ดังนั้น กิจกรรมงานทำบุญอายุวัฒนมงคลวันนี้ ผู้เขียนไม่ทราบว่าแต่ละคนที่มาร่วมงานคิดอย่างไร? และได้อะไรกลับไปบ้าง? อาจได้พบประผู้คน อาจได้ของที่ระลึก อาจได้บุญ และอาจได้..........อีกมากมาย ส่วนผู้เขียนได้คิดว่า “อายุที่เราได้มา คือกาลเวลาที่เราเสียไป” นี้เท่ากับเป็นโจทย์ใหญ่ให้ใคร ๆ ได้คิดอีกหลายวัน
วันนี้ที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เป็นวันอายุวัฒนมงคลครบ ๙๕ ปีของพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (ปวง ธมฺมปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา และที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖ มีการจัดงานทำบุญใหญ่ตั้งแต่ ๖ โมงเช้าพระเดชพระคุณหลวงปู่ใหญ่ก็เดินลงมาใส่บาตรพระภิกษุสามเณร จำนวน ๙๕ รูปพร้อมกับคณะอุบาสกอุบาสิกาที่มาร่วมปฏิบัติธรรมเนื่องในงานวันเกิด
เวลา ๐๙.๐๐ น เป็นการทำพิธีทักษิณานุปาทาน พระสงฆ์สวดมาติกา เพื่ออุทิศให้กับบุพการี ครูอาจารย์ และอดีตเจ้าอาวาสวัดศรีโคมคำ เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์จำนวน ๑๒๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ถวายมหาทาน ตั้งโรงทาน ร่วมทำทาน และถวายเพลพระ เวลา ๑๓.๐๐ น. เป็นการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนจากสถานศึกษาต่าง ๆ และทอดผ้าป่าซื้อเครื่องมือแพทย์ประจำโรงพยาบาลพะเยา เป็นเสร็จพิธี
ผู้คนมากมาย จากการคาดคะเนคงไม่ต่ำกว่า ๑,๐๐๐ คนเป็นแน่ ปกติผู้เขียนในฐานะลูกศิษย์ต้องเดินวุ่นในการหยิบจับ ยกย้าย เพื่อให้งานรื่นไหล แต่เมื่อ ๕ ปีที่ผ่านมา อาการเหล่านั้นหายไป เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับมีลูกศิษย์ของหลวงปู่ที่เด็ก ๆ อายุน้อย ๆ เป็นจำนวนมากช่วยภาระงานด้านนี้อยู่แล้ว จึงทำให้ผู้เขียนได้หยุดนั่งพักและมองดูเหตุการณ์อย่างพินิจพิจารณามากขึ้น
ในการทำบุญแต่ละครั้ง ในทัศนะของผู้เขียนคิดว่าจะมีคนอยู่ ๔ ประเภท เข้ามาร่วมและเกี่ยวข้องกับงานเสมอ คือ
คนประเภทที่ ๑ ผู้ทำบุญ ในที่นี้หมายถึงเจ้าของงานบุญคือพระเดชพระคุณหลวงปู่พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ ที่ได้เสียสละทรัพย์ออกมาเพื่อโปรยทานตั้งแต่ถวายแด่สงฆ์ ให้ทุนการศึกษา และระดมเงินเพื่อจัดซื้อวัสดุทางการแพทย์แก่โรงพยาบาลพะเยา
คนประเภทที่ ๒ ผู้อนุโมทนาบุญ ในที่นี้หมายถึงบรรดาศิษยานุศิษย์ทั้งฝ่ายบรรพชิตและคฤหัสถ์ ที่ต่างลงขันกันมาร่วมทำบุญกับหลวงปู่ท่านคนละเล็กละน้อย อาจเป็นเงิน ๒๐-๕๐ หรือ ๑๐๐ บาท อาจเป็นอาหารเครื่องดื่มที่ตั้งเป็นโรงทาน อาจเป็นเครื่องสักการะที่เป็นดอกไม้ธูปเทียน สำรับถวายสงฆ์ ตลอดไปจนถึงการน้อมนำใจมาร่วมสักการะบูชาในคุณของพระเดชพระคุณท่าน
ประเภทที่ ๓ ผู้มารับส่วนบุญ ในที่นี้หมายถึงบุพการีของหลวงปู่ เช่น ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ครูอาจารย์ ตลอดจนถึงเครือญาติที่ล่วงลับไป และอดีตเจ้าอาวาส ที่ท่านได้ทำบุญอุทิศเจาะจงไปหา
ประเภทที่ ๔ ผู้มาขอส่วนบุญ ในที่นี้หมายถึงสรรพสัตว์ที่มาขอส่วนบุญในโอกาสต่าง ๆ ในทัศนะของพระพุทธศาสนา เมื่อคนได้ตายไปแล้ว ส่วนหนึ่งไปเป็นเปรต (ซึ่งแปลว่าผู้ละไปแล้ว) ยังต้องรอเวลาที่จะไปจุติต่อก็ต้องมาอาศัยส่วนบุญจากผู้อื่น โดยเฉพาะผู้เป็นญาติของตน เช่น เปรตเครือญาติของพระเจ้าพิมพิสาร ที่รอมาแล้วไม่รู้กี่กัปกี่ชาติจนกว่าญาติของตนคือหัวหน้าผู้ดูแลการจัดเตรียมอาหารได้มาเกิดเป็นพระเจ้าพิมพิสาร และเมื่อพระเจ้าพิมพิสารทำบุญแล้วลืมอุทิศไปให้ เปรตที่เป็นญาติต้องมาร้องขอส่วนบุญ จนทรงบรรทมไม่หลับ วันต่อมาพระองค์จึงทรงไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ๆ จึงทรงตรัสเรื่องอดีตชาติให้สดับพร้อมแนะนำให้อุทิศไปหาญาติที่เป็นเปรตเหล่านั้น เรื่องจึงสงบ
สาธุ! ! ! ! ! ! ! !สาธุ ! ! ! ! ! ! ! !สาธุ ! ! ! ! ! ! ! !
เจริญพรคุณวิมล212 ที่ได้แวะเข้ามาศึกษา เพื่อให้ตระหนักรู้ สู่จิตวิญญาณ
ขอให้ตั้งใจเรียนเพื่อเป็นคนที่ดีของชาติต่อไป สาธุ..