เป็นทัวร์ที่คาดไม่ถึง ในครั้งแรกคิดว่าได้รับรางวัลกับการทำงานหนักในแบบที่เราๆ ท่านๆ คุ้นเคย ก็คือไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ ปีนี้ช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชา ทีมผู้บริการของกระทรวงฯ เขต 18 ไปอินเดียกัน
ผอ.ประจวบ มงคลศิริ เล่าว่า ไหนๆ ก็ไปแล้ว ก็ซื้อทัวร์เพิ่มพาลูกไปเที่ยวด้วย เพราะเค้าเรียนอยู่ต่างประเทศนานๆ จึงจะได้มาหาพ่อ เพื่อมีเวลาอยู่ด้วยกัน. .
แล้วก็ได้ไปถึงอินเดียตามกำหนดการนะ
แรกเริ่มก็เหมือนปกตินะ เมื่อเครื่องลงจอดก็มีพระภิกษุรูปหนึ่งชื่อ พระอาจารย์สมาน ท่านมารับก็ทำหน้าที่เป็นพระธรรมทูตของวัดที่พุทธคยา ซึ่งมีมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่ท่านไปเรียนแล้วท่านก็จะมาคอยดูแลพวกเรา
พอพวกเราขึ้นรถปั๊บเนี่ย ธรรมวัตรเช้าเลย ...เค้ามีการแจกหนังสือหนึ่งเล่มทุกๆ คน ปรากฏว่าเป็นหนังสือสวดมนต์ทั้งหมดเลยครับ ท่านบอกว่า ชีวิตผมตั้งแต่เกิดมานี่ ไม่เคยสวดมนต์มากเท่าที่ไปอินเดียครั้งนี้เลยนะ คือยังนี้ครับ สิ่งที่ต้องทำก็ ธรรมวัตรเช้า ธรรมวัตรเย็น สวดบูชาสถานที่ทุกที่ที่ไปรวมทั้งเวียนเทียนด้วย ชินบัญชร ..คือว่าง่ายๆ วันทั้งวันเนี่ยสวดมนต์ นั่งสมาธิ เดินจงกรม
ในสถานที่จริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ปลงสังขาร และปรินิพพาน ทุกสถานที่เป็นรูปแบบอย่างนั้นหมดเลย
ไปถึงครั้งแรกไปที่กุสินารา ที่กุสินารา ก็จะมีวิหาร มีสถูป ก็เป็นที่ที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน และมีเจดีย์ที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า

สถูปและวิหารปรินิพพาน ณ กุสินารา (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
จากนั้นไปเมืองสารนาถในจุดที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ที่ไปสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรซึ่งเป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงตรงตำแหน่งนั้นเลย ใต้ต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้เลย ซึ่งต้นนี้เป็นรุ่นที่สี่แล้ว อากาศที่นี่ร้อนมาก ท่านบอกว่าเมื่อท่านไปนั่งในจุดดังกล่าว เมื่อเราสวดมนต์กัน อากาศเปลี่ยนไปเป็นเย็นสบายแบบชัดๆ เลย ในขณะที่สวดหากใบโพธ์ตกใส่ใคร เค้าก็จะเก็บมาเป็นสิ่งที่ปิติ เก็บไว้เป็นศิริมงคลกัน ที่นี่ทางคณะได้มีโอกาสทำบุญตักบาตรกับกลุ่มพระธรรมทูตไทยซึ่งนั่งสวดอยู่ด้านหลังของคณะ จำนวน 20 รูป นี่ก็เป็นการทำบุญเนื่องในอาสาฬหบูชาของคณะเราเลย

ธรรมเมกขสถูปที่เมืองสารนาถ (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
จากนั้นก็ไปต่อที่พุทธคยา ที่นี่เป็นที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ ก็จะมีองค์เจดีย์พุทธคยา พระประธานที่อยู่ในองค์เจดีย์นี่เป็นพระพุทธเมฒตา ที่นี่ก็ทำเช่นเดิม มีการสวด มีการไปนั่งที่หลังเจดีย์ซึ่งเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นรุ่นที่สี่แล้ว นับจากต้นที่พระพุทธเจ้าทรงตรัส ซึ่งแต่ละรุ่นก็อายุ ไม่ต่ำกว่า 300 ปีทั้งนั้น บางรุ่นนานถึง 1,000 ปี จวบจนถึงปัจจุบัน ปีนี้ พ.ศ. 2554 ต้นนี้เป็นรุ่นที่สี่แล้ว
ที่นี่เราก็จะเห็นแท่นที่พระพุทธองค์นั่ง เป็นที่ตรัสรู้น่ะครับ ตรงนี้เราก็สวดมนต์กัน
และก็ทำกันอย่างนี้ในทุกๆ ที่ที่ไป

พระมหาโพธิ์เจดีย์ (ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)
โดยสรุปก็คือการไปตามรอยพระพุทธเจ้าที่อินเดียงวดนี้ หนักกว่าที่เราไปปฏิบัติธรรมฯ ที่ทุกท่านคุ้นเคยกัน ท่าน ผอ.บอกว่าในชีวิตไม่เคยสวดมนต์มากเท่านี้มาก่อนเลย มากกก.. จริงๆ