พระเจ้าพิมพิสาร พระเวฬุวนาราม โอวาทปาติโมกข์ คิชฌกูฏ

เมืองราชคฤห์

ประวัติศาสตร์เมืองราชคฤห์

          กรุงราชคฤห์เป็นชื่อเมืองหลวงแห่งแคว้นมคธ ตามภาษาบาลีเรียกว่า “ราชคฤห์” ปัจจุบันเรียกเพี้ยนมาเป็น “ราชคีร์” คนไทยเรียกว่า “ราชคฤห์” เพราะเป็นที่ประทับของพระจักรพรรดินามว่า “มันตุราช” มีพระมหาโกวินทะปุโรหิตาจารย์ เป็นสถาปนิกใหญ่ออกแบบในอรรถกถาวิมานวัตถุ นครนี้ชื่อว่า “คิริพชะนคร” เพราะตั้งอยู่กลางเขา ๕ ลูก คือ อิสิคิลิ, เวปุลละ, เวภาระ, ปัณฑวะ และคิชฌกูฎ จินตกวีผู้ประพันธ์ กามนิตวาสิฏฐี ได้ขนานนามนครนี้ว่า “เบญจคีรีนคร”

          ท่านพระพุทธโฆษาจารย์ พรรณนาความยิ่งใหญ่แข็งแรงของเมืองว่ามีประตูใหญ่ ๓๒ ประตู ประตูเล็กอีก ๖๔ ประตู มีประชากร ๑๘ โกฏิ เมืองราชคฤห์ยิ่งใหญ่ทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ และศาสนา ยากที่จะหาเมืองใดเทียบได้ การเมือง  มีความเกี่ยวพันธ์ฉันพี่น้องกับแคว้นโกสล และได้เป็นเมืองหลวง ๒ แคว้น คือ แคว้นอังคะ และแคว้นมคธ  เศรษฐกิจ  เป็นศูนย์กลางทางการค้าขาย สมัยพุทธกาลมีหมาเศรษฐี ๙ ท่าน คือ ราชคหเศรษฐี, ปุณณเศรษฐี, โชติกเศรษฐี, เมณฑกเศรษฐี, ธนัญชัยเศรษฐี, ปาวาริกเศรษฐี, วิสาขาเศรษฐี, โกสิยเศรษฐี, กากวัลลิยเศรษฐี  ศาสนา  เป็นที่ชุมนุมของเจ้าลัทธิทั้งหลาย เช่น อาฬารดาบส กาลามโคตร, อุทกดาบส รามบุตร, ปูรณกัสสปะ, มักขลิโคสาล, อชิตเกสกัมพล, ปกุทธกัจจายนะ, นิครนถนากบุตร และสัญชัยเวลัฏฐบุตร

          ก่อน พ.ศ. ๕๐ เจ้าชายสิทธัตถะถือบวชเสด็จมานครนี้เป็นครั้งแรก ศึกษาในสำนักของอาฬารดาบสได้สมาบัติ ๗ และศึกษาต่อในสำนักอุทกดาบสได้สมาบัติ ๘ ได้พบกับพระเจ้าพิมพิสารเป็นครั้งแรก

          ก่อน พ.ศ. ๔๔ พระพุทธองค์ได้เสด็จมาโปรดพระเจ้าพิมพิสารเพื่อเปลื้องปฏิญญาและประทับจำพรรษาที่นี่ในพรรษาที่ ๒-๔ รวม ๓ พรรษา รับปฐมสังฆกรรมเวฬุวันจากพระเจ้าพิมพิสาร

          ก่อน พ.ศ. ๒ ปี หลังออกพรรษาที่ ๔๔ พระพุทธองคืได้มาประทับเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเสด็จไปจำพรรษาเมืองไพสาลี พรรษาที่ ๔๕

          หลังพระเจ้าอชาตศัตรุทำปิตุฆาต จึงย้ายพระราชฐานไปอยู่ด้านนอกเบญจคีรีนครทางทิศเหนือ ข้างเขาเวปุลละและเวภาระ

หลังพุทธปรินิพพานได้ ๓ เดือน จึงทำการสังคายนาครั้งที่ ๑ ณ ถ้ำสัตตบรรณคูหา เขาเวภารบรรพต มีพระมหากัสสปะเป็นประธานปุจฉา พระอานนท์วิสัขขนาพระสูตรและพระอภิธรรม พระอุบาลีวิสัขขนาพระวินัย พระเจ้าอชาตศัตรูเป็นผู้ถวายศาสนูปถัมภ์

          พ.ศ. ๒๓๘ พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จมาสักการะพุทธสถานในเมืองราชคฤห์ สร้างสถูปเจดีย์ และปักเสาอโศกเป็นอนุสรณ์

          พ.ศ. ๘๐๐ เศษ ได้รับการดูแลและอุปถัมภ์จากพระมหากศัตริย์ในราชวงศ์คุปตะ พระพุทธศาสนาในแคว้นมคตจึงเจริญรุ่งเรือง

          พ.ศ. ๙๔๔-๙๕๓ หลวงจีนฟาเหียนมาจาริกธรรม เห็นวัดวาอารามมากมาย เห็นพระสงฆ์ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญภาวนา บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์

          พ.ศ. ๑๑๔๙-๑๑๙๑  ได้รับการอุปถัมภ์จากกษัตริย์ราชวงศ์หรรษวรรธนะ

          พ.ศ. ๑๑๗๒-๑๑๙๑ หลวงจีนถัมซัมจั๋ง มาสืบศาสนาบันทึกว่า พบสถูปที่พระเจ้าอโศกสร้างไว้สูงประมาณ ๖๐ ฟุต ข้างสถูปมีแท่งหินกับคำจารึก

          พ.ศ. ๑๓๐๓-๑๖๘๕ อยู่ในการอุปถัมภ์ของราชวงศ์ปาละเป็นเวลานานกว่า ๔๐๐ ปี

          พ.ศ. ๑๗๔๓ ถูกกองทัพอิสลามย่ำยีจนไม่มีโบราณสถานใดเหลือเป็นชิ้นดี

          พ.ศ. ๒๐๐๐ เศษ ท่านศรีอัศวินีกุมารทัตต์ ชาวเมืองพาริศาลในแคว้นเบงกอล เป็นคนแรกที่มาค้นคว้าแหล่งสำคัญของพระพุทธศาสนาในเมืองราชคฤห์

          พ.ศ. ๒๓๖๙ ภิกษุชาวพม่าได้มาสำรวจอย่างจริงจัง

พ.ศ. ๒๔๐๕ เซอร์คันนิ่งแฮมจึงพาคณะนักโบราณคดีสำรวจขุดค้นพุทธสถานเมืองราชคฤห์

          พ.ศ. ๒๔๗๕ เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ โบราณสถานบางแห่งสูญสลาย

          พ.ศ. ๒๔๙๙ รัฐบาลอินเดียได้บูรณพัฒนาเพื่อฉลองมหาพุทธชยันตี พุทธสถานทั้งหลายในนคร  ราชคฤห์ จึงมีปรากฏแก่สายตามบรรดานักแสวงบุญจากทั่วทุกสารทิศ

สถานที่สำคัญ

๑)  เวฬุวนาราม วัดแรกในพระพุทธศาสนา

                   -  ต้นกำเนิดวันมาฆบูชาเกิดที่นี่

                   -  พระสรีบุตรและพระโมคคัลลานะบวชที่นี่

                   -  ต้นกำเนิดการทำบุญอุทิศถึงเปตชน

                   -  สถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์ (หัวใจพระพุทธศาสนา)

          ๒)  เมืองราชคฤห์ แบ่งเป็น ๓ สมัย คือ พระเจ้าพิมพิสาร พระเจ้าอชาตศัตรู และราชคฤห์ปัจจุบัน

          ๓)  เขาคิชฌกูฏ เป็นยอดเขา ที่พระพุทธเจ้าเลือกประทับเป็นการส่วนพระองค์บนเขาลูกนี้ประกอบด้วย

                   -  โจรปปาตะ (เหวทิ้งโจร)

                   -  มาตาตุจฉิวิหาร (สถานที่พระนาวโกศลเวเทหิหมายแท้งครรภ์)

                   -  เจติยสถานพระเจ้าพิมพิสารลงจากหลังช้าง

                   -  เจติยสถานพระเจ้าพิมพิสารลงจากวอพระที่นั่ง

                   -  สะพานข้ามสู่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์

                   -  ถ้ำพระมหาโมคคัลลานะ (ที่พักอาศัยของพระมหาโมคคัลลานะ)

                   -  ที่สันนิษฐานพระเทวทัตกลิ้งก้อนหินหมายปลงพระชนม์พระพุทธองค์

                   -  ถ้ำสุกรขาตา (ที่พระสารีบัตรสำเร้จพระอรหันต์)

                   -  เจติยสถานพระถังซัมจั๋งสักการะพุทธสถาน

                   -  อานนทกุฎี (ที่พักพระอานนท์พุทธอุปัฏฐาก)

                   -  พระมูลคันธกุฎี (ที่ประทับพระพุทธเจ้า)

          ๔)  ตโปธาราม บ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ต้นบัญญัติ ๑๕ วันอาบน้ำ (ที่นี่) ได้ ๑ ครั้ง

          ๕)  สัตตบรรณคูหา บนเขาเวภารบรรพตที่ทำสังคายนาครั้งที่ ๑

          ๖)  ชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในโลก หมอชีวกโกมารภัจจ์ถวาย

          ๗)  ลัฎฐิวัน สวนตาลหนุ่ม ที่พระเจ้าพิมพิสาร และข้าราชบริพาร ๑๒๐,๐๐๐ เข้าเฝ้าพระพุทธองค์และฟังธรรม

          ๘)  เรือนคุมขังพระเจ้าพิมพิสาร ถูกพระราชโอรสชาตศัตรูกุมารจับมากักขังบริเวณจนสิ้นพระชนม์ที่นี่

                   -  พระเจ้าพิมพิสารถูกอชาตศัตรูกุมารปลงพระชนม์

                   -  อชาตศัตรูกุมารถูกอุทัยภัทร์กุมารปลงพระชนม์

                   -  อุทัยภัทร์กุมารถูกอนุรุทธกุมารปลงพระชนม์

                   -  อนุรุทธกุมารถูกมุณฑกุมารปลงพระชนม์

                   -  มุณฑกุมารถูกนาคทสกกุมารปลงพระชนม์

                   -  นาคทสกกุมารถูกสุสูนาคมหาอำมาตย์ปลงพระชนม์ (ตั้งเมืองใหม่ เพื่อล้มล้างราชวงศ์ลูกฆ่าพ่อ)

          ๙)  มนิยามัฐ สถานที่เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ ๗ หัวเมือง

          ๑๐)วิศวะศานติสถูป เป็นวัดญี่ปุ่น โดยท่านสมณะฟูจินำศรัทธามาสร้างถวายเป็นพุทธบูชา ณ ยอดเขารัตนคีรี

บุคคลสำคัญ

          ๑)  พระเจ้าพิมพิสาร                        ๒)  พระเจ้าอชาตศัตรู

          ๓)  อาฬารดาบส และอุทกดาบส ๔)  พระมหากัสสปะ

          ๕)  พระนางเขมาเถรี                       ๖)  สิงคาลมาณพ

          ๗)  ลาชเทพธิดา (เทพธิดาข้าวตอก)     ๘)  หมอชีวกโกมารภัจจ์

          ๙)  นางสิริมา                                ๑๐)เปรตเขาคิชกูฎ

          ๑๑)ทีฆนขอัคคิเวสนโคตร (หลายชายพระสารีบุตร)

          ๑๒)มหาปันถกะ-จูฬปันถกะ               ๑๓)พระปิลบินทวัจฉะ

พระสูตรและสารธรรมสำคัญ

          ๑)  โอวาทปาฏิโมกข์                       ๒)  สามัญญผลสูตร

          ๓)  ชราสูตร                                  ๔)  วนโรปมสูตร

          ๕)  สักกปัญหสูตร                           ๖)  มหาสาโรปมสูตร

          ๗)  ชีวกสูตร                                 ๘)  มหากัมมวิภังคสูตร

          ๙)  อิสิคิลิสูตร                                ๑๐)สิงคาลสูตร

          ๑๑)อาฏานาฏิยสูตร                         ๑๒)ปาราชิก สิกขาบทที่ ๒ (ลักทรัพย์)

          ๑๓)สัตตาหกรณียะ ระหว่างเข้าพรรษา   ๑๔)การทอดผ้าบังสุกุล

          ๑๕)การทำอุโบสถกรรม                     ๑๖)อนุญาตที่อยู่ ๕ ชนิด

          ๑๗)เหตุทำให้ศาสนาเสื่อม                  ๑๘)กรรมกิเลส ๔ อบายมุข ๖ และทิศ ๖

          ๑๙)ธุดงค์ ๓ (บังสุกุล-บัณฑบาตร-อยู่ป่า)   ๒๐)ห้ามคนป่วยโรค ๕ อย่าง บวช

          ๒๑)ห้ามข้าราชการบวช

          ๒๒)อุบายแก้ง่วง ๗ อย่าง ที่พระศาสดาบอกพระโมคคัลลานะ

                   ๑.  พิจารณาธรรที่ได้สดับแล้ว             

๒.  สาธยายธรรมที่ได้สดับแล้ว

                   ๓.  ยอนช่องหูทั้ง ๒ ข้าง และเอามือลูบตัว        

๔.  ลุกขึ้นยืนรับ ล้างหน้า เหลียวดูทิศดุดาว

                   ๕.  ทำจิตใจในอาโลกสัญญา (สำคัญว่าสว่างแล้ว)

 ๖.  เดินจงกรม

                   ๗.  สำเร็จสีหไสยาสน์ ซ้อนเท้าเหลื่อมเท้า มีสติสัมปชัญญะในการนอน-หลับ-

     ตื่น

          ๒๓)สัตตบท ๗ อย่าง

                   ๑.  บำรุงบิดามารดา               ๒.  อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในตระกูล

                   ๓.  พูดคำสัตย์                     ๔.  ไม่พูดคำหยาบ

                   ๕.  ไม่พูดส่อเสียด                 ๖.  ไม่ตระหนี่

                   ๗.  ไม่โกรธ

          ๒๔)ข้อปฏิบัติ ๕ ข้อ ของพระเทวทัต

                   ๑.  อยู่ป่าเป็นวัตร                 ๒.  ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร

                   ๓.  รับผ้าบังสุกุล   ห้ามรับจีวรที่เขาถวาย

                   ๔.  ถือมังสวิรัติ                     ๕.  ถืออยู่โคนไม้เป็นวัตร

          ๒๕)บาตรไม้จันทน์แดงของราชคหเศรษฐี สาเหตุแห่งการห้ามแสดงฤทธิ์

          ๒๖)ความปรารถนา ๕ อย่าง ของพระเจ้าพิมพิสาร

                   ๑.  ขอได้รับอภิเษกเป็นมหากษัตริย์      ๒.  พระสัพพัญญูมาสู่แคว้น

                   ๓.  เข้าใกล้พระศาสดา                      ๔.  ศาสดาแสดงธรรมให้ฟัง

                   ๕.  รู้ทั่งถึงธรรมที่ทรงแสดง