พูดได้ทำไม่ได้ ไม่ใช่ครู พูดได้ทำได้ จึงเป็นครู

 

เมื่อ 8 ปีก่อนที่ผมเริ่มรู้จักมวยไชยาและมวยไทยโบราณ นั้น ครูมวยนั้นหายากมาก เพราะผู้สืบทอดวิชาที่เรียนจากครูผู้รู้จริง นั้นมีน้อยมาก และไม่มีการโปรโมทเผยแพร่เท่าไหร่นัก ฉะนั้นเมื่อค้นหาจนเจอ จึงพบครูมวยผู้รู้จริงทั้งนั้น

 

แต่ผ่านมาจน ณ ปัจจุบันนี้ ชื่อเสียงมวยไทยโบราณสายต่างๆไม่ว่าจะเป็น มวยไชยา โคราช ลพบุรี ท่าเสา ต่างมีชื่อเสียงมากขึ้น ครูมวยโบราณมีมากขึ้น แต่กลับพบครูมวยที่รู้จริงได้ยาก 

 

เพราะมีครูมวยปลอมๆ เต็มไปหมด บางคนไม่เคยเรียนวิชาสายนั้นเลย แต่ก็อ้างว่าเป็นมวยนั้นมา บางท่านก็อ้างว่าเคยเรียนกับคนนั้น คนนี้มา แต่ไม่มีวิชาการใดๆที่ยืนยันความรู้ได้เลย

 

ได้เพียงแต่เอาลูกไม้ มาแสดง โดยขาดหลักวิชาพื้นฐาน บางท่านได้เพียงแต่ดูซีดี ดูวีดีโอของมวยสายต่างๆ แล้วก็ก็อปปี้วิธีการมาสอน โดยไม่รู้หัวใจของท่ามวยนั้นๆเลย หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์ของวิชานั้น

 

แถมยังสอนไปอย่างผิดๆ ทำให้วิชานั้นเสียหายไปเปล่าๆ และยังปลูกฝังความเชื่อที่ผิดให้กับลูกศิษย์รุ่นต่อๆไป

 

การจะฝากตัวเป็นศิษย์กับครูมวยคนใดคนหนึ่งนั้น ในยุคนี้ก็ควรจะเลือกบ้างนะครับ วันนี้จะบอกวิธีสังเกตุการครูมวยคนนั้นว่าเป็นผู้ที่มีความรู้จริงหรือเปล่า

 

1.สอบถามกับครูผู้สอนนั้นว่า เรียนวิชาจากครูมวยท่านใดหรือสายใดมา อย่างถ้าบอกว่าเรียนมวย สายพระเจ้าเสือ (ซึ่งจริงๆแล้วกระทั่งแม่ไม้ตำรับพระเจ้าเสือนั้นเขียนขึ้นมาทีหลัง ในยุคปัจจุบันนี่เอง แต่ให้เครดิตชื่อท่านเท่านั้น)ก็ต้องทราบว่ามีการสืบทอดมาอย่างไร ซึ่งถ้าถามไปมักจะตอบไม่ได้ แต่สำหรับครูมวยที่เรียนรู้วิชามาจริงๆนั้นมักจนถึงต้นสายของวิชาตัวเองเลยว่าสืบทอดมาอย่างไร 

 

ตัวอย่าง สายไชยา นั้นเิริ่มจาก พ่อท่านมา > ปู่ขำ ศรียาภัย > อาจารย์เขตร ศรียาภัย > ครูทอง > ครูแปรง เป็นต้น

 

ฉะนั้นลองสอบถามนะครับว่าครูมวยของท่านนั้นสืบทอดวิชามาจากยุคไหนอย่างไร ครูมวยโบราณสายต่างๆนั้นมักมีชื่ออยู่ในประวัติศาสตร์ทั้งสิ้นและยังสืบค้นได้ง่ายในปัจจุบัน เพราะมีการบันทึกข้อมูลและเผยแพร่มากขึ้น เช่น มวยไชยา (ครูเขตร ,ครูทอง) มวยโคราช (ครูบัว วัดอิ่ม) มวยท่าเสา (ครูแพ เลี้ยงประเสริฐ) มวยลพบุรี(ครูกลิ้ง) มวยทวีสิทธิ์(ครูกิมเส็ง)เป็นต้น

 

2.สอบถามว่าเรียนมวยสายนั้นมานานเท่าใด

เนื่องจากมวยไทยโบราณนั้นมีหลักการพื้นฐานละเอียดนัก และครูมวยโบราณก็มักปั้นศิษย์แต่น้อย คือให้วิชาแต่ละขั้นให้แน่นก่อนที่จะให้วิชาขั้นถัดไป อย่างครูเขตรเองแค่เพียงเดินย่างสามขุมนั้นก็ให้เรียนนานเป็นปีเลยทีเดียว

 

ฉะนั้นการเรียนเพียงแค่ 2-3 ปีนั้นไม่ได้หมายถึงว่าจะเรียนมวยได้จบจนเป็นครูได้ (จุดนี้ควรระวังเพราะอาจจะเจอบางท่านที่โม้ว่าเรียนมานานก็มีเช่นกัน บางคนแค่ไปนั่งคุยกับครูมวยก็อ้างว่าได้เรียนแล้วก็ยังมี)

 

3.มวยไทยโบราณ มิใช่แค่ลูกไม้ เพราะถ้าแค่ลูกไม้ ปัจจุบันนักแสดงสตันท์ ท่านใดก็ทำได้ ลูกไม้จะหวือหวาตีลังการเตะ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แต่หัวใจสำคัญอยู่ที่แม่ไม้ หรือ ระบบการฝึกที่นำไปสู่การใช้ลูกไม้เหล่านั้นอย่างประสิทธิภาพ

 

4.มวยไทยโบราณ มิใช่แค่การแต่งตัว บางท่านพันหมัดคาดเชือก แต่งตัวผูกผ้าขาวม้า ใส่ชุดเก่า ก็ไม่ได้หมายถึงวิชาการที่จะสอนนั้นจะเป็นวิชามวยไทยโบราณตามชุดนะครับ

 

5.มวยไทยโบราณ นั้น ต่างจากมวยไทยเวทีในปัจจุบัน เนื่องจากมวยไทยโบราณเน้นการเอาตัวรอดในชีวิตจริงเป็นหลัก ต่างจากมวยไทยเวที ที่แข่งขันเป็นกีฬา ฉะนั้นเทคนิคบางอย่างนั้นจึงถูกห้ามใช้ในเวที ทำให้ระบบการเรียนของมวยไทยโบราณนั้นต่างจากมวยไทยเวที

 

6.ลักษณะท่าทางของครูคนนั้น จริงๆสำหรับคนที่เรียนมวยบ้างก็คงพอจะมองออกถึงความรัดกุม เหลี่ยมมวยของวิชาการที่ครูท่านนั้นแสดงให้เห็น แต่สำหรับคนที่ไม่เคยฝึกอาจจะมองยากหน่อยครับ แต่แม้กระทั่งครูที่สูงวัยแล้ว ท่าทางที่แสดงออกนั้นก็ยังสง่างาม รัดกุมอย่างเห็นได้ชัด

 

7.ข้อสำคัญ คือ "พูดได้ทำไม่ได้ ไม่ใช่ครู พูดได้ทำได้ จึงเป็นครู"

 

นี่คือตัววิเคราะห์คร่าวๆสำหรับการเลือกเรียนกับครูท่านใดนะครับ หวังว่าท่านจะโชคดีในการได้เจอครูที่สืบทอดวิชามาอย่างถูกต้องนะครับ

 

พรรค มวยไชยา