อ่านทันที "JOYISNOWHERE"
WHO (2001) เน้นความเป็นอยู่ที่ดีทางร่างกาย จิตใจ และสังคม ในผู้ที่สุขภาพดีและผู้ที่กำลังเจ็บป่วย และได้ระบุว่า "สุขภาพจิตของคนเราคือ...รับรู้ความสามารถของตนเอง วางแผนจัดการความเครียดและความกดดันในชีวิต ทำงานอย่างมีประสิทธิผล และสร้างงานที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่นในชุมชนโดยไม่เกี่ยวข้องกับการให้ทรัพย์สินใดๆ
แนวทางส่งเสริมสุขภาพจิตในปัจจุบัน เน้นแนวคิด "ปราศจากความบกพร่องทางจิต" ส่วนแนวคิดสากลที่อาจจะทำได้เมื่อได้รับการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องคือ เน้นแนวคิด "สุขภาวะทางจิต-อารมณ์-จิตสำนึกของมนุษย์"
สุขภาวะทางจิต (Mental Well-being) แบ่งเป็น
- สถาวะทางจิต (Mental State) เช่น การรับรู้ความสุข/ทุกข์ ปัญหากาย/ใจ ในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต
- สมรรถภาพทางจิต-ดี เก่ง สุข (Mental Capacity) เช่น การรับรู้ที่มาของการเผชิญปัญญาพร้อมแนวทางแก้ไข สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่น เป็นคนดีในสายตาผู้อื่น ปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมทางสัมคมใหม่เพื่อทำประโยชน์และพิชิตอุปสรรคได้อย่างคนเก่ง ปรับจิตใจยอมรับในความพอใจในตนเองและอยู่อย่างมีความสุข
- คุณภาพทางจิต (Mental Quality) เช่น ลักษณะทางจิตใจที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน (เป็นผู้ใหญ่ที่น่าเคารพ, จริงใจ, มีแมตตา, ให้อภัย และชื่นชมคนดี (สังคมไทยขาด)) เอื้อต่อการปรับตัว-พัฒนาตนเอง-ค้นหาสิ่งดีในตนเอง (มุ่งมั่น, ท้าทาย, รอได้, เรียนรู้ใหม่ และยืดหยุ่น) และเอื้อต่อการมีความสุข (มองโลกในแง่ดี, อารมณ์ขัน, ภูมิใจในตนเอง, ยอมรับความจริง และรู้จักพอ)
- ปัจจัยที่เกี่ยวข้องทางจิต (Mental Support Factors) เช่น คน-สิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อจิตใจ
นั่นคือ "สุขภาพจิตเน้นความเข้าใจในการประเมินสุขภาพจิตด้วยตนเองและมีความเชื่อมั่นในความดีความสามารถของตนเอง"
ยกตัวอย่าง เมื่อวาน ททบ. 5 Network ถ่ายทอด 197 ประเทศทั่วโลกนาน 1 นาที โดยสัมภาษณ์ ดร. ป๊อป ด้วยคำถามว่า "คุณจะทำความดีให้ในหลวงอย่างไร" ดร.ป๊อป ตอบว่า (ซ่อมเทค 2 รอบ) "ผมทำความดีให้ในหลวงโดยเป็นแบบอย่างที่ดีของการพัฒนาตนเองให้มีความสุขอย่างเพียงพอเพื่อให้นักศึกษาและคนไทยทุกคนรู้จักอยู่ไม่ว่างและฝึกทักษะด้วยกิจกรรมบำบัดให้ดูแลตนเอง แบ่งปันความสุขแก่ผู้อื่น ให้ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง...ขอจงทรงพระเจริญ..."


การส่งเสริมสุขภาพจิต (Mental Health Promotion) คือ การกระทำที่ให้บุคคลใดๆ มีรูปแบบการดำเนินชีวิตด้วยสุขภาวะและจัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะ เช่น การสร้างเครือข่ายช่วยเหลือด้านสุขภาพจิต การเสนอนโยบายสุขภาพสาธารณะ การสร้างชุมชนที่มีสุขภาวะ การเพิ่มคุณภาพชีวิต การเพิ่มทักษะการจัดการความกดดันในชีวิต การสร้างความสุขในตนเองและชุมชน การป้องกันทุกขภาวะทางจิต การลดความพิการทางจิต การป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมและเสี่ยงต่อการมีทุกขภาวะ (ยาเสพติด เพศสัมพันธ์ที่เสี่ยง สุรา) การเข้าถึงบริการสุขภาพจิตแบบสหวิชาชีพ และลดตราบาปทางสังคมในผู้ที่มีประสบการณ์ทุกขภาวะทางจิต เป็นต้น
ในไทย มีโรงพยาบาลจิตเวช 17 แห่ง ได้แก่ รพ.จิตเวชทั่วไป (รพ. สมเด็จเจ้าพระยา และรพ.ศรีธัญญา) รพ.จิตเวชเฉพาะทาง (สถาบันกัลยาฯ, สถาบันจิตเวชเด็กฯ, สถาบันยุวประสาทฯ) จ.เชียงใหม่ (รพ.สวนปรุง และสถาบันพัฒนาการเด็กฯ) จ.นครสววรค์ จ.สงขลา จ.สุราษฎร์ จ.ขอนแก่น จ.อุบลฯ จ. ขอนแก่น จ.นครราชสีมา จ. นครพนม จ. เลย และจ. สระแก้ว รวมทั้งยังมีศูนย์สุขภาพจิตเขต 1-15 (เขต 15 จ. ปัตตานี เขต 13 กทม. ไม่มีเขต 14) ซึ่งมีการฝึกครูต้นแบบมายังครู ก. (ระดับจังหวัด) สู่ครู ข. (ระดับอำเภอ) และครู ค. (อสม.) ในการให้ความรู้ส่งเสริมสุขภาพจิตในชุมชน
นอกจากนี้ชมรมฯ ที่เกี่ยวข้องมีการรณรงค์เพื่อปรับเปลี่ยน/ลดพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เจาะลึกกลุ่มเสี่ยง จัดโครงการสุขภาพจิตตามความต้องการของชุมชนโดยให้ชุมชนมีส่วนร่วมทุกกระบวนการ เช่น กรรมการ กองทุน และกิจกรรม (3ก)
นักกิจกรรมบำบัดควรมีความหวังและกล้าตัดสินใจวางแผนจัดกิจกรรมการดำเนินชีวิตที่ให้สมาชิกในชุมชนมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ต้องให้ผู้ป่วยระยะแรกรับอยู่ในสายตาตลอดเวลา มีการให้ความรู้ด้านการบำบัดฟื้นฟูความสุขความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตในบริบททีทแท้จริง มีการพัฒนาตนเองและครอบครัวโดยการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เน้นสื่อการเรียนรู้ผ่านเอกสาร การบรรยาย สื่อมวลชน และเทคโนโลยีสารสนเทศ
ขอบคุณมากครับคุณมะปรางเปรี้ยว