ใจหนอใจ

"ช่วงที่น้ำท่วมบ้านนั้น ดูไปทางไหนก็เห็นเวิ้งน้ำไปหมด ดูเหมือนจะหาทางออกจากน้ำไม่ได้ น้ำมาจากไหนกัน แต่พอมองไปดูคนรอบๆ เขาก็น้ำท่วมเหมือนกัน บางคนก็เจอหนักกว่าเราเสียอีก แต่ยังเห็นรอยยิ้ม มิตรภาพ และไมตรีจิตของคนมากมาย แล้วน้ำดุจดังมหาสมุทรก็ละลายหายไปกับกาลเวลาเพียงไม่กี่วัน และแทบไม่ทิ้งร่องรอยให้เห็นเลยว่าน้ำเคยท่วม ยกเว้นรอยคราบโคลนที่พอมีให้เห็นบ้าง"
"ชีวิตคนเราก็เป็นเฉกเช่นน้ำ ที่บางทีมันก็แห้งเหือด แม้จะหากินสักอึกยังยากแท้ บางช่วงก็มีน้ำพอทำมาหากินได้ แต่บางช่วงกลับมีมากเสียเกินความพอดี จนท่วมไปทุกหัวระแหง ทำเอาเราเป็นทุกข์"
"แต่ไม่ว่าน้ำจะมีมาก มีน้อย มีพอดี น้ำก็เป็นสิ่งที่ช่วยให้เราคงมีชีวิตอยู่ ได้กิน ได้ใช้ นี่คือความดีของน้ำ"
ครอบครัว เพื่อนร่วมงานก็เป็นเช่นน้ำ บางทีก็ดีแสนดี บางทีก็แย่แสนแย่ บางทีก็เรื่อยๆ ตามประสา แต่ก็ไม่มีอะไรที่คงที่เลยสักครั้ง
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน ก็ยังเป็นพื้นที่อบอุ่นอยู่เสมอ
ม่เชื่อลองนึกภาพตอนที่เราเป็นสุขสิ เราจะรู้ว่าเขาเป็นห่วงเราอยู่เสมอ เพียงแต่ในยามทดท้อ ก็เหมือนเรามองไปยังเวิ้งน้ำที่เหมือนไม่เห็นความหวัง แม้แต่บ้านก็มองไม่เห็น เมื่อน้ำลดระดับลงเราก็จะเห็นความงามของบ้านอีกครั้งดังเดิม พืชผักที่เน่าตาย พอวันเวลาผ่านไปมันก็เริ่มผลิยอดใบขึ้นมาใหม่ นี่คือธรรมชาติของชีวิตและโลก
แต่ความเป็นมนุษย์เราต่างจากสัตว์โลกตรงที่สามารถจัดการตนเองได้ โดยเฉพาะการจัดการใจ
เพราะอะไรๆ ก็ไม่สำคัญเท่ากับใจเรา


 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน คือชีวิต คือความเรียบง่าย



ความเห็น (0)