“หน้าน้ำ”ผ่านไปแล้ว ใต้ถุนบ้านกลับสู่สภาพปกติ พร้อมกับรวงข้าวในทุ่งก็สุกเหลืองอร่าม ชาวบ้านก็ “ลงแขก”เกี่ยวข้าวกัน การลงแขกเกี่ยวข้าวคือ ชาวบ้านมารวมตัวช่วยกันเกี่ยวข้าว โดยที่เจ้าของนาไม่ต้องจ่ายค่าจ้างอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่เตรียมอาหารกลางวันไปเลี้ยงผู้ที่มาช่วยเกี่ยวข้าว บ้านผมเรียก “ เอาแรง ” กันไว้ ถ้าอยากได้คนมาช่วยเราเกี่ยวข้าวหลาย ๆ คน เราก็ไปช่วยเกี่ยวข้าว(เอาแรง)ไว้หลาย ๆ บ้าน พวกที่เอาแรงกันไว้ก็จะนัดหมายกันไว้ว่าวันใดลงแขกบ้านใคร... วันที่ลงแขกนี่เจ้าของนาต้องเหนื่อยหน่อยต้องเตรียมอาหาร และจะต้องรีบ “หอบข้าว” ที่เกี่ยวแล้วให้เสร็จ โดยมัดเป็นฟ่อนข้าวด้วยคะเน็ดซึ่งทำมาจากการเอาต้นข้าวที่เกี่ยวเอารวงข้าวไปแล้วมาตีเป็นเกลียวคล้ายเชือก พันธุ์ข้าวที่นำปลูกบ้านเราเป็นข้าวที่ปลูกในนาทุ่งมีน้ำท่วมต้นข้าวขึ้นน้ำทำให้มีลำต้นยาวเกือบสองเมตรจึงนำมารัดฟ่อนข้าวที่มีขนาดเส้นผ่าสูนย์กลางประมาณ ๕๐ ซม.ได้เป็นอย่างดี จากนั้นก็นำฟ่อนข้าวไปรวมเป็นกอง ๆ มีสองแบบ คือ รวมแบบกองขอม และแบบหัวปลาสร้อย เพื่อรอการ “ลากข้าว” ไปที่ลานนวด....ต่อไปก็เป็นหน้าที่ของควายที่จะต้องมา"ลากข้าว"แล้วครับ....
เป็นความสามัคคีร่วมแรงใจ อันเป็นที่มาของคำว่า.."ลงแขก"..
สวัสดีครับอาจารย์
..บ้านผมจะคุ้นเคยกับคำว่า "เอาแรง" กันเพราะไม่ต้องเสียค่าจ้าง ..ถ้า"ลงแขก"นี่ ช่วงหลัง ๆ จะมีค่าจ้างกันด้วยครับ....