สนามหลวง : ดอกไม้ในคืนเปลี่ยว

  “แรกๆ ก็ไม่ได้คิดมาขายหรอก แต่พอเลิกกับแฟนแล้วไม่มีที่ไป ไม่รู้จักใครเลยในกรุงเทพ ความรู้ก็ไม่มีพอดีคนรู้จักเขาชวนให้มาช่วยขายเสื้อผ้าที่แถวนี้ก็มาเลยเพราะเราไม่มีที่ไปอยู่แล้ว วันแรกที่นั่งขายเสื้อผ้า อยู่ๆก็มีคนมาชวนไปเที่ยว เราก็ไม่เข้าใจความหมายหรอกก็ถามคนแถวนี้ดูเขาก็เล่าให้ฟัง แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดจะทำนะจนผ่านมาแล้วหลายเดือน แม่โทรมาบอกว่าลูกเราที่อยู่กับเขาที่บ้านนอกไม่สบายต้องใช้เงิน ตอนนั้นไม่มีเงินก็เลยปรึกษาเพื่อนคนที่เรามาขายของด้วยเขาก็แนะนำให้ทำก็เลยทำ หลังจากนั้นมันก็เหมือนกับว่าที่บ้านนึกว่าเราหาเงินได้ง่ายพอมีเรื่องอะไรก็จะโทรมา บ่อยเข้าก็กลายเป็นว่าเราต้องมาทำตรงนี้เป็นงานหลักแต่ เพื่อจุนเจือทางบ้านที่ต่างจังหวัด ตอนนี้ทางบ้านเราก็ไม่รู้นะว่าเรามาหาเงิน”   

                คุณจะรู้สึกดีแค่ไหนหากมีใครสักคนยื่นดอกกุหลาบแรกแย้มให้คุณ   ความสวยกับกลิ่นหอมอันเย้ายวนเป็นดังมนต์เสน่ห์สะกดใครหลายคนให้หลงใหลใฝ่ถึงไม่รู้คลาย   แต่จะมีใครสักกี่คนเล่าสนใจที่มาของกุหลาบงามที่ตนกำลังครอบครองนอกจากการคิดเพียงแค่การครอบครอง

                แสงนวลจากหลอดนีออนริมทางส่องกระทบนวลเนื้อของสาวแรกรุ่นขับภาพความผุดผ่องพร้อมเรือนร่างอรชรให้ปรากฏต่อสายตาผู้พบเห็น    รอยยิ้มยั่วเย้ากับสายตาออดอ้อนดึงดูดชายที่กระสันอยากให้เข้ามาหาอย่างง่ายดาย  

                ทุกค่ำคืนความสวยความสาวจะถูกเปลี่ยนค่าเป็นราคาต่อรอง   มีคำพูดเพียงไม่กี่คำที่ชายแปลกหน้าจะหยุดทักทายเธอ

 น้องเท่าไหร่   

ลดหน่อยแล้วกัน

นั่นคือคำทักทายที่เธอต้องคุ้นชิน    เพราะถ้าเมื่อใดที่เขินอายกับคำทักทายเหล่านี้มันหมายความว่าวันพรุ่งจะมีคำว่า อด มาเยี่ยมเยือนทันที

แรกๆ ก็ไม่ได้คิดมาขายหรอก   แต่พอเลิกกับแฟนแล้วไม่มีที่ไป  ไม่รู้จักใครเลยในกรุงเทพ  ความรู้ก็ไม่มีพอดีคนรู้จักเขาชวนให้มาช่วยขายเสื้อผ้าที่แถวนี้ก็มาเลยเพราะเราไม่มีที่ไปอยู่แล้ว  วันแรกที่นั่งขายเสื้อผ้า อยู่ๆก็มีคนมาชวนไปเที่ยว   เราก็ไม่เข้าใจความหมายหรอกก็ถามคนแถวนี้ดูเขาก็เล่าให้ฟัง   แต่ตอนนั้นยังไม่ได้คิดจะทำนะจนผ่านมาแล้วหลายเดือน   แม่โทรมาบอกว่าลูกเราที่อยู่กับเขาที่บ้านนอกไม่สบายต้องใช้เงิน   ตอนนั้นไม่มีเงินก็เลยปรึกษาเพื่อนคนที่เรามาขายของด้วยเขาก็แนะนำให้ทำก็เลยทำ   หลังจากนั้นมันก็เหมือนกับว่าที่บ้านนึกว่าเราหาเงินได้ง่ายพอมีเรื่องอะไรก็จะโทรมา   บ่อยเข้าก็กลายเป็นว่าเราต้องมาทำตรงนี้เป็นงานหลักแต่ เพื่อจุนเจือทางบ้านที่ต่างจังหวัด   ตอนนี้ทางบ้านเราก็ไม่รู้นะว่าเรามาหาเงิน

นี่เป็นเพียงเหตุผลบางอย่างสำหรับผู้หญิงสนามหลวง   เหตุผลที่พวกเธอเองไม่เคยปริปากบอกสังคมให้รู้ได้ หลายคนจึงมองพวกเธออย่างดูถูกเหยียดหยามว่าเธอ   เป็นผู้หญิงรักสนุก  ใจแตก   เป็นขยะไร้ค่าที่คอยสร้างแต่ภาพความหมองมัวให้กับประเทศอันเป็นที่รักยิ่งของพลเมืองไทยชั้นต่างๆ  เป็นรอยด่างดำที่น่าอับอายของสังคมแสนศิวิไลซ์   นี่คือคำตัดสินที่เธอได้รับจากสังคม    เป็นคำตัดสินที่พวกเธอไม่มีแม้โอกาสในการยื่นอุธรณ์ต่อศาลใดๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เสียงสะท้อนจากฅนด้อยโอกาส

คำสำคัญ (Tags)#คุณภาพชีวิต#คนด้อยโอกาส#ปัญหาสังคม#สนามหลวง#คลองหลอด#ด้อยโอกาส#หญิงขายบริการ#เพศศึกษา#สัมพันธ์#ที่สาธารณะ

หมายเลขบันทึก: 45204, เขียน: 18 Aug 2006 @ 14:47, แก้ไข, 11 Feb 2012 @ 15:39, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (2)

เจ้าชายแห่งรัตติกาล,ขุนโจรโปรยหอม
IP: xxx.9.43.48
เขียนเมื่อ 06 Sep 2006 @ 13:23

ไม่ช่วยหางานให้พวกเธอทำอะครับ

ยิ่งสังคมจำเริญงอกงามด้วยแสงไฟต่างๆส่องทั่วท้องปริมณฑล จุดบอดของสังคมยิ่งเห็นได้เด่นชัดมากยิ่งขึ้นหากมิสามารถรีบลบจุดบอดเหล่านั้นออกจากสังคม

เราทุกคนในสังคมจะต้องมีจิตสำนึกร่วมกัน หาวิถีทางแก้ไขที่เหมาะสม

ผมในฐานะว่าที่ครูก็เช่นเดียวกัน

ครูจำต้องสร้างทางเลือกที่ดีให้กับเด็ก แม้นว่าเขาจะไม่มีแม้โอกาสสร้าง เราก็ต้องสร้าง สร้างและสร้างให้เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่ไม่ถูกสังคมเรียกว่าจุดบอด

ผมเชื่อว่าเด็กนักเรียนในอ้อมเอาใจใส่ของผม แม้นจะไม่ใช่คนที่เก่ง วิเศษเลิศเลอแต่เขาสามารถเป็นคนดีและทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินได้ตามแรงสามารถของเขา เช่นเดียวกับที่ผมพยายามกระทำอยู่

ขอบคุณที่ช่วยปลุก ว่าที่ครูเพื่อเด็กด้อยโอกาส

ได้ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

และ

จะไม่มีวันตายอีกต่อไป