ดังนั้น เมื่อนำคำทั้ง ๔ คำ คือ "ทุน" + "พลัง" + "ขับเคลื่อน" + "เป้าหมาย" มารวมกันแล้ว จังหวัดพะเยาก็จะได้คำใหม่ที่น่าสนใจว่า "กำหนดทุนวัฒนธรรมให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย(ทางวัฒนธรรม)" สมกับที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา
เช้าวันนี้ (๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔) ทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา ได้จัดประชุมคณะทำงานฝ่ายวิชาการเพื่อกำหนดทิศทางและวางแผนการดำเนินงานด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยาขึ้น ณ ห้องประชุมสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพะเยาโดยมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมประชุม จำนวน ๑๐ รูป/คน
การประชุมครั้งนี้ คงเป็นการต่อเนื่องจากการประชุมครั้งก่อนโน้น ที่มีการจัดเสวนาวิชาการเรื่อง "ทิศทางงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา" ขึ้นในวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๔ ที่ผ่านมาหลายเดือนแล้ว ในครั้งนั้นมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าร่วมเสวนาทั้งสิ้น ๔๘ รูป/คน โดยมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นายกาจพล เอิบสุขศิริ เป็นประธาน
-จากเอกสารรายงานการเสวนา ในวันที่ ๒ เมษายน จากข้อเสนอแนะในที่ประชุมหลาย ๆ ท่าน พอสรุปได้คราว ๆ ว่า พะเยามีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง ควรวิเคราะห์และจัดการให้ดี วัฒนธรรมคือปัจจัยทั้งสี่ของมนุษย์ที่มีคุณค่าทางจิตวิญญาณ ควรยกย่องคนทำความดีด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม การทำกิจกรรมใดใดควรมีส่วนร่วมของประชาชน วัฒนธรรมต้องเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นจริง ๆ ไม่ใช่ประยุกต์หรือนำมาจากวัฒนธรรมอื่น เช่น ประเพณีสงกรานต์ หรือการรดน้ำดำหัว ซึ่งวัตถุประสงค์กับการดำเนินการกลายเป็นวัฒนธรรมภาคกลางมากกว่าวัฒนธรรมล้านนา ดังนั้น ควรจัดทำแผนงานและส่งเสริมให้จัดกิจกรรมให้มีความถูกต้องตามขั้นตอน แบบอย่างล้านนา
-การเข้าไปสนับสนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การฝึกเด็กเยาวชนให้เป็นมัคคุเทศก์น้อย การใช้วัฒนธรรมนำการท่องเที่ยว ควรมีการจัดทำปฏิทินเทศกาลงานประเพณีจังหวัดพะเยา การใช้วัฒนธรรมเป็นอาวุธสำคัญในการพัฒนาประเทศดูตัวอย่างประเทศเกาหลี ให้มีคณะกรรมการฝ่ายวิชาการเพื่อช่วยขับเคลื่อนงาน วัดมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนงาน และหาจุดขายด้านวัฒนธรรมที่เด่นของพะเยา
-ควรลงพื้นที่หาตัวบุคคล ภูมิปัญญาท้องถิ่น ผู้สูงอายุที่ทรงคุณค่า ควรสนับสนุนชุมชนให้มีบทบาทผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องให้เด็กได้เข้าใจวัฒนธรรมโดยการวิเคราะห์ เช่น กรุงเทพฯ จัดประเพณีสงกรานต์วันเดียวโดยมีหลายกิจกรรม ทำวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยว แต่หัวใจของงานจริง ๆ คือความกตัญญูต่างหาก
-นอกจากนี้แล้วควรขยายเครือข่ายทางวัฒนธรรมให้กว้างขึ้นโดยการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งชมรมด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยา และการทำงานก็ควรให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมโดยเน้นให้ชุมชนท้องถิ่นดำเนินการเอง ราชการควรเป็นพี่เลี้ยงให้เท่านั้น.....นั้นเป็นภาพรวมของวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๔
ในวันนี้ได้ตั้งประเด็นไว้ว่า "กำหนดทิศทางงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา" โดยเจ้าของงานคงคิดว่าคณะกรรมการชุดนี้น่าจะพิจารณาเพื่อกำหนดงาน กิจกรรม โครงการงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของจังหวัดพะเยา เพื่อนำไปจัดทำแผนงาน โครงการ แล้วนำเสนอขอรับงบประมาณในปี ๒๕๕๕
แต่ผู้เขียนแย้งว่า เรื่องการกำหนดงาน กิจกรรม โครงการฯ เพื่อนำไปจัดทำแผนเสนอขอรับงบประมาณ น่าจะเป็นเรื่องภายในของสำนักงานวัฒนธรรมมากกว่า แต่คณะกรรมการชุดนี้น่าจะมีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะ ให้กรอบแนวคิด ชี้นำสังคมทางด้านวัฒนธรรมเท่านั้น เป็นเสมือนกุนซือ หรือฝ่ายบุ๋นมากกว่าที่จะเป็นฝ่ายปฏิบัติงาน หรือฝ่ายบู้ที่ต้องลงมือปฏิบัติงานตามโครงการนั้น ๆ
อย่างไรก็ตาม ในประเด็นเรื่องทิศทางงานศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมนั้น ผู้เขียนขอเสนอ ๔ คำในประโยคนี้คือ "กำหนดทุนให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย(ทางวัฒนธรรม)"
คำที่หนึ่ง "ทุน" คณะกำการชุดนี้ควรกำหนดทุนคือวัฒนธรรม ประเพณี กิจกรรม ฯลฯ ของท้องถิ่นให้ชัดเจนว่าอะไรคือของพะเยา อะไรคือของล้านนา อะไรที่นำเข้ามาจากต่างถิ่น ฯลฯ
คำที่สอง "พลัง" พลังในที่นี้คือการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนทั้งการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน การมีส่วนร่วมของประชาชน การมีส่วนร่วมของภาคราชการ ซึ่งถ้าทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกันอย่างจริงๆ จัง ๆ พลังก็จะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ
คำที่สาม "ขับเคลื่อน" การขับเคลื่อนในที่นี้ต้องอาศัย "กิจกรรม" เป็นตัวเชื่อมประสานระหว่างคนกับคน หรือเชื่อมระหว่างวัยต่าง ๆ เข้าหากัน หรือเชื่อมกับคนต่างวัฒนธรรม หรือแม้แต่การขับเคลื่อนในลักษณะระดับจิตวิญญาณหรือสัญลักษณ์ก็ได้
คำสุดท้ายคือ "เป้าหมาย" เป้าหมายทางวัฒนธรรมคืออะไร? มันอยู่ที่วัตถุประสงค์ของการจัดงานนั้น ๆ แต่เป้าหมายใหญ่ที่รวมกันไว้ต้องมี ให้ชัดเจนและสามารถเข้าถึงได้ไม่ยากนัก
ดังนั้น เมื่อนำคำทั้ง ๔ คำ คือ "ทุน" + "พลัง" + "ขับเคลื่อน" + "เป้าหมาย" มารวมกันแล้ว จังหวัดพะเยาก็จะได้คำใหม่ที่น่าสนใจว่า "กำหนดทุนวัฒนธรรมให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย(ทางวัฒนธรรม)" สมกับที่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา
ในที่สุด คณะทำงานฝ่ายวิชาการ ก็ได้มีมติให้วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ เป็นวันที่จะต้องให้ทัศนะต่อสังคม ชุมชนในเรื่องวัฒนธรรมตามแนวคิด (คือ-ควร-เป็น) อย่างไร? ไม่ใช่รอเฉพาะวันที่ ๒๘ สิงหา แต่หมายถึงต้องเริ่มทำงานตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เนื่องจากวัฒนธรรมไม่ใช่ให้ความรู้และรูปแบบแล้วเกิดเป็นเองได้เลย แต่หมายถึงความรู้และรูปแบบที่นำเสนอต้องอยู่ในระดับจิตวิญญาณ ระยะเวลา การบ่มเพาะ และการสร้างจิตสำนึกให้กับสังคมชุมชนโดยส่วนรวม
นมัสการครับ
"Culture" needs not be ancient, passed down from great fathers.
Culture can be cultivated. Like trees, culture can grow from seeds.
A cultural idea may germinate, grow and become a part of culture - ever lasting into the far future.
Many problems we face today may be solved not by money, not by technology, but by culture.
For example to keep our streets clean, we need to grow a 'clean home culture and a clean village culture'.
Health benefits will flow on from clean homes and clean villages.
Money benefits will come from reputation of clean environment among tourists and pride of locals.
...
Ancient culture is great. Creative culture is useful now, ;-)
เจริญพรขอคุณที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นข้อเสนอแนะที่งดงาม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นด้วยกับประโยคที่สองที่ว่า Culture can be cultivated. Like trees, culture can grow from seeds
และประโยคสุดท้ายที่ว่า Ancient culture is great. Creative culture is useful now