คุณจะรู้สึกดีแค่ไหนหากมีใครสักคนยื่นดอกกุหลาบแรกแย้มให้คุณ   ความสวยกับกลิ่นหอมอันเย้ายวนเป็นดังมนต์เสน่ห์สะกดใครหลายคนให้หลงใหลใฝ่ถึงไม่รู้คลาย   แต่จะมีใครสักกี่คนเล่าสนใจที่มาของกุหลาบงามที่ตนกำลังครอบครองนอกจากการคิดเพียงแค่การครอบครอง

                แสงนวลจากหลอดนีออนริมทางส่องกระทบนวลเนื้อของสาวแรกรุ่นขับภาพความผุดผ่องพร้อมเรือนร่างอรชรให้ปรากฏต่อสายตาผู้พบเห็น    รอยยิ้มยั่วเย้ากับสายตาออดอ้อนดึงดูดชายที่กระสันอยากให้เข้ามาหาอย่างง่ายดาย  

                ทุกค่ำคืนความสวยความสาวจะถูกเปลี่ยนค่าเป็นราคาต่อรอง   มีคำพูดเพียงไม่กี่คำที่ชายแปลกหน้าจะหยุดทักทายเธอ

 น้องเท่าไหร่   

ลดหน่อยแล้วกัน

นั่นคือคำทักทายที่เธอต้องคุ้นชิน    เพราะถ้าเมื่อใดที่เขินอายกับคำทักทายเหล่านี้มันหมายความว่าวันพรุ่งจะมีคำว่า อด มาเยี่ยมเยือนทันที

แรกๆ ก็ไม่ได้คิดมาขายหรอก   แต่พอเลิกกับแฟนแล้วไม่มีที่ไป  ไม่รู้จักใครเลยในกรุงเทพ  ความรู้ก็ไม่มีพอดีคนรู้จักเขาชวนให้มาช่วยขายเสื้อผ้าที่แถวนี้ก็มาเลยเพราะเราไม่มีที่ไปอยู่แล้ว  วันแรกที่นั่งขายเสื้อผ้า อยู่ๆก็มีคนมาชวนไปเที่ยว   เราก็ไม่เข้าใจความหมายหรอกก็ถามคนแถวนี้ดูเขาก็เล่าให้ฟัง   แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดจะทำนะจนผ่านมาแล้วหลายเดือน   แม่โทรมาบอกว่าลูกเราที่อยู่กับเขาที่บ้านนอกไม่สบายต้องใช้เงิน   ตอนนั้นไม่มีเงินก็เลยปรึกษาเพื่อนคนที่เรามาขายของด้วยเขาก็แนะนำให้ทำก็เลยทำ   หลังจากนั้นมันก็เหมือนกับว่าที่บ้านนึกว่าเราหาเงินได้ง่ายพอมีเรื่องอะไรก็จะโทรมา   บ่อยเข้าก็กลายเป็นว่าเราต้องมาทำตรงนี้เป็นงานหลักแต่ เพื่อจุนเจือทางบ้านที่ต่างจังหวัด   ตอนนี้ทางบ้านเราก็ไม่รู้นะว่าเรามาหาเงิน

นี่เป็นเพียงเหตุผลบางอย่างสำหรับผู้หญิงสนามหลวง   เหตุผลที่พวกเธอเองไม่เคยปริปากบอกสังคมให้รู้ได้ หลายคนจึงมองพวกเธออย่างดูถูกเหยียดหยามว่าเธอ   เป็นผู้หญิงรักสนุก  ใจแตก   เป็นขยะไร้ค่าที่คอยสร้างแต่ภาพความหมองมัวให้กับประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของพลเมืองไทยชั้นต่างๆ  เป็นรอยด่างดำที่น่าอับอายของสังคมแสนศิวิไลซ์   นี่คือคำตัดสินที่เธอได้รับจากสังคม    เป็นคำตัดสินที่พวกเธอไม่มีแม้โอกาสในการยื่นอุธรณ์ต่อศาลใดๆ