ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ประเพณีที่สำคัญของพี่น้องชาวอุบลราชธานี คือการทำต้นเทียนเพื่อร่วมพิธีแห่หรือแสดงให้ประชาชนได้เห็นถึงความงดงามของต้นเทียนประเภทต่างๆ ที่ช่างของแต่ละคุ้มวัดร่วมกันสรรสร้างขึ้น พร้อมกับขบวนนางรำจากเด็กนักเรียนที่อยู่ในเขตคุ้มวัดนั้นๆ รวมทั้งคนเฒ่าคนแก่ พาลูกจูงหลานมาชมมาเชียร์กัน แล้วให้กำลังใจด้วยการโหวดหรือลงคะแนนเสียงให้ด้วยความบริสุทธิ์ตามความสวยงามไม่อิงผลประโยชน์
ยุคต่อมา การทำต้นเทียนนั้นเป็นการว่าจ้างกันแบบเหมาจ่าย คนในคุ้มวัดมีส่วนร่วมน้อยมากหรือแทบจะไม่มี แต่ละต้นจะมีค่าลงทุนที่สูงมากราคาหลายแสน และวัดที่ได้ชนะเลิศ ส่วนใหญ่ก็เป็นช่างฝีมือชั้นครู และจะวนเวียนกันอยู่เพียงไม่กี่วัดที่ผลัดกันชนะแบบผูกขาด ถัดมาไม่กี่ปี มีจังหวัดอื่นที่จัดแห่เทียนพรรษา ช่างเหล่านี้มีโอกาสได้ไปโชว์ฝีมือและทำเงินเป็นกอบเป็นกำ ความงามขึ้นอยู่กับเงิน จนทำให้หลายจังหวัดมีชื่อเสียง
ปัจจุบัน อุบลราชธานีเอาเรื่องโบราณมาผสม แต่ก็ไม่วายที่จะต้องใช้เงินแสน ช่างส่วนใหญ่เป็นรุ่นลูก หลาน และญาติๆของนายช่าง นับถอยหลังได้ประมาณสามปีประเพณีแห่เทียนพรรษาอุบล ถึงแม้จะไม่คึกคักนักแต่ก็ยังคงความคมความอบอุ่นแห่งประเพณี โดยหันไปใช้ภาษาเน้นข้อความทางการโฆษณา ชักชวนให้คนได้ไปชมกระบวนการ วิธีการทำต้นเทียนของแต่ละคุ้มวัด ซึ่งเป็นจุดเด่นและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวด้วยดี
ณ วันนี้ ประเพณีที่ดีงามที่สร้างสรรด้วยเงินแสน จากต้นเทียนธรรมดาสู่ความเป็นนานาชาติ โรงแรม ร้านค้าต่างหน้าชื่นตาบานในเทศกาลนี้ แต่มีบางกลุ่มออกมาถามว่า ทำต้นเทียนแล้ววัดได้อะไร เมื่อเทียนพรรษาเป็นประเพณีอันทรงคุณค่าแต่ผันมาเป็นธุรกิจ