21 กค
สร้างความรู้ผ่านการทำ r2r
วัดความทุกข์ของผู้ป่วยเป็นตัวเลข
ประโยคต่างๆ ข้างต้นผุดขึ้นมาในห้วงแห่งมโนขณะที่ข้าพเจ้านั่งฟังเรื่ืองราวผ่านเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในช่วงบ่าย ปีนี้โชคดีที่ได้มีโอกาสข้าพเจ้าเลือกนั่งฟัง "R2R สู่การพัฒนาระบบบริการ" มีอาจารย์หมอสมบูรณ์และอาจารย์หมอไพโรจน์ทำหน้าที่เป็น Moderator
การแลกเปลี่ยนรู้ผ่านวงใหญ่ก่อน มีนักพัฒนางาน R2R สี่ท่านจากทุกระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ ไปจนถึงงาน R2R ระดับมหาวิทยาลัย เนื้อหาของงานทั้งสี่เรื่องแตกต่างกันแต่คล้ายกันคือมีเป้าหมายไปสู่การพัฒนาระบบบริการให้ดีขึ้น แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบบริการหน้างานของตนเอง
นั่งฟังทีแรกง่วงนอนมากแต่ก็อดทนให้ผ่านความง่วงนั้นไปสักพักไม่นานก็สดชื่นขึ้น งานของคุณใบศรีที่ทำในระดับปฐมภูมิเรื่อง สะท้อนให้เห็นจุดแข็งของความร่วมมือของเครือข่ายชุมชน คุณใบศรีเล่าว่ามางาน R2R ปีนี้เป็นปีที่สองครั้งแรกที่มาก็เกิดเป็นแรงบันดาลใจเลยว่าในคราวต่อไปต้องส่งผลงานมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วย บรรยากาศการนำเสนออาจดูคล้ายงานประชุมวิชาการแต่ moderator ทั้งสองท่านก็ช่วยชวนพูดชวนแลกเปลี่ยนทำให้บรรยากศดูผ่อนคลายและน่าแลกเปลี่ยนเรียนรู้มากขึ้น เรื่องที่สองที่น่าสนใจไม่น้อยไปกว่ากันคือ เรื่องการทานยาของผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นชาวมุสลิมและอยู่ในช่วงถือศีลอดซึ่งงานชิ้นนี้เภสัชกรได้ลงมือทบทวนวรรณกรรมผ่านบทเรียนของมุสลิมชาวอาหรับ แล้วลองนำมาปรับใช้กับผู้ป่วยมุสลิมชาวไทย งานชิ้นนี้มีคุณค่าในทัศนะที่ว่าการรักษาไม่ได้เพียงการรักษาที่กายเท่านั้นหากแต่เป็นการรักษาเยียวยาเชิงวัฒนธรรมด้วย
งานของอาจารย์พจีที่ถึงแม้ว่าจะเป็นงานในระดับมหาวิทยาลัยแต่คุณค่าที่ทำและศึกษาในผู้ป่วยที่ได้รับกัมมันตภาพรังสีนั้นก็ส่งผลถึงคุณภาพบริการไม่น้อยเหมือนกัน ปิดท้ายรอบแรกด้วยงานการดื่มน้ำก่อนบริจาคเลือดเพื่อป้องกันการเป็นลม เสน่ห์ของงานนี้คือการทบทวนวรรณกรรมที่นำมาสู่การเชื่อมโยงระหว่างปัญหาหน้างานกับงานวรรณกรรมที่ไป review มา ท่าทีอันเป็นมิตรของอาจารย์ผู้ดำเนินรายการทั้งสองท่านเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิดการแลกเปลี่ยนในวงใหญ่ได้อย่างผ่อนคลาย
ในช่วงหลังพักเบรคเราแบ่งออกเป็นสองกลุ่มย่อยและนำเสนอในแต่ละกลุ่มๆ ละสี่เรื่อง ข้าพเจ้านั่งประจำอยู่กลุ่มอาจารย์หมอสมบูรณ์ ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ฟังเรื่องราวงาน R2R ที่พยายามแก้ปัญหาอาการคันในผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการฉีดยา Dexa ซึ่งอาจดูเหมือนเป็นทุกข์ระยะสั้นของผู้ป่วยที่มีอาการคันประมาณสี่สิบกว่านาทีแต่มันยิ่งใหญ่มากสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง ยิ่งโดยเฉพาะอาการคันที่เกิดขึ้นบริเวณปากช่องคลอด
ทั้งสี่เรื่องต้นแบบ R2R ทำให้ข้าพเจ้าได้เกิดการเรียนรู้อย่างมากมาย ข้าพเจ้าชอบฟังเรื่องราวมากกว่าการนำเสนอผลงานวิชาการ การนั่งอยู่ในวงเล็กนี้มีบทเรียนที่ทำให้เราได้คิดต่อยอดมากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะประเด็น "การวัดความทุกข์ของผู้ป่วยไม่สามารถประเมินค่าออกมาเป็นตัวเลขได้" เพราะความทุกข์แม้อาจเป็นเรื่องเดียวกันอาจจะดูระดับความทุกข์ที่แตกต่างกันก็ได้ อีกหนึ่งบทเรียนคือ คนหน้างานนั้นมีกระบวนการสร้างความรู้ได้โดยผ่านกระบวนการทำ R2R อันเป็นการที่ทำให้คนหน้างานได้ฝึกฝนวิถีแห่งการคิดอย่างเป็นระบบ อย่างมีเหตุมีผล
เวลาที่ถูกใช้อย่างคุ้มค่าทำให้ข้าพเจ้าอิ่มอกอิ่มใจยิ่งนัก สามชั่วโมงกว่าของการร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทำให้ข้าพเจ้าบรรเจิดความคิดแตกยอดออกไปได้มากมายหลายประเด็น
ผมพบเจอและได้คุยกับท่านอาจารย์
(ศ.นพ. สมบูรรณ์ เทียนทอง)
ท่านมีความเมตตา และมีความเป็นครู อย่างมาก
ไม่ว่าอยู่ในฐานะแพทย์
และในฐานะอาจารย์
ก็ตามครับ
ขอประทานโทษครับ ที่พิมพ์ชื่ออาจารย์ผิด
ต้องเป็น
(ศ.นพ. สมบูรณ์ เทียนทอง) ครับ
วันที่ 28 กรกฎาคม 2554
คณะแพทย์ มข จัด KM_R2R2P จากห้างสู่หิ้งแล้วคืนสู่ห้าง
ได้ประเด็นมาคิดต่อมากมายค่ะ