บทความสั้นๆ นี้เขียนตอนที่เรียนการบริหาร เนื่องจากอาจารย์ให้ลองวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองการปกครองในปัจจุบัน และให้เขียนข้อคิด หรือ บทความขึ้นมา เลยมาแบ่งปันกันค่ะ

 

ภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน ภูมิต้านทานการเลื่อยขาเก้าอี้ 

 

            เพียงช่วงขวบปีที่ผ่านมา แทบไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยจะใช้นายกรัฐมนตรีสิ้นเปลือง สวนกระแสการประหยัดเพื่อรักษ์โลกเป็นอย่างมาก นับจากนายกทักษิณ ชินวัตร นายกสุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกสมัคร สุนทรเวช ต่อเนื่องมายังนายกสมชาย วงษ์สวัสดิ์ และล่าสุดที่ นายกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองไทย หลายคน หลายสีได้พยายามออกมาอธิบาย วิพากษ์วิจารณ์ตามมุมของตนเองอย่างคึกคัก แต่สำหรับนักศึกษาผู้พยายามเรียนรู้เรื่องการบริหารเฉกเช่นข้าพเจ้าแล้ว มองเห็นสัจธรรมที่ล่องลอยอยู่เหนือนายกทุกๆ คน

            ภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน เป็นหลักการที่ตำราการบริหารมักกล่าวถึง ซึ่งเป็นคุณสมบัติ เป็นสิ่งที่ผู้บริหารพึงมี พึงเป็น ภูมิรู้ คือมีความรู้ ภูมิธรรม คือมีคุณธรรม และภูมิฐาน คือมีการแสดงออก มีบุคลิกภาพที่น่าชื่นชม ทั้งภูมิรู้ และภูมิฐานนั้น นายกไทยมีมากมายน่ายกย่องเป็นแบบอย่างแก่นักเรียนไทยยิ่งนัก เพราะเป็นคนเรียนเก่ง ที่ผลักดันตนเองให้มาเป็นผู้นำของประเทศไทยเพราะการศึกษาเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด คนมีภูมิรู้ก็ย่อมฉลาดในการแสดงออกให้เป็นที่ชื่นชมรักใคร่

            แต่ภูมิธรรมนั้นเล่า มักไม่ได้รับการใส่ใจจากเหล่านักบริหารนัก เหตุเพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครมองเห็น เมื่อมองไม่เห็นจับต้องไม่ได้ ก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็น ภูมิธรรมจึงมักเป็นเพียงเปลือกที่คนมีภูมิรู้  จะใช้ความภูมิฐานแสร้งสร้างให้ผู้คนอื่นคิดไปเองว่ามีภูมิธรรม

            การเปลี่ยนแปลงนายกรัฐมนตรี ความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้น ย่อมได้แสดงให้เห็นว่าการมีเพียงภูมิรู้ และภูมิฐาน แต่ขาดซึ่งภูมิธรรมนั้น ย่อมทำให้ภูมิต้านทานของชีวิตผู้บริหารคนนั้นไม่แข็งแรงพอที่จะต้านทานฝั่งตรงกันข้ามได้ ขาเก้าอี้ขาแล้วขาเล่าจึงถูกเลื่อยไปเช่นนั้นแล.