มาร่วมกันประหยัดทรัพยากร ด้วยโครงการพี่ให้น้องกันเถอะ

        วันนี้มีโอกาสไปนั่งทานข้าวในโรงอาหารในมหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐ มีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งมานั่งรับประทานอาหารร่วมโต๊ะด้วย บุคลิกเค้าโดดเด่น ไม่สนใจใครไม่สบตาใครก้มหน้าก้มตาทำในสิ่งที่ตั้งใจ ไม่สำรวจสิ่งรอบกายไม่เงยหน้าสบตาใคร ดิฉันนั่งมองเค้าอย่างสำรวจ เค้าเป็นนักศึกษา เค้าเป็นปัญญาชนที่จะก้าวเป็นกำลังของชาติในอนาคต เค้าสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าบาง .... จนขาดที่ไหล่ จึงคิดว่าเค้าคงถูกสังคมแปลกแยก ทำให้เค้าแปลกแยกจากสังคม นั่งมองต่อไป มีป้าแก่ๆคนนึงเดินมาขายทอฟฟี่ที่บรรจุซองเล็กๆ และกระดาษทิชชู่ เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นไป พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ และบอกป้าว่า "ผมไม่เอาครับ" ดิฉันยังอดยิ้มไม่ได้ว่า ในความแปลกแยกของเค้า เค้ายังมีความอ่อนโยนอยู่มาก ดิฉันอยากจะบอกเค้าให้กำลังใจเค้าว่า สู้ต่อไป ขอให้เป็นคนดีนะ...เจ้าหนุ่มน้อย หากคิดว่าเจ้าไร้ค่า เพียงเพราะสิ่งที่ห่อหุ้มร่างกายมันบ่งบอก อยากจะบอกว่า เจ้านี้มีแววตาแห่งความอ่อนโยน สุภาพมันมีค่ามากในสังคมปัจจุบัน จงรักษามันเอาไว้อย่าให้สังคมอันบีบบังคับนี้แย่งความอ่อนโยนจากเจ้าไป

         จึงเกิดความคิดว่า ตอนเรียนมหาวิทยาลัยเราใส่ชุดนักศึกษาประมาณ 5 ชุดต่อสัปดาห์ มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความมั่งมีของแต่ละคน เมื่อเรียนจบมันก็กลายเป็นสิ่งไร้ค่าทันที และมันยังไม่ทันเก่าและบางเสียจนขาด หากมีใครได้อ่านและมีความเกี่ยวข้องสามารถ รับบริจาคเสื้อผ้าชุดนักศึกษาในวันซ้อมรับปริญญาญา หากนักศึกษาจบ 1 หมื่นคน เราคงจะได้เสื้อผ้าส่งต่อให้น้องๆ อย่างน้อยคงสัก 4 หมื่นชุด ก็น่าจะดีเพราะเป็นการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างคุ้มค่าด้วย

         ในความคิดนี้ไม่ได้จำกัดแค่มหาวิทยาลัย ในวันจบการศึกษาในแต่ละโรงเรียน หากมีโครงการเสื้อผ้าน้องให้พี่ ในทุกๆ โรงเรียนก็คงจะดี ผู้ดำเนินการอาจจะยุ่งยากหน่อย แต่คิดถึงผลได้แม้นประโยชน์ไม่ตกกับตัวผู้ดำเนินการแถมทำให้ร้านที่ขายเสื้อผ้าที่มาประมูลเพื่อขายในโรงเรียนขายเสื้อผ้าได้น้อยลง แต่สำหรับบางคนแล้ว เค้าสามารถนำเงินที่ไปซื้อเสื้อผู้ให้ลูกนี้ มาซื้อปัจจัย 4 ซึ่งอาจจะเป็นยารักษาโรคแทน คิดดูว่าสิ่งที่คุณทำมันสูงค่าขนาดไหน

          หรืออาจคิดว่าแล้วใครจะมาเอา เค้าอายเค้าไม่มารับของบริจาคไปหรอก จึงอยากให้รูปแบบออกมาในแนวการแลกเปลี่ยน เขียนชื่อโครงการว่า "พี่ให้น้อง ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม" ของเครื่องใช้เสื้อผ้าที่นำมาให้ซักให้สะอาด นำมาแขวนอย่างเป็นระเบียบหรือใส่กระบะ กองแบบจัดรายการในห้างสรรพสินค้าก็ได้ โดยชี้จุดไปที่การนำกลับมาใช้ซ้ำเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

        เราสามารถหาทางทำดีได้โดยไม่ต้องเสียเงิน อย่าคิดว่าการทำดีเสียเวลา เสียเงิน จงหยุดคิดสักนิด ใช้ชีวิตให้ช้าลง ใส่ใจในรายละเอียดให้มากขึ้น สังคมจะได้มีแต่สันติสุข....ฝากด้วยนะคะ