...ตั้งแต่วันจันทร์เป็นต้นมา

อ่อนล้าเหลือหลาย

ผู้คนมารับวัคซีนไข้หวัดใหญ่มากมาย

หลับเป็นตายแต่ยังคิดถึงเพราะผูกพัน

 

+++++

 

ฉันยิ้มให้กำลังใจตนเอง

แต่ไม่เคยวังเวงเพราะฉันมีฝัน

ขอชดใช้ด้วยบันทึกทดแทนคืนวัน

 มีแต่เรื่องมัน ๆ มอบแด่กัลยาณมิตรทุกคน...

 

 

ผมเขียนอนุทินไว้บอกเพื่อน ๆ ว่า ช่วงนี้ยุ่ง ๆ กับการไปเอาแรงช่วยเพื่อน ๆ น้อง ๆ หมออนามัยในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่

 

คปสอ. ของเรา ได้รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี 2554  ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 แล้ว  ทำไมต้องฉีดทุกปีเหรอครับ   เพราะ 1) เพราะเชื้อมีการเปลี่ยนแปลงทุกปีดังนั้นการผลิตวัคซีนจึงมีการเปลี่ยนแปลงทุกปีเพื่อให้ครอบคลุมเชื้อที่เป็นสาเหตุ 2) ภูมิคุ้มกันที่เกิดจะเฉพาะเชื้อที่ทำให้เกิดโรคเท่านั้น 3) หลังฉีด 2สัปดาห์จึงเกิดภูมิต้านทานโรคและอยู่ได้1ปี หลังจากนั้น หากได้เชื้อตัวเดิมก็สามารถป่วยเป็นโรคได้

  

กลุ่มเป้าหมายแรกของพวกเรา ที่ต้องได้วัคซีนก่อน มีจำนวน 2 กลุ่ม 

  

1) ผู้ป่วยที่เสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนของโรคไข้หวัดใหญ่

  • ผู้ใหญ่อายุเกิน65ปี
  • เด็กอายุ 6-23 เดือน
  • ผู้ที่อาศัยในสถานพักฟื้น สถานสงเคราะห์คนชรา
  • ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเช่น ปอดอุดกั้นเรื้อรัง หลอดเลือดสมอง เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคหอบหืด และธาลีสซีเมีย
  • ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น โรคเอดส์ ผู้ป่วยที่ได้รับยา steroid ผู้ป่วยรังสีรักษาหรือเคมีบำบัด
  • เด็ก 6 เดือนที่ได้รับ aspirineในการรักษาโรค[ถ้าได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่อาจทำให้เกิด [Reye Syndrome]
  • หญิงตั้งครรภ์3เดือนขึ้นไปในขณะที่มีการระบาดของโรค

 

2) เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลคนที่มีปัจจัยเสี่ยง

เจ้าหน้าที่ผู้ดูและผู้ป่วยเรื้อรังซึ่งจัดเป็นกลุ่มเสี่ยง และทีมทำงานด้านป้องกันและควบคุมโรค  ได้แก่

  • แพทย์ พยาบาล และทีมสุขภาพ
  • ผู้ดูแลผู้ป่วย หรือ ผู้สูงอายุ  และคนงานในสถานที่เลี้ยงดูผู้สูงอายุ
  • เครือข่ายสุขภาพ เช่น อสม. ผู้นำชุมชน ปศุสัตว์ 

 

และบุคคลที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนได้รับวัคซีนนะครับ คือ

  • ผู้ป่วยแพ้ไข่ขาว
  • แพ้วัคซีน influenza vaccine
  • ผู้ป่วยเคยมีประวัติเป็น Guillain-Barre Syndrome
  • ขณะที่กำลังมีไข้สูง

 

สำหรับการฉีดวัคซีนปีแรก ๆ ประชาชนหวาดกลัวมาก เพราะมีกระแสฉีดวัคซีนแล้วตายในสื่อ แต่พอมาปีที่ 2 ปีที่ 3 และปีที่ 4 กระแสกลับเปลี่ยนขั้ว ประชาชนให้ความสนใจมากครับ  จนได้บอกว่า รอบนี้พวกเราเตียมวัคซีนเฉพาะ 2 กลุ่ม เสี่ยงก่อน

  

ในพื้นที่ของผม สำรวจผู้ที่ต้องรับวัคซีน (โดยความสมัครใจ) มีจำนวน 409 คน    ดังนั้น ผมจึงต้องไปเอาแรงกับพื้นที่ตำบลอื่นก่อน เพราะวันที่ 4 กรกฎาคม 2554 เป็นวันของพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของ รพ.สต. ผม มี 4 ท่าน แต่วันวัคซีนจริง ๆ เหลือเพียง 2 ท่าน เพราะติดประชุม

  

ทีมทางโรงพยาบาล จะประกอบด้วยทีมสุขภาพ พยาบาล และเภสัชกรรม จะให้สุขศึกษา  และการเตรียมวัคซีนการตรวจสอบเลขที่วัคซีน  ส่วนทีม EMS เตรียมไว้ในกรณีรับวัคซีนไปแล้วเกิดอาการข้างเคียงจากวัคซีนครับ

  

ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลที่ผมวางแผนไปช่วยพื้นที่อื่นก่อนครับ เพื่อพื้นที่นั้นจะกลับมาใช้แรงผม

  

เข้ากับสถานการณ์ชาวบ้านผมพอดี ที่กำลัง...เอาแรงกัน...ดำนา

  

นับเป็นนวัตกรรมของผมเองในการเตรียมความพร้อม ซึ่งน่าจะเป็นนวัตกรรมเก่าแก่ของชาวนาครับ

  

แต่ก็สามารถทำให้ผมมีความสุข และผู้มารับวัคซีนได้รับบริการที่มีคุณภาพ และมีความสุขด้วยนะครับ

  

วันที่ 4 กรกฎาคม 2554 ผมไปเอาแรง...ที่ตำบลบ้านธาตุครับ

 

 

 

 

 

 

 

 วันที่ 5 กรกฎาคม 2554 ผมไปเอาแรง...ที่ตำบลโอโลครับ