การดำเนินการ TQF แนวของจุฬาฯ


          เมื่อวันที่ ๒ มิ.ย. ๕๔ ที่ประชุม กกอ. ได้มีมติเห็นชอบ "การกำหนดคุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ และการพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารหลักสูตร (CU-CAS) เพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการจัดการเรียนการสอนของคณาจารย์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย"  ตามที่จุฬาฯ เสนอ   โดยที่คณะกรรมการนอกจากเห็นชอบแล้ว ยังชื่นชมอีกด้วย   เพราะจะเป็นแบบอย่างการดำเนินการ TQF แบบที่สะดวกต่อคณาจารย์   เพราะมีการใช้เครื่องมือ ICT ในการอำนวยความสะดวก   อาจารย์ไม่ต้องกรอกข้อมูลที่ไม่ใช่หน้าที่ของอาจารย์   งานกรอกข้อมูลพื้นฐานต่างๆ เป็นหน้าที่ของหน่วยทะเบียน   มหาวิทยาลัยอื่นๆ เอาไปใช้ได้   ทางจุฬาฯ ไม่หวง ไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ แถมยังยินดีไปฝึกอบรมวิธีใช้ให้ด้วย

         นอกจากคิดแบบฟอร์มรายงานที่ใช้แทน มคอ. ต่างๆ แล้ว   ยังมีการกำหนดเป้าหมายและวิธีการต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน   เอาไว้ใช้ในแบบฟอร์มที่เป็น matrix   ได้แก่

- คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  “นัณฑิตจุฬาฯเป็นผู้ที่มีคุณค่าของสังคมโลก”  มีคุณสมบัติทางจิต กาย สังคม ปัญญา ๙ ประการคือ  (๑) มีความรู้  (๒) คิดเป็น  (๓) ใฝ่รู้และรู้จักวิธีการเรียนรู้  (๔) มีภาวะผู้นำ  (๕) มีสุขภาวะ  (๖) ทำเป็น  (๗) มีคุณธรรม  (๘) มีจิตอาสาและสำนึกสาธารณะ  (๙) ดำรงความเป็นไทยในกระแสโลกาภิวัตน์
- วิธีการสอนหรือพัฒนานิสิต/นักศึกษา มี ๔๐ วิธี คือ  (๑) การบรรยาย  (๒) การอภิปราย  (๓) การสอนแบบสัมมนา  (๔) การสอนโดยใช้การนิรนัย (deductive)  (๕) การสอนโดยใช้การอุปนัย (inductive)  (๖) การใช้กรณีศึกษา (case study)  (๗) การแสดงบทบาทสมมติ (role play)  (๘) ภาคสนาม  (๙) ทัศนศึกษา  (๑๐) การใช้สถานการณ์จำลอง (simulation)  (๑๑) การแสดงละคร (dramatization)  (๑๒) การสาธิต (demonstration)  (๑๓) การสอนแบบศูนย์การเรียน (learning center)  (๑๔) การใช้เกม  (๑๕) การทดลอง  (๑๖) การสอนแบบโปรแกรม (programmed instruction) / การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน / การเรียนแบบผสมผสาน / การเรียนแบบ ออนไลน์  (๑๗) การฝึกปฏิบัติ  (๑๘) การฝึกงาน  (๑๙) การสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน  (๒๐) การสอนโดยใช้วิจัยเป็นฐาน  (๒๑) การสะท้อนความคิด (reflective thinking)  (๒๒) การสอนแบบสืบสอบ (inquiry-based instruction)  (๒๓) การศึกษาค้นคว้าโดยอิสระ  (๒๔) การเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง (self-directed learning)  (๒๕) การสอนโดยใช้โครงงาน (project-based instruction)  (๒๖) การเรียนรู้จากบุคคลต้นแบบ/ปราชญ์  (๒๗) การเรียนการสอนแบบจุลภาค (micro teaching)  (๒๘) การนิเทศการปฏิบัติการวิชาชีพ (supervision)  (๒๙) การเรียนรู้แบบร่วมมือ (cooperative learning)  (๓๐) การให้คำปรึกษารายบุคคล  (๓๑) tutorial group  (๓๒) การระดมสมอง (brain storming)  (๓๓) การสรุปประเด็นสำคัญ หรือการนำเสนอผลการสืบค้นที่ได้รับมอบหมาย  (๓๔) ฝึกงาน  (๓๕) กิจกรรม  (๓๖) การสอนข้างเตียงหรือเรียนจากผู้ป่วย  (๓๗) การฝึกแสดงออกทางพฤติกรรม  (๓๘) การดูงาน  (๓๙) การเรียนรู้ด้วยตนเอง  (๔๐) อื่นๆ

- การประเมินผล ทำได้ ๑๘ แบบคือ  (๑) การสอบข้อเขียน  (๒) การสอบปากเปล่า  (๓) การสอบทักษะ  (๔) การสังเกตพฤติกรรม  (๕) การประเมินกระบวนการทำงาน / บทบาทในการทำกิจกรรม  (๖) การประเมินผลงาน / บทเรียนที่ถอดประสบการณ์จากนิสิต  (๗) การประเมินการบ้าน  (๘) การประเมินรายงาน / โครงงาน  (๙) การประเมินแฟ้มพัฒนางาน / อนุทิน (diary, journal)  (๑๐) Performance testing  (๑๑) การประเมินการวิพากษ์ / การนำเสนอผลงาน  (๑๒) การประเมินจากการสะท้อนผลงานร่วมกัน  (๑๓) การประเมินตนเอง  (๑๔) การประเมินแบบ ๓๖๐ องศา  (๑๕) การประเมินโดยเพื่อน (peer assessment)  (๑๖) การนำเสนอปากเปล่า  (๑๗) การเข้าชั้นเรียน  (๑๘) อื่นๆ 

 

          คณะอนุกรรมการด้านมาตรฐานอุดมศึกษา มีความเห็นว่า “มาตรฐานผลการเรียนรู้ของบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสูงกว่ามาตรฐานขั้นต่ำในกรอบมาตรฐานคุณวิฒิฯ   อีกทั้งการัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารหลักสูตร (CU-CAS) เพื่อเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้คณาจารย์นับเป้นตัวอย่างที่ดีที่มหาวิทยาลัยกำหนดกลไกที่เป็นรูปธรรมในการพัฒนาบัณฑิตให้มีคุณภาพ”
 

 

วิจารณ์ พานิช
๒ มิ.ย. ๕๔
        
         
        

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สภามหาวิทยาลัย



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ละเอียดยิบทีเดียวครับ ;)...

เขียนเมื่อ 

เห็นด้วยนะครับ ที่ทำแบบอย่างที่ดีไม่ใช่กรอกใส่แต่กระดาษ กระดาษเป็นตั้งๆ

นิโีรธ
IP: xxx.28.35.130
เขียนเมื่อ 

ในระยะยาว ฤ TQF จะสร้างปัญหามากกว่าประโยชน์ ?

http://prachatai.com/journal/2011/07/36128

 

นิโีรธ
IP: xxx.28.35.130
เขียนเมื่อ 

บูรณาการในกรอบแห่งการแยกส่วน

ทุกอย่างต้องจัดเข้ากรอบแยกส่วนแยกพวกให้ชัดเจนก่อน แล้วค่อยมาบูรณาการ