ภูมิปัญญาไทย ภูมิปัญญาพื้นบ้าน มีการค้นคว้ามาหลายร้อยปี ทำไมพวกเราไม่ช่วยกันต่อยอด ให้เป็นที่ยอมรับด้วยงานวิจัย

งาน R2R forum ครั้งที่ 4 ได้ปิดฉากลงแล้ว

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 21 กค 2554 ที่ห้อง Jupiter 4-5 "เครือข่ายมีชีวิต:ยกระดับแพทย์แผนไทยสู่สากลด้วยงานวิจัย R2R" ของเครือข่ายภาคตะวันออก คงเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับการเริ่มต้นงาน R2R

เริ่มต้นด้วยอาจารย์ฉัตรชัย สวัสดิไชย กล่าวถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของแพทย์แผนไทยว่ามีการถ่ายทอดภูมิปัญญามาถึงปัจจุบันได้อย่างไร สิ่งที่ประทับใจตอนหนึ่งก็คือ นายลาลูแบร์ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของชาติตะวันตกว่า

"การแพทย์แผนไทยไม่มีแบบแผนที่มาตรฐาน แต่ถึงอย่างไรก็ทำให้ผู้ป่วยหายได้จำนวนมาก"

ตรงนี้เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์หนึ่งที่แสดงผลสัมฤทธิ์ของแพทย์แผนไทย ซึ่งถ้ามีการศึกษาอย่างเป็นระบบและใช้หลักทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุน ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่ง

อาจารย์ฉัตรชัยเป็นผู้หนึ่งที่น่ายกย่องเพราะแสดงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนางานแพทย์แผนไทยให้เป็นที่ยอมรับ ถึงแม้จะเห็นอุปสรรคข้างหน้าอีกมากมาย จากงานประจำที่ต้องทำอยู่ทุกวันก็คือ รักษาโรคแบบแพทย์แผนไทย จากงานประจำสู่ปัญหาคือ ผลการรักษายังไม่เป็นยอมรับในวงการแพทย์แผนปัจจุบัน ปัญหานี้วกวนไปมาอยู่ในงานประจำของท่าน ซึ่งนำท่านไปสู่การทำวิจัยเพือให้มีหลักฐานเชิงประจักษ์มากขึ้น ถึงแม้งานวิจัยของท่านจะดูง่ายถ้ามองผิวเผินเพราะเป็นงานวิจัยเชิงพรรณนา หรืออาจถูกมองข้ามไปก็เพราะไม่น่าเชื่อถือในมุมมองของแพทย์ปัจจุบันเนื่องจากไม่ได้มีการทดลองเปรียบเทียบ

แต่ในมุมมองของผมกลับเห็นว่า มีคุณค่ามหาศาล เพราะเป็นงานวิจัยที่เกิดขึ้นโดยความอยากรู้ อยากพิสูจน์ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของคนที่มีใจใฝ่รู้ ไม่ได้เกิดจากการสั่งการ หรือต้องการนำผลงานไปขอการเลื่อนระดับขั้น

อย่าลืมว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีรากฐาน ความรู้จากงานวิจัยก็มีพื้นฐานจากงานวิจัยเชิงพรรณา และต่อยอดไปเรื่อยๆจนถึงงานวิจัยเชิงทดลอง

สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ว่า เราทำวิจัยเชิงพรรณา เพื่อเป็นรากฐานเพื่อต่อยอดงานวิจัยในอนาคต นั่นแหละคือคุณค่าสูงสุดของงานวิจัยชิ้นนั้น เพราะมันเกิดจากใจที่อยากจะพัฒนางานของตนเอง ตามวงล้อของการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง หรือ CQI ของงานวิจัยนั่นเอง

สิ่งที่ผมได้เรียนรู้อีกอย่างก็คือ วิทยการอีกสามท่านซึ่งได้แก่ น้องใหม่ เปรมวดี แสนเสนาะ หรืออย่างผู้ที่มีประสบการณ์แพทย์แผนไทยมาแล้ว คุณอุมาภรณ์ เรืองภักดี  โรงพยาบาลระยอง และเภสัชกร พินิต ชินสร้อย โรงพยาบาลวังน้ำเย็น ต่างก็มีประสบการณ์ที่ดีต่องานวิจัย ถึงแม้งานที่ทุกท่านจะเคยถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก จากนักวิจารณ์งานวิจัยในเวทีการเสนอผลงานอื่นๆมาแล้ว แต่ทุกท่านก็ยังมีความมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงผลงานและผลิตงานวิจัยต่อไปอีกในอนาคต

ในประเด็นหลังนี้ผมมีความคิดเห็นว่า สิ่งที่ผู้ที่เริ่มทำงานวิจัยต้องการ ไม่ใช่นักวิพากษ์ หรือ นักวิจารณ์งานวิจัย แต่ต้องการผู้ช่วยเหลือ ต้องการโค้ช ต้องการความดูแลอย่างใกล้ชิด เปรียบเหมือนเด็กอ่อนวัยที่ต้องการผู้ปกครอง คอยสั่งสอนเหมือนพ่อสอนลูก อย่างที่อาจารย์สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เคยเขียนไว้ว่า ต้องการผู้ที่ช่วยเติมส่วนขาดมากกว่าแค่ผู้ทบทวนงานวิจัย (Mentor not Reviewer)

สุดท้ายนี้ผมขอยกย่อง วิทยากรทั้งสี่ท่าน ว่าเป็น นักวิจัย R2R เต็มรูปแบบ และเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับผู้ที่เริ่มสนใจงาน R2R และขอฝากประโยคสุดท้ายว่า งาน R2R เริ่มต้นด้วยใจของผู้ปฏิบัติงาน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะพัฒนางานประจำของตนเอง เพื่อความสุขของตนเองและเพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วย ไม่ใช่เพื่อตอบสนองต่อตัวชี้วัดที่กำหนดขึ้นโดยใครต่อใครที่ต้องการเพียงตัวเลข

 

ทนง ประสานพานิช

ประธานเครือข่ายภาคตะวันออก

22 กค 2554