พลังงานทุ่มงบ200ล้าน จัดแข่งกอล์ฟระดับโลก vs เตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเหนือ-อีสาน รับมือ3ระยะ

I spotted these 2 news while browsing today. I'd like to share with you how they read:

1) พลังงานทุ่มงบ200ล้าน จัดแข่งกอล์ฟระดับโลก
<ข่าวการเมือง naewna.co.th วันที่ 3/8/2011>

กระทรวงพลังงานร่วมกับรัฐวิสาหกิจในเครือทุ่มงบประมาณจากงบประชาสัมพันธ์และงบส่งเสริมการตลาดรวม 200 ล้านบาทจัดการแข่งขันกอล์ฟระดับโลกรายการไทยแลนด์กอล์ฟแชมเปี้ยนชิพ2011 ในวันที่ 15-18 ธันวาคมปีนี้ที่สนามอมตะสปริงคันทรี่คลับชลบุรี...

...โดยมีวัตถุประสงค์สร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยและเป็นการเฉลิมฉลองเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีพระชนมายุครบ 7 รอบ 84 ชันษาในวันที่ 5 ธันวาคมปีนี้ ... งบประมาณที่ใช้จัดจะได้มาจากงบประมาณประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการตลาดของรัฐวิสาหกิจ 10 แห่งของกระทรวงพลังงานโดยมีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและบริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) เป็นแกนหลักกับอีก 8 หน่วยงานที่ร่วมกันเช่นบริษัทเอ็ทโก้ จำกัด บริษัทไทยออยล์ จำกัด บริษัทกัลฟ์ เจพีจำกัดฯลฯโดยมีวงเงินรวม200ล้านบาท...

...การแข่งขันกอล์ฟครั้งนี้จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นของประเทศไทยในสังคมโลก...จะช่วยเอื้อประโยชน์ต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศไทยในระยะยาว ... มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันตลอดทั้ง 4 วันไปทั่วโลก ... คาดว่าผู้ชมกว่า 800 ล้านครัวเรือน จาก 200 ประเทศทั่วโลกจะได้รับชมบรรยากาศอันสวยงามและท้าทายของสนามกอล์ฟอมตะสปริงคันทรีคลับ อย่างทั่วถึง...
---

2) เตือนประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเหนือ-อีสาน รับมือ3ระยะ
<การเมือง:คุณภาพชีวิต กรุงเทพธุรกิจออนไลน์, 2 สิงหาคม 2554>

...วันนี้ (2 สิงหาคม 2554) ...รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขต้องเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมโรคที่มากับน้ำท่วม ซึ่งสภาพแวดล้อมความเป็นอยู่ของประชาชนจะเปลี่ยนไป  อันจะนำมาสู่การเกิดโรคติดต่อระบาดและภัยสุขภาพได้  จะเห็นได้จากข้อมูลเฝ้าระวังโรค(รง 506) ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในช่วง 5 ป(พศ2548-2552)  พบว่า โรคเลปโตสไปโรซิส(โรคฉี่หนู) และโรคตาแดง  ค่อนข้างมีความสัมพันธกับการพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงเวลาของการเกิดอุทกภัย  ซึ่งการเกิดโรคในประชากรกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยมีอัตราที่สูงกว่าปกติ อาจมีผลจากหลายปัจจัย

 เช่น การอยู่ร่วมกันของประชาชนที่อพยพเคลื่อนย้ายเพื่อหลบภัยจำนวนมาก  ทำให้มีข้อจำกัดทั้งเรื่องสถานที่พักพิง การจัดการด้านสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม ทั้งด้านอาหารและน้ำสะอาด การกำจัดขยะและสิ่งปฏิกูลเป็นสาเหตุทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรคติดต่อ  กรมควบคุมโรคขอแนะนำให้ประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมเตรียมพร้อมรับมือใน 3 ระยะ คือ
 
1.ระยะน้ำไหลบ่าหรือน้ำท่วมระยะแรก ให้ระวัง การจมน้ำ การถูกไฟดูด ไฟช็อต สัตว์มีพิษกัด และบาดแผลติดเชื้อ 
2.ระยะน้ำท่วมขัง ให้ระมัดวังโรค เช่น ตาแดง น้ำกัดเท้า อุจจาระร่วง
3.ระยะน้ำเริ่มลดและน้ำลดแล้ว โรคติดต่อที่สำคัญก็ยังคงเป็นโรคเลปโตสไปโรซิสหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า โรคฉี่หนู โรคไข้เลือดออก และไข้สมองอักเสบ  นอกจากโรคต่างๆ ข้างต้นแล้ว ในช่วงที่ฝนตกเกือบตลอดทั้งวัน ทำให้เกิดความชื้นในอากาศ อาจเป็นสาเหตุของโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ และโรคปอดบวมหรือโรคปอดอักเสบ ซึ่งต้องระมัดระวังในเด็ก โดยเน้นเด็กอายุต่ำกว่า 1 ขวบ เพราะเด็กยังไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยและมีโอกาสเป็นโรคปอดบวมได้  หากพบเด็กมีอาการซึมเศร้า ไม่กินน้ำไม่กินนม มีอาการไข้สูง ไอ หายใจหอบเร็ว หายใจมีเสียงฮืดหรือเสียงหวีด หายใจแรงจนชายโครงบุ๋ม ต้องรีบพาเด็กไปพบแพทย์ทันที.