ฉันควรจะนำเรื่องนี้ไปคุยกับอาจารย์พี่เลี้ยงดีรึเปล่า หรือจะปล่อยให้เป็นไปตามที่เด็กต้องการก็คือไม่สนใจเลยและก็สอนนักเรียนที่เขาตั้งใจเรียนต่อไป

วันที่ 23 ของการฝึกสอน (7 ก.ค. 54)
 

         วันนี้มีสอน 4 คาบ คือ วิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ชั้น ม.1/1 และ 1/2 โดยเนื้อหาที่สอนเป็นเรื่องเดียวกัน 
         คาบที่ 3-4 สอนวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ชั้น ม.1/1 โดยกิจกรรมการเรียนการสอนในวันนี้เริ่มด้วยการเฉลยใบงานที่สั่งให้ทำเมื่อสัปดาห์ก่อน เพื่อป็นการทบทวนความรู้เดิมไปในตัว หลังจากนั้นก็เข้าสู่กิจกรรมการเรียนการสอนตามปกติ โดยวันนี้เนื้อหาที่สอนเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยยากเท่าไหร่ สังเกตได้ว่านักเรียนเรียนรู้ได้ดีและเร็ว  จากนั้นก็ให้ใบงานเพื่อทบทวนความรู้ที่เรียนมา และตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน โดยนักเรียนส่วนใหญ่สามารถทำได้เสร็จและส่งท้ายคาบเรียน
         หลังจากสิ้นสุดการสอนแล้ว ก็ต้องมาทำงานอื่นที่ไม่ใช่งานการสอนที่เราได้รับมอบหมายเอาไว้ ก็คืองานเกี่ยวกับการประกันคุณภาพการศึกษา ซึ่งวันนี้เป็นวันที่ต้องส่งงานที่ได้รับมอบหมายมาเมื่อวันจันทร์ ความจริงแล้วอาจารย์เค้านัดส่งวันศุกร์ก็คือวันพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันต้องกลับไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ทำให้ต้องเร่งทำให้แล้วเสร็จภายในวันนี้
         คาบที่ 5-6 สอนวิชาคอมพิวเตอร์เบื้องต้น ชั้น ม.1/2 ซึ่งเนื้อหาที่เรียนก็เป็นเนื้อหาเดียวกับที่สอนชั้น ม.1/1 เมื่อช่วงเช้า แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบดูความสนใจในการเรียน การเรียนรู้ ความตั้งใจ ห้องนี้เป็นห้องที่ค่อนข้างเรียนรู้ได้ช้า ที่สำคัญไม่่อยจะฟังเราสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะในวันนี้ พอนักเรียนเข้ามาในห้องก็ตะโกนให้เราเปิดสัญญาณ Internet ให้  ฉันก็ตอบกลับไปว่ายังไม่ต้องใช้ Internet เรียนก่อนแล้วพอให้ทำใบงานก็จะเปิดให้จากนั้นเริ่มกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยการฌแลยใบงานของสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งจากการนั่งตรวจพบว่านักเรียนบางคนตอบแบบขอไปที เหมือนกับไปลอกเอาบทความอะไรสักอย่างมาโดยที่ไม่อ่านโจทย์ด้วยซ้ำว่าเราให้ทำอะไร เช่น เราให้ยกตัวอย่าง ก็กลับไปอธิบายหน้าที่ หรือบางทีลอกข้อความเค้ามาลอยๆแบบไม่เกี่ยวข้องกับโจทย์ที่ถามด้วยซ้ำ จึงเรียกให้มารับสมุดทีละคนแล้วขี้ให้เห็นจุดบกพร่อง พยายามอธิบายให้เค้าเข้าใจแบบตัวต่อตัว ส่วนคนที่ทำได้ดีแล้วก็ชมเชย จึงทำให้เสียเวลาไปพอสมควร จากนั้นเมื่อเริ่มกิจกรรมการเรียนการสอนก็ให้นักเรียนปิดหน้าจอไว้ เพื่อที่จะได้สนใจฟังเรามากกว่าไปสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่ก็ยังมีบางคนที่ไม่ยอมปิด แอบหันหน้าจอไปในทิศทางที่เรามองไม่เห็น บางคนเล่นเกมให้เห็นแบบไม่เกรงใจเลยค่ะ พอเราพูดเตือนก็พูดเสียงในฟิลม์(ภาษาชนเผ่า) แล้วทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  เหตุการณ์มันเป็นแบบนี้ตลอดเลยค่ะ จนเราเริ่มที่จะหมดความอดทน เพราะเตือนแล้วเตือนอีก แต่ก็ยังคงเป็นคนเดิมๆ และทำเรื่องเดิมๆจนเราเริ่มเอือม ไม่รู้จะพูดว่าอะไรแล้วค่ะ สงสารก็แตเด็กที่ตั้งใจเรียนที่ต้องคอยหยุดชะงักมาฟังคำตำหนิคำเตือนของเรา วันนี้เริ่มรู้สึกว่าจะมีปัญหาการสอนกับห้องนี้จริง ๆ เพราะเด็กคนที่มีปัญหาเป็นเด็กที่อายุคงสูงกว่าเกณฑ์แน่นอน กลุ่มนี้จะมีอยู่ 2-3 คน ซึ่งเป็นนักเรียนชายและที่สำคัญเป็นนักเรียนที่เป็นกลุ่มที่พูดจีนได้ พอเราเตือนเราตำหนิก็จะทำหน้าเฉยๆ แล้วพูดกันเป็นภาษาที่เราฟังไม่เข้าใจ แล้วก็ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย นั่งเล่นเกมหน้าตาเฉย เข้าเรียนก็เข้าช้ากว่าคนอื่น ที่สำคัญไม่ยอมส่งงานมาหลายครั้งแล้ว ฉันเคยไปประกบแบบตัวต่อตัว คือ เวลาทำงานก็ไปสอนอยู่ข้างๆ ต้องช่วยหาคำตอบทุกๆข้อ เพื่อที่คิดว่าเด็กจะปรับตัวมากขึ้น และทำทุกทางจนคิดว่าฉันทำดีที่สุดแล้ว เพราะทุกครั้งที่เรียกมาคุยว่ามีปัญาอะไรรึเปล่า ไม่เข้าใจตรงไหน เด็กก็ไม่ค่อยให้ความร่วมมือ บางครั้งพูดยังไม่ทันจบก็เดินไปที่อื่น ฉันควรจะนำเรื่องนี้ไปคุยกับอาจารย์พี่เลี้ยงดีรึเปล่า หรือจะปล่อยให้เป็นไปตามที่เด็กต้องการก็คือไม่สนใจเลยและก็สอนนักเรียนที่เขาตั้งใจเรียนต่อไป