ตรงไหนยุงเยอะตรงนั้น ค่า DO ต่ำๆ แค่ 2 กว่าๆ......สรุปเป็นเคล็ดไว้ใช้ว่า “ใช้ยุงวัดน้ำเสียไว้ ตรงไหนที่มีน้ำใสปิ๊ง ถ้ายังเห็นยุงก็อย่าเพิ่งวางใจ ต้องวัดน้ำและจัดการต่อ เพราะจมูกของคนไม่ไวเท่ายุง”

ในเมื่อคนไข้ยังยืนยันเรื่องกลิ่นก็ยังต้องตามรอยต่อไป โดยทั่วไปกลิ่นที่รู้จักกันก็เป็นเรื่องของก๊าซ  จำได้ว่าตอนเรียนอยู่ชั้นมัธยม มีชื่อ “ก๊าซไข่เน่า” เป็นตัวหนึ่งละ โตขึ้นมาอีกหน่อยก็เป็น “แอมโมเนีย” ที่ถูกสอนมาว่าให้กลิ่นที่ไม่ชวนดม

ทั้ง 2 ตัวนี้มีแหล่งปล่อยมาจากลำไส้และกระเพาะปัสสาวะของสัตว์ทุกชนิด น้ำในคูมีอุนจิออกมาปน จึงเป็นอะไรที่ยืนยันได้ว่า ในน้ำมีแอมโมเนียและก๊าซไข่เน่าปนอยู่แล้วระเหยขึ้นมา

ผู้รู้เรื่องน้ำเขาพูดกันว่า สารอินทรีย์ สารอนินทรีย์บางตัว และสาหร่ายบางตัวที่สร้างน้ำมันชนิดที่ระเหยได้เป็นต้นเหตุของกลิ่น ก๊าซไข่เน่า แอมโมเนีย เอมีน คือต้นตอของกลิ่น แล้วยังบอกด้วยว่า อุณหภูมิสูงอาจทำให้จุลินทรีย์เจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้รวดเร็ว รสของน้ำเกิดจากปริมาณของเกลือ สารประกอบของกรดและด่าง สารประกอบของเหล็กที่ปนอยู่

ค่าเคมีที่บอกความสามารถของกรดหรือด่างที่มีปฏิกิริยากับน้ำ (pH) และ ปริมาณออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ (DO) ที่วัดอยู่ก็บอกว่า ความสามารถเหล่านี้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

เมื่อดูภาวะความเป็นกรดของน้ำซึ่งเป็นผลมาจากการปนอยู่ของคาร์บอน ไดออกไซด์ เกลือแร่ และกรดอินทรีย์ต่างๆ กับสภาวะความเป็นด่างของน้ำซึ่งเป็นผลมาจากการปนอยู่ของคาร์บอเนต ไบคาร์บอเนต ของธาตุต่าง ๆ  ค่าเคมีของน้ำในคูที่บอกความเป็นกลาง (pH 7 ) รวมถึงการเห็นปลาหางนกยูงอยู่รอดได้ด้วยดี ทำให้ไม่กังวลกับความกระด้างของน้ำในคูหลังตึกแห่งนี้ไปด้วย

เกลือไบคาร์บอเนต คาร์บอเนต คลอไรด์ หรือซัลเฟตของธาตุแคลเซียม แมกนีเซียมที่ปนในน้ำเป็นต้นเหตุให้น้ำกระด้าง ความกระด้างทำให้การใช้สบู่เพื่อการซักฟอกเปลือง และเมื่อน้ำมีอุณหภูมิสูง ก็ตกตะกอนง่าย น้ำในคูไหลออกไปน่าจะไม่สร้างปัญหาเหล่านี้แล้วละ

โดยทั่วไปเมื่อบำบัดน้ำแล้ว ผู้รู้จะยอมรับค่าเคมีของน้ำที่ ช่วง pH 6.5-8.5 ค่าของ pH จึงใช้บอกถึงสารเคมีที่ละลายปนได้ เช่น ถ้ามีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ละลายอยู่ อาจมี pH ต่ำกว่า 5 ถ้ามีคาร์บอเนตละลายอยู่ อาจมี pH สูงกว่า 9 เป็นต้น น้ำที่มีค่า pH ต่ำมาก จะมีฤทธิ์ในการกัดกร่อน อาจทำให้เกิดการกัดกร่อนท่อและอุปกรณ์ได้

ความเกี่ยวพันกับค่าทางเคมีของน้ำตรงบางจุดที่มีน้ำปนผงซักฟอก หรือมีของเหลวที่กัดกร่อนท่อส่งน้ำที่เป็นโลหะได้ที่ผ่านปนมาในคูจากตึกนี้ จึงยังมีเรื่องให้จัดการต่อไป

หยอดลูกบอลน้ำหมักลงไปแล้วน้ำใสขึ้น กลิ่นก็ดีขึ้นด้วย บางจุดที่น้ำใส มียุงบินว่อน บางจุดก็ไม่มี ข้อสังเกตนี้สะท้อนว่ายุงกับน้ำเสียมีอะไรเกี่ยวข้องกัน

กลับไปดูค่าของเคมีน้ำที่วัดได้  อ้าว ใช่เลย ตรงไหนยุงเยอะตรงนั้น ค่า DO ต่ำๆ แค่ 2 กว่าๆ ครูกู้ยืนยันว่าตรงไหนน้ำเสียมาก ยุงเยอะ น้ำเสียที่มีคาร์บอนไดออกไซด์ละลายน้ำอยู่มาก จะมีออกซิเจนละลายน้ำอยู่น้อย และกลิ่นคาร์บอนไดออกไซด์เป็นอะไรที่ยุงชอบเอาไว้ด้วย

เจออย่างนี้ก็ขอสรุปเป็นเคล็ดไว้ใช้ว่า “ใช้ยุงวัดน้ำเสียไว้ ตรงไหนที่มีน้ำใสปิ๊ง ถ้ายังเห็นยุงก็อย่าเพิ่งวางใจ  ต้องวัดน้ำและจัดการต่อ เพราะจมูกของคนไม่ไวเท่ายุง”

ครูกู้บอกเรื่องก๊าซว่า ตรงไหนมีน้ำเสียจะมีก๊าซไม่ต่ำกว่าหนึ่งตัวอยู่ร่วมกัน ก๊าซนั้นมีได้ทั้งมีเทน ไนโตรเจนออกไซด์ ก๊าซไข่เน่า แอมโมเนีย

การพบว่ามียุงเยอะในบางจุดของน้ำ ก็เป็นอะไรที่ชี้ว่า ยังมีก๊าซอะไรบางอย่างหลงเหลืออยู่ในน้ำตรงคูตึกนี้ และเจ้าก๊าซตัวนี้มันก็ฟุ้งขึ้นเมื่อน้ำในคูมีจำนวนมาก คนไข้จึงได้กลิ่นชัดขึ้นในยามที่ฝนตก

นอกจากความกระด้างของน้ำแล้ว ผู้รู้ได้เตือนให้สนใจแร่ธาตุอื่น ๆ เช่น เหล็ก มังกานีส คลอไรด์ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟลูออไรด์ รวมไปถึงสารเคมีที่เป็นพิษต่อสุขภาพ เช่น สารหนู แคดเมี่ยม โครเมียม ตะกั่ว ซึ่งเมื่อปนในน้ำ ว่าทำให้น้ำมีค่าทางเคมีเปลี่ยนแปลงด้วย

ตะกอนดำก้นคูมันฟุ้งด้วย  เมื่อน้ำมีจำนวนมาก ตะกอนนี้เป็นแหล่งปล่อยก๊าซไข่เน่า และแอมโมเนีย หรือมีแร่ธาตุ สารเคมีเป็นพิษอยู่ด้วยหรือเปล่า ก็เป็นโจทย์ที่ต้องตามรอยต่อไป

24 กรกฎาคม 2554