การรับอำนาจมาส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือการบริหารที่มีประสิทธิภาพ

           เล่าจื๊อ เจ้าตำรับปรัชญาเต๋าเคยใช้วงล้อเป็นตัวอย่างของ แรง และ การขับเคลื่อน ได้อย่างเห็นภาพพจน์

           วงล้อซึ่งเป็นวงกลมชั้นนอกสุดและเป็นส่วนที่หมุนพายานพาหนะเคลื่อนที่ไปได้นั้นไม่มีแรงในตัวเอง  แรงหมุนวงล้ออยู่ที่จุดศูนย์กลางหรือแกนล้อ  แรงนั้นผ่านมาตามซี่ล้อซึ่งทำหน้าที่เชื่อมประสานระหว่างต้นทางกับปลายทางของแรงหมุนอย่างแข็งแรงมั่นคง  เต๋าสรุปเรื่องนี้สั้นๆ ว่า ล้อหมุนได้เพราะตรงศูนย์กลางเป็นที่ว่าง

           ประโยคสั้น แต่เวลาคิดละก็ยาว  เมื่อตรงศูนย์กลางว่าง  วงล้อทั้งวงก็ไม่มีแรงที่ตรงไหนเลย  ต้องรับแรงจากภายนอก แล้วต้องส่งต่อทันทีให้หมด ตรงกลางจะได้ว่างอีกทันทีและสามารถรับแรงที่เข้ามาอีกได้ทันที  วัฏจักรนี้เองที่ทำให้วงล้อหมุนไปได้อย่างต่อเนื่อง

          นี่คือการบริหารแบบกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลาง (Decentralization) ซึ่งเต๋ารู้จักมากว่าสองพันปีแล้ว           ระบอบประชาธิปไตยมีรัฐบาลที่ได้รับอำนาจจากประชาชน  รัฐบาลเป็นแกนล้อ องค์กรทุกระดับคือซี่ซ้อและวงล้อชั้น   นอกสุด โดยตรรกะนี้ การรับอำนาจมาส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ก็คือการบริหารที่มีประสิทธิภาพ

          การบริหารในทางตรงข้าม คือ การรวมอำนาจไว้ที่ศูนย์กลาง (Centralization) นั้น มีความจำเป็นอยู่ในบางเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องความมั่นคงของประเทศ  ดังนั้นกองทัพของทุกประเทศจึงบริหารด้วยวิธีนี้ทั้งนั้น  แต่บางเรื่องนั้น บางประเทศกระจายอำนาจมานานแล้ว แต่ก็ยังรวมอำนาจไปพร้อมๆกันด้วย เช่น ประชาชนเลือกนายก อบจ. และนายกเทศมนตรีเองได้ แต่กระทรวงมหาดไทยก็ยังส่งผู้ว่าราชการกับนายอำเภอมาเป็นคู่ขนานตลอดเวลา  เราจึงไม่ค่อยจะรู้กันชัดเท่าไรนัก ว่า วงล้อของ อบจ. แล่นได้ฉิวอย่างวงล้อของเต๋าหรือไม่   

          อาจารย์เก่าสมัยชั้นมัธยมของผมเปรียบเทียบว่า การบริหารแบบนี้เหมือนกับการปลดอานลงจากหลังม้าเพราะจะไม่ขึ้นขี่อีกแล้ว  แต่ยังไม่ปลดสายบังเหียนเพราะยังอยากจะจูงอยู่

         ขอคารวะคุณครูครับ