ในสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันเรื่องปากท้องเป็นเรื่องสำคัญซึ่งก็ไม่แตกต่างจากอดีต...แต่ที่มันแตกต่างจากอดีตโดยสิ้นเชิงคือ เกษตรกรพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่มากกว่าการพึ่งพิงธรรมชาติ เหตุผลเพราะทรัพยากรธรรมชาติที่เสื่อมโทรมเนื่องจากประชากรเพิ่มมากขึ้น การดำรงชีพจากแค่คำว่า "หาอยู่หากิน" เปลี่ยนเป็นการหวังผลกำไรจากการ "ค้าขาย" ซึ่งเป็นยุคแห่งการค้าเสรีที่แข่งขันกันสูง คนที่อ่อนแอไม่พัฒนาตนเองคงจะต้องหลีกทางให้คนที่เข้มแข็งกว่า การค้าเสรี ต้องแข่งขันกันทั้งด้านราคา ต้นทุน และคุณภาพ ทั้งภายในและภายนอกประเทศ เกษตรกรจึงต้องเร่งพัฒนาตนเองให้สามารถพึ่งพาตนเองให้ได้
เกษตรกรในยุคนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องมีการวางแผนในการ "ค้าขาย" จะผลิตอะไร? ขายใคร? ได้กำไรเท่าไหร่? ส่วนมากจะคิดกันแค่นี้ ลืมเรื่องคุณภาพและต้นทุน หวังให้ผลผลิตออกมาให้มากไม่เน้นคุณภาพ เพื่อที่จะขายให้ได้คราวละมากๆ การผลิตในลักษณะนี้จะขาดอำนาจในการต่อรองราคา ทำให้สินค้าถูกกดราคาเป็นต้นเหตุของปัญหาเรื้องรังเรื่องหนี้สินของเกษตรกร เพราะลงทุนมากแต่ขายได้ราคาต่ำ เมื่อเป็นเช่นนี้รอบการผลิตต่อไปก็ต้องหาทุนเข้ามาเพิ่ม หมุนเวียนเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ
เกษตรกรในยุคนี้ จึงต้องให้ความสนใจในเรื่องการลดต้นทุนการผลิต การพัฒนาคุณภาพของผลผลิต โดยการพึ่งพิงธรรมชาติเพราะสิ่งเหล่านี้เกษตรกรสามารถทำได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากใคร..ในฐานะที่เราอยู่ในภาคการเกษตรจะต้องส่งเสริมและช่วยให้เกษตรกรมี"ต้นทุนทางปัญญา"ที่เกษตรกรจะได้นำไปพัฒนาตนเองและผลผลิตต่อไป...