หลังเรียนรู้การให้เหตุผลเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตและทักษะการประกอบวิชาชีพกิจกรรมบำบัดทำให้นักศึกษากิจกรรมบำบัดรุ่นแรก ม.มหิดล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้น่าประทับใจ
KM: การให้เหตุผลสำคัญต่อ OT อย่างไร
- ใช้ในการประเมิน ตั้งเป้าประสงค์และวางแผนการรักษา
- ใช้อธิบายให้สหวิชาชีพและบุคคลอื่นๆ เข้าใจในบทบาทของนักกิจกรรมบำบัด
- เป็นการสื่อสารกับผู้รับบริการและสหวิชาชีพ เพื่อให้เข้าใจในสิ่งที่ OT ทำ
- เพิ่มความน่าเชื่อถือ
- ให้เหตุผล (หรือใช้กรอบอ้างอิง) เพื่อสนับสนุนการกระทำ/กิจกรรมที่ OT ให้
- เพื่อชี้แจงถึงความไม่ทับซ้อนกับวิชาชีพอื่น
- ช่วยให้ OT เองเข้าใจถึงสิ่งที่ทำอย่างลึกซึ้ง และใช้ในการวัดผลและประเมินสิ่งที่ OT ได้ให้กับผู้รับบริการ
- การให้เหตุผลทาง OT แตกต่างจากวิชาชีพอื่นตรงที่มีกรอบอ้างอิงของวิชาชีพโดยเฉพาะและมองอย่างเป็นองค์รวม
- OT สนใจปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สิ่งแวดล้อม สังคม ซึ่งส่งผลต่อการให้บริการทางกิจกรรมบำบัด
- การให้เหตุผลทางคลินิกช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ โดยผ่าน Occupational Engagement (การมีส่วนร่วมและทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต)
KM: บทบาท OT ทางจิตเวชในอนาคต
- มีส่วนร่วมในการสำรวจสภาพบ้าน ครอบครัว ตัวผู้รับบริการและความสามารถ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินชีวิต
- การให้ความรู้ครอบครัว
- ใช้ Cognitive-behavioral therapy มาเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา
- Team leadership ให้ OT เป็นผู้นำในส่วนงาน Rehab. ด้านการฝึกอาชีพ, ADL, Prevocational rehab, Leisure
- การเป็นผู้นำในการฝึก ADL OT สามารถทำในส่วนของ Functional assessment เพราะ OT สามารถวิเคราะห์กิจกรรมและส่งเสริมความสามารถในการทำกิจกรรม
- OT intervention:
- การใช้ตนเองเป็นสื่ออย่างมีสติ
- การวิเคราะห์และสังเคราะห์กิจกรรมอย่างเป็นกระบวนการ โดยยึดตาม Domain & Process
- เลือกและใช้สิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
- การสอนและการให้ความรู้อย่างมีชีวิตชีวา อ้างอิงตาม ALIT
- มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต
- มีการประเมินและติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
KM: สถานที่ทำงานของ OT ในอนาคต
- ออกจากโรงพยาบาล สู่ชุมชน เช่น โรงเรียน, ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพ, เปิดศูนย์ให้คำปรึกษา, วัด, โบสถ์
- ในชุมชน OT สามารถ Promote วิชาชีพ บทบาท และสามารถรักษาได้ตรงความต้องการของชุมชนผ่านการประเมิน
- OT ในวัด = psychosupport กับครอบครัวที่เพิ่งสูญเสียสมาชิก, สมาธิบำบัด, การให้ความรู้ในเรื่องการให้คำปรึกษากับพระ, ให้คำแนะนำกับผู้ป่วยระยะสุดท้าย (ในวัดที่เป็นศูนย์ดูแลสุขภาพ เช่น วัดพระบาทน้ำพุ)
- ทัณฑสถาน/สถานพินิจ ในเรื่องการกลับไปใช้ชีวิตในชุมชน การฝึกอาชีพ การสนับสนุนด้านจิตใจ สร้างความสุข
- สถานรับเลี้ยงเด็ก/สถานสงเคราะห์ OT สามารถป้องกันและลดความเสี่ยงต่อความพิการและโรคทางจิต
- บ้านพักผู้สูงอายุ ส่งเสริมและคงไว้ซึ่งความสามารถในการดำเนินชีวิต
- ศูนย์กิจกรรมบำบัดในชุมชน OT ให้การรักษาตามอายุ เพศ วัย และบทบาทของผู้รับบริการ, โปรแกรมส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันในชุมชน เช่นในงานวัด/งานเทศกาลต่างๆ จัดกิจกรรมรื่นเริงที่มีความหมาย, OT เป็นผู้ประสานงาน ในเรื่องการฝึกอาชีพและการกลับไปทำงานในชุมชนจริง มีรายได้และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในชุมชน
ขอบคุณครับคุณตัณฑุลาวัฒน์และคุณอาร์ม