กับชาวไร่ ชาวนา เกษตรกร

"คุณธนินท์พูดถึงนโยบาย 2 สูง 1 ต่ำ เรื่องเพิ่มรายได้ชาวนา เกษตรกร มานานแล้ว และยังแสดงความเป็นห่วงมากที่สุดเรื่องความยุติธรรมในสังคม โดยเฉพาะการปล่อยให้ชาวนา ชาวไร่ แบกรับความเสี่ยง หากกระจายความเสี่ยงไปยังกลุ่มอื่นเฉลี่ยกันรับผิดชอบบ้าง ก็จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ"

ดร.สารสินกล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องทิศทางราคาสินค้าโดยรวมนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องพยายามทำให้มากที่สุดคือการหาตลาดเพื่อการส่งออกไปยังต่างประเทศ บวกกับการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกให้เกิดการเข้าถึงโดยง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งรัฐต้องรู้จักวิธีเลือกผลิตภัณฑ์สินค้าที่ตลาดโลกต้องการอย่างแท้จริงเพื่อผู้ผลิตในประเทศจะได้ลงทุนถูกทาง ประการสำคัญที่สุดขณะนี้หากรัฐขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ จนกลายเป็นแรงผลักดันให้ผู้ประกอบการอีกหลายกลุ่มต้องปรับโครงสร้างราคาสินค้าตามกลไกต้นทุนและตลาดเสรี สิ่งที่รัฐจะต้องเพิ่มขึ้นทันทีอีก 100% และทำเป็นอันดับแรกเลยคือมาประสานกับผู้ผลิต พ่อค้า สร้างกลไกความร่วมมือที่แท้จริงขึ้นมา เพื่อป้องกันความผิดพลาด