เสนอแนวคิดผลักดันสังคมอยู่อย่างมีความสันติสุข และยั่งยืน "ธรรมชาติอธรรมค้ำจุนโลก"

เรียน  ท่านสมาชิกที่เคารพรักทุกท่าน   

 

                    กระผมนำเสนอผลงานด้านสังคม  ได้นำข้อคิดข้อเขียนเสนอผ่านเว็บไซต์   ธรรมชาติธรรมค้ำจุนโลก

 

             กระผมมีกำลังใจอย่างยิ่งที่ท่านเข้าชมเป็นจำนวนไม่น้อย  ทั้งยังแสดงความคิดเห็นอย่างต่อเนื่องตลอดมา  กระผมจะทยอยข้อคิดข้อเขียนถึงท่านอย่างสม่ำเสมอ และต่อเนื่อง ผ่านเว็บไซต์ดังที่ให้ไว้ข้างล่าง

 

                   ขอแนะนำครับ 

 

                    ท่านคลิกเว็บที่ให้ไว้นี้ สู่เว็บได้ทันที  (ท่านไม่ต้องพิมพ์เว็บให้เสียเวลา) 

 

                    คลิกเลยครับ  

                           http://www.nature-dhrama.com

                                     และ
                           http://www.nature-dhama.ob.tc

 

 

 

 

                                                                                         ยังดีที่เหลืออยู่บ้าง

         รถยุโรปคันงามยี่ห้อดังแล่นอย่างช้า ๆบนถนนขนาดรถกระบะสวนกันต้องระวังเป็นพิเศษ ไม่เช่นนั้นต้องเกิดอุบัติเหตุเพราะรถต้องเบียดกันได้ มัน เป็นถนนที่ อบต. สร้างในหมู่บ้านชนบทโดยทั่วไป

         หนุ่มเจ้าของรถแต่งกายสมัยนิยม สาวชาวตะวันตกอายุราว 30 ปีที่นั่งเบาะหน้า
หันไปคุยกับหญิงไทยวัยรุ่น 2 คน ที่นั่งอยู่เบาะหลัง สาวไทยทั้ง 2 คน แต่งกายไม่แพ้สาวตะวันตกที่นั่งเบาะหน้า สวมเสื้อสายเดี่ยว นุ่งกางเกงขาสั้นแบบสั้นที่สุดในโลก

          "เจนคิดว่าได้ตั้งสาขาที่นี่น่าจะเหมาะสมที่สุด" ใช้ชื่อแทนสรรพนามผู้พูด และพูดไทยได้ชัดเจน

          "ผม ก็คิดเช่นนั้น ญาติของผมมีมาก เรื่องลูกค้าคงไม่มีปัญหา" เขาพูดอย่างมั่นใจ เพราะหมู่บ้านนี้เป็นบ้านเกิดของเขา

          เมื่อเจ้าหนุ่มพูดจบ หญิงสาวทั้งสองพูดพร้อมกัน และเหมือนกันอย่างกับนัดกันไว้

          "ญาติฉันก็เยอะ" พูดเสร็จก็ไม่วายจะหัวเราะหลังจากนั้นก็คุยในเรื่องนี้กันต่อ ชายหนุ่มที่ไม่ได้สนทนาด้วย ดูสีหน้าบ่งบอกว่ากำลังครุ่นคิด

          "ที่ดินแปลงที่อยู่ติดชายทะเล ราคาประมาณเท่าไหร่..หนอ..พอจำสู้กับราคาอาคาร ราคาอุปกรณ์เครื่องคอม ฯ ได้ไม่ถ้าแปลงนี้ไม่พอ                                  ให้ แม่ขายของพี่สาว ซึ่งเป็นแปลงที่อยู่ในเมืองก็น่าจะดี" เขาคิดไปทวนไปหลายตลบจนรถแล่นมาใกล้ฝูงชนหญิงสาวในรถสั่งให้เขาจอดรถ แล้วเปิดกระจกรถ ชะโงกหน้าถาม

          "นี่ป้าเขาทำอะไรกัน มีงานอะไรกัน"

          " อ้ายพร..มึงจำป้าไม่ได้เชียวรึ นี่มึงลืมวันส่งตายาย วันสำคัญของคนใต้เสียแล้วรึ กูนึกว่ามึงมาทำบุญเสียด้วยซ้ำ ดูซิเขาหิ้วปิ่นโต ทูนหมฺรับ มึงยังนึกไม่ออก"

          "แม่ผมมาด้วยไม่ครับ" ชายหนุ่มอดถามไม่ได้

          "แม่มึงไม่ลืมทำบุญหรอก .. พวกมึงซิ.."
         คุณป้าแกบ่นพึมพำตามความคิดของแกเรื่อยไป คนที่เดินมาด้วยก็อดที่จะพูดเสริมไม่ได้

         คนในรถไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

         "ไม่รู้จะทำบุญอะไรกันนักหนา" นี่คงเป็นความคิดของพวกเขา

        "ผมจะรีบไปหาแม่" พอพูดขาดคำก็เหยียบคัดเร่งอย่างแรง คล้ายกับไม่รู้ตัว
รถเสียหลัก พุ่งชนคนที่เดินอยู่บนถนนแคบ ๆ ตรงนั้น
ภาพที่น่าสลดใจที่สุด ผู้ที่ตายจำนวน 9 คน ล้วนสวมชุดไทย มีปิ่นโต สำรับอาหาร หมฺรับ กระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ ศพ
หญิงวัยชรา อายุประมาณ 87 ปี สวมชุดไทยสีสดสวย เข้าประคองหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมชุดไทย ดูอาการไม่สาหัส คงจะปลอดภัย

         "รอด..มาได้บ้างก็ยังดี"
        หญิงสาวพยักหน้า ตอบรับความรู้สึกของหญิงชราได้อย่างดี

        "มึงเท่านั้นที่เข้าใจคำพูดของยาย คนในรถคันนั้น มันไม่เข้าใจคำพูดของยายหรอก"
          หญิงสาวยิ้มอย่างมีความสุขที่สุด

         "ยังดีที่เหลืออยู่บ้าง" นี่คือความในใจของยาย
          หญิงชราส่งยิ้มให้หญิงสาว ต่างคนต่างเข้าใจ