ในเมื่อยังจัดการกลิ่นไม่ได้เบ็ดเสร็จ ก็ต้องหาวิธีมาจัดการต่อ ก๊าซไข่เน่าและแอมโมเนียมีผลต่อสุขภาพของคนด้วย ลงมือเรื่องก๊าซไข่เน่าก่อนละกัน
ก๊าซนี้มาจากการหมักหมมและการเน่าสลายของอินทรีย์สารก้นบ่อ เมื่อก้นบ่ออยู่ในภาวะที่ไม่มีออกซิเจน ในสภาวะที่มีน้ำฝนลงไปปนมาก น้ำไหลไม่ทัน เวลาที่มีน้ำขัง การเปลี่ยนแปลงความเป็นกรดของน้ำจะมากขึ้นได้ มีความเป็นไปได้ว่าตรงก้นบ่อจะมีออกซิเจนต่ำ
จะอาศัยเครื่องวัดก๊าซที่น้องจูนนำมาช่วยก็แป่ว วัดไม่ได้ ไม่มีหัววัดก๊าซตัวนี้อยู่
ผู้รู้เขาว่ามาว่า ความเป็นกรด-ด่างต่ำ และอุณหภูมิสูง เป็นสภาวะที่ทำให้ก๊าซไข่เน่ามีพิษมากขึ้น ค่าความเป็นกรด-ด่างที่เปลี่ยนไปของน้ำ ที่ลดลงแม้เพียง 0.1 มีผลเพิ่มความเป็นพิษของมันในน้ำได้
การทำงานที่ผ่านมา ให้ความรู้ว่ามีอย่างน้อย 2 วิธี ที่ใช้ปรับค่าเคมีน้ำให้เป็นด่างเพิ่มขึ้นได้ วิธีแรกใช้ลูกบอลน้ำหมัก วิธีหลังใช้ปูนขาวโรยในน้ำ
มีผู้รู้เขาบอกว่า พิษของน้ำจากก๊าซไข่เน่าสามารถลดลงได้ด้วยการถ่ายน้ำและใส่เกลือแกง หรือไม่ก็ใช้ปูนขาว เกลือแกงนั้นเขาใช้ 4 กรัมต่อตารางเมตร หรือ 20 กรัม ต่อ น้ำ 10 ลิตร ปูนขาวใช้ 30 กรัม ต่อ น้ำ 1,000 ลิตร
บ่อน้ำทิ้งที่ไปลองไว้ ให้ความรู้ว่า ปูนขาวปรับค่า pH ให้เป็นด่างได้ แต่ให้ค่า DO ต่ำ ปลาอยู่ไม่รอด ตรงนี้ก็เป็นอะไรที่ทำให้ลังเลใจ เพราะว่าในคูมีปลาอยู่แล้วมากมาย
น้ำในคูมีน้ำผงซักฟอกลงมาปน ทำความรู้จักผลทางเคมีของน้ำผงซักฟอกก่อนลงมือด้วยดีกว่า ตามไปหาครูกู้เพื่อปรึกษาก็ได้ความมาว่า เดิมทีสารตั้งต้นทำผงซักฟอกมี 2 ตัว
ตัวหนึ่งเรียกว่า BAB (Branched alkyl benzene) ตัวนี้ทำให้เกิดฟอง ใช้เวลาสลายตัวยาวนาน เป็นตัวที่ส่งผลให้น้ำเสียและทำลายสิ่งมีชีวิตในน้ำ อีกตัวเรียกว่า LAB (Linear alkyl benzene) ยุคหลังผู้ผลิตเปลี่ยนมาใช้มันเป็นสารตั้งต้นผลิตผงซักฟอกกันมากขึ้น
ผงซักฟอกมีฟอสฟอรัสผสมอยู่ด้วยจึงสามารถลดความกระด้างของน้ำได้ เมื่อใช้ผงซักฟอกแล้ว น้ำที่ปล่อยทิ้งจะมีฟอสเฟตสูง
ฟอสเฟตที่ปนในน้ำจำนวนมากจะสร้างปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ (red ride) ” ขึ้นมา
ปรากฏการณ์นี้เกิดจากสาหร่ายเติบโตมากจนทำให้น้ำเปลี่ยนสี พอสาหร่ายตาย จุลินทรีย์ที่มาย่อยสลายใช้ออกซิเจนไปจำนวนมาก น้ำมีออกซิเจนลดลง ปริมาณแอมโมเนียเพิ่มขึ้น กลายเป็นน้ำเน่าเสีย ทำให้สัตว์น้ำตายได้มาก
วิธีลดฟอสเฟตในน้ำ ขณะนี้ไม่มีวิธีที่ได้ผลมากนัก ปูนขาวและน้ำหมักชีวภาพช่วยลดฟอสเฟตในน้ำได้ลงได้ราวๆกึ่งหนึ่ง ใช้ปูนขาวอย่างเดียวได้ผลน้อยกว่า
อย่างนี้ก็ควรใช้ทั้งปูนขาวและลูกบอลน้ำหมักควบกันไป เพราะว่าได้ผลที่ต้องการหลายเด้ง คือ ลดทั้งกลิ่นและฟอสเฟตแล้วได้แถมลดก๊าซไข่เน่าที่อาจมีปนในน้ำด้วย
โอ๊ะ โอ....สิ่งซึ่งลงมือลองไปทำไปแล้ว...เป็นเรื่องในทางเดียวกัน...ขอบคุณมากเลยนะห้องเรียนที่ไม่มีใครแก้ได้...ที่สอนอะไรให้มากมายจริงๆนะเออ
24 กรกฎาคม 2554
The fun of research -- very addicting ;-)
May I confirm that
BAB is 'branched' alkyl benzene
LAB is 'linear' alkyl benzene
Thank you for sharing.
"...ฟอสเฟตที่ปนในน้ำจำนวนมากจะสร้างปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “ปรากฏการณ์ขี้ปลาวาฬ (red tide) ” ขึ้นมา...
Incidentally, scientists prefer 'HAB' (harmful algal bloom) over 'red tide'.
And here is a snippet from the web site 'oceanservice.noaa.gov › Ocean Facts'
...Harmful algal blooms, or HABs, occur when colonies of algae—simple ocean plants that live in the sea—grow out of control while producing toxic or harmful effects on people, fish, shellfish, marine mammals and birds. The human illnesses caused by HABs, though rare, can be debilitating or even fatal. ...
น้ำฝนที่ขังอยู่ในถังนานๆ และมี เศษใบไม้แห้งปนอยู่ด้วย
(เศษใบไม้แห้งมาจากนกคาบขึ้นไปทำรังบนหลังคาและรางน้ำฝนค่ะ)
น้ำขังนิ่งและนานไม่น่าจะมีออกซิเจนเท่าไหร่
จะมีก๊าซไข่เน่าใหมค่ะ และจะมีพิษใหม ใช้ดื่มได้หรือเปล่า
สงสัยจังค่ะ (คนยังไม่เคยดื่มค่ะ แต่น้องหมาดื่มทุกวัน)