เมืองไพศาลี
ประวัติศาสตร์เมืองไพสาลี
ไวสาลี (เวสาลี) คือ เมืองหลวงแคว้นวัชชี สมัยพุทธกาลเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่
พระพุทธศาสนาพระพุทธองค์เสด็จมาครั้งแรกพรรษา ๕ คราวเวสาลีประสบภัย ๓ ประการ คือ ทุกภิกขภัย, อหิวาตกภัย และอมนุสสภัย ได้เสด็จผ่านไปมาอีกหลายครั้งเพื่อประกาศพระศาสนา แสดงธรรมโปรดมหาชนพรรษาสุดท้ายพระพุทธองค์มาจำพรรษาที่หมู่บ้านเวฬุวคามใกล้เมืองไพสาลี และปลงพระชนมายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ไพสาลีสมัยนั่นแข็งแกร่งมาก เพราะกษัตริย์ปกครองแบบสามัคคีธรรมถึง ๗,๗๗๗ พระองค์ มีปราสาทสูงเสียดฟ้า มียอกปราสาท ๗,๗๗๗ ยอด เป็นที่ยำเกรงของเมืองมหาอำนาจอื่นยิ่งนักเมื่อพระบรมศาสดาปรินิพพาน กษัตริย์ลิจฉวีได้เข้าร่วมสักการะพระบรมศพ ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ และได้รับส่วนแบ่งพระบรมสารีริกธาตุ สร้างพระสถูปบรรจุไว้เพื่อสักการะเมื่อพระพุทธองค์ปรินิพพานไปไม่นาน พระเจ้าอชาตศัตรูแห่งราชคฤห์ใช้กลอุบายตีเมืองไพสาลีย่อยยับและตกอยู่ในการปกครองของแคว้นมคธปัจจุบันเหลือเพียงซากโบราณสถาน ที่ตำบลสาร์ท จังหวัดไพลาลี ห่างจากหาซิปูร์ ๔๕ กิโลเมตร
พ.ศ. ๑๐๐ มีการทำสังคายนาครั้งที่ ๒ ที่วาลุการาม
พ.ศ. ๒๓๖ พระเจ้าอโศกมหาราชเสด็จมาสักการะวัดป่ามหาวัน สร้างเจดีย์และปักเสาอโศกไว้หลายแห่ง เช่น วาลุการาม, เวฬุวคาม และปาวาลเจดีย์
พ.ศ. ๙๖๐ หลวงจีนฟาเหียนเดินทางมา บันทึกว่า “ซากเมืองไพสาลีตั้งอยู่บนราชวิศาลภาคฤห์ มีสระโบกขรณีล้อมรอบ ห่างจากเนินราชวิศาลภาคฤห์ไป มีเสาหินปักอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
พ.ศ. ๑๑๗๐ หลวงจีนถังซัมจั๋ง เดินทางมาสืบศาสนาแล้วบันทึกว่าตัวเมืองไพสาลีมีเนื้อที่ ๑๐-๑๒ ตารางไมล็ ภายในภายนอกเมืองเต็มไปด้วยเจดีย์และปูชนียสถาน พบเสาหินสูงประมาณ ๒๒ ฟุต ตรงนั้นเรียกว่า “โกลหัว” หลักศิลาชาวบ้านเรียก “ตะบองภิมเสน”
พ.ศ.๑๗๖๐ กองทัพอิสลามเติร์กยึดอินเดียทำลายซากโบราณต่างๆ ย่อยยับ เปลี่ยนชื่อเป็น “บาสาร์ห”
พ.ศ. ๒๑๓๖ อังกฤษยึดอินเดียมาจากอิสลามครอบครองบริหารโดยส่งผู้สำเร็จราชการมาดูแล
พ.ศ. ๒๔๐๕ ท่านเซอร์คันนิ่งแฮม ได้ทำการสำรวจเมืองไพสาลี
พ.ศ. ๒๔๔๖-๒๔๔๗ MR.บล็อก เป็นหัวหน้าทำการขุค้นได้พบของโบราณมากมาย เช่น ประตูเมืองโบราณ ล้อรถรบ พระพุทธปฏิมา เป็นต้น เก็บไว้ที่พิพิธภัณฑ์เมืองปัตนะ
สถานที่สำคัญ
๑. กูฏาคารศาลาป่ามหาวัน สถานที่พระพุทธองค์ประทับ ณ ไพสาลีครั้งแรกเพื่อระงับภัยและใช้เป็นสถานที่แวะประทับอีกหลายครั้ง ได้แสดงธรรมแก่บุคคลสำคัญ เช่น สีหเสนาบดี เจ้าลิจฉวี เจ้าสุนักขัตตะประทานการบวชภิกษุณีครั้งแรก
๒. สารีริกาตุสถูปเจดีย์ เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้รับแบ่งจากกุสินารา และยังสันนิษฐานว่าเป็นที่ปลงพระชนมายุสังขาร
๓. วาลุการาม สถานที่ทำสังคายนาครั้งที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๑๐๐ โดยมีพระยสกากัณฑบุตรเป็นประธาน พระเรวตะเป็นผู้ถาม พระสัพพกามีเป็นผู้วิสัชชนา พระเจ้ากาลาโศกราชถวายศาสนูปถัมภ์ ใช้เวลา ๘ เดือน ประชุมพระอรหันต์ ๗๐๐ องค์ ปรารภวัตถุ ๑๐ ประการ
๔. บ่อน้ำมุรธาภิเษก ของกษัตริย์ลิจฉวี
บุคคลสำคัญ
๑. อุคคหคฤหบดี ๒. พระนางปชาบดีโคตรมี
๓. สีหเสนาบดี ๔. มหาลิ + เจ้าลิจฉวี
๕. นางอัมพปาลี
สารธรรมสำคัญ
๑. ครุธรรม ๘ ประการ ได้แก่
ก. แม้ภิกษุณีบวช ๑๐๐ พรรษา ก็ต้องไหว้ภิกษุผู้บวชใหม่ในวันนั้น
ข. ไม่พึงอยู่ในอารามที่ไม่มีภิกษุ
ค. รับธรรม ๒ ประการ คือ การถามอุโบสถ-ฟังคำสั่งสอนของภิกษุสงฆ์
ทุกกึ่งเดือน
ง. ปวารณาในสงฆ์ ๒ ฝ่าย
จ. ประพฤติมานัตในสงฆ์ ๒ ฝ่าย
ฉ. อุปสมบทในสงฆ์ ๒ ฝ่าย
ช. ไม่พึงบริภาษภิกษุ
ซ. ไม่พึงสั่งสอนภิกษุ
๒. ปฏิสัมภิทา ๔ ได้แก่ อัตถปฏิสัมภิทา, ธัมมปฏิสัมภิทา, นิรุตติปฏิสัมภิทา, ปฏิภาณปฏิสัมภิทา
๓. อภิญญา ๖ ได้แก่ อิทธิวิธญาณ, ทิพพโสตญาณ, เจโตปริยญาณ, ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ, ทิทพจักขุญาณ, อาสวักขยญาณ
๔. วิโมกข์ ๘ ได้แก่ รูปาวจรสมาบัติ ๔, อรูปวจรสมาบัติ ๔
๕. อานิสงส์ทาน ๕ ได้แก่ ปิยมาโน, วิสารโท, กิตฺติสทฺโท, อสมฺมุฬฺโห, สุคตึ ยนฺติ
๖. อิทธิบาท ๔ ได้แก่ ฉันทะ, วิริยะ, จิตตะ, วิมังสา
๗. เหตุแห่งแผ่นดินไหว ๘ ได้แก่ ลมกำเริบ, ผู้มีฤทธิ์บันดาล, จุติกาลโพธิสัตว์, อุบัติมหาบุรุษ, ตถาคตสำเร็จอนุตตาโพธิญาณ, ศาสดาจารย์แสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร, พระสัมพุทธฯ ปลงอายุสังขาร และปรินิพพานของพระพุทธองค์
๘. วัชชีธรรม ๗ ประการ ได้แก่ หมั่นประชุมเนืองนิตย์, พร้อมเพรียงกันประชุมและเลิกประชุม, ควรเชื่อบัญญัติเก่าและไม่ควรบัญญัติใหม่, เคารพยำเกรงผู้ใหญ่, ประพฤติธรรมในสตรีไม่ข่มเหงรังแก, เคารพปูชนียสถานและให้การคุ้มครองพระอรหันต์และสมณพราหมณ์
๙. สาเหตุแห่งการทำน้ำพระพุทธมนต์
๑๐.วัตถุ ๑๐ ประการ สาเหตุการทำสังคายนาครั้งที่ ๓
๑๑.ปาราชิกสิกขาบทที่ ๑ ๓ และ ๔
พระสูตรสำคัญ
๑. รัตนสูตร เพื่อปราบอมนุสสภัย, ทุพภิกขภัย และอหิวาตกภัย
๒. มหาลิสูตร โปรดเจ้ามหาลิที่ศาลาเรือนยอดวัดป่ามหาวัน
๓. จูฬโคปาลสูตร เปรียบเทียบคนเลี้ยงโค แสดงที่ฝั่งคงคา ใกล้นครอุกกะเวลา แคว้นวัชชี
๔. อัฎธกนาครสูตร พระอานนท์แสดงแก่ทสมคหบดี ที่เวฬุวคาม (สถานที่จำพรรษาสุดท้าย)
สอนผู้อื่นอย่างไร พึงทำตนอย่างนั้น
Practise what you preach.
พุทธพจน์ / Sayings of the Buddha
ภัย๓ประการ
ภัยทั้ง๓ประการ คือ
๑.ทุพภิกขภัย(ข้าวยากหมากแพงเพราะมีการกักตุนสินค้า)
๒.โรคันตรภัย(โรคอันตรายระบาดคร่าชีวิตผู้คนเนื่องจากระบบสาธารณสุขมีปัญหา)
ทั้ง๒ภัยนี้เกิดจาก
๓.อมนุษยภัย(อมนุษย์ที่สิงอยู่ในมนุษย์ระดับท้าวพระยาในพระนคร)
อมนุษยภัยเป็นต้นเหตุจึงต้องกำจัดให้สิ้นไป