ทิศทางการทำงานต่อไปของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์และส่วนกิจการนักศึกษา แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ” ของนักศึกษาในอนาคต

ตอนที่ ๓

ทิศทางการเติบโตเริ่มแตกหน่อก่อผลจนส่วนกิจการนักศึกษามองเห็นแนวโน้มของการทำงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จึงทำการถอดบทเรียนกิจกรรมการทำงานของกลุ่มถมนะโม พบว่านักศึกษาที่กลุ่มถมนะโมทำงานด้วยส่วนหนึ่งเกิดความปลอดภัยจากพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ เช่น ตัดสินใจเลือกไม่ไปเที่ยวกับแฟนช่วงเวลากลางคืน เลือกใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ บางส่วนเข้ารับบริการตรวจเลือดค้นหา เอช ไอ วี เป็นต้น

ภายหลังสิ้นสุดงบประมาณจาก พย.สสส. ส่วนกิจการนักศึกษาจึงขันอาสาเป็นเจ้าภาพสนับสนุนการทำงานทั้งด้านกำลังคนและงบประมาณ เพื่อให้การทำงานของนักศึกษาเกิดความต่อเนื่องทั้งด้านการขยายผลและการสร้างแกนนำถมนะโมรุ่นต่อรุ่น

แม้ผลการประเมินโครงการจะพบอย่างชัดเจนว่านักศึกษาแกนนำถมนะโมมีศักยภาพ แต่ภายใต้ความจำกัดของเวลา ลักษณะการเรียน และการฝึกปฏิบัติงานนอกพื้นที่ ทำให้นักศึกษาต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมากกว่าเดิมหลายเท่าตัวเพื่อให้โครงการดำเนินไปได้ดีคงเดิม นักศึกษาได้สะท้อนให้คนทำงานผู้ใหญ่หยุดคิดและมองเห็นจุดที่ต้องร่วมแก้ปัญหา คือ

“...เหนื่อยมากครับ แต่ก็ทนได้ครับ อ่านหนังสือเสร็จ ก็จัดการตามเพื่อนมาประชุมงานต่อ เพื่อนบางคนมาแบบหมดสภาพ ทุกคนต้องนัดกันให้อ่านหนังสือให้เสร็จเพื่อให้ทันการประชุม แต่บางคนต้องเรียนหนักขึ้นเพื่อให้ตัวเองรอด ทำให้มาไม่ได้บางครั้ง ซึ่งเราไม่สบายใจมากเพราะเราเหลือกันเพียง 7 คนเท่านั้น มาทุกทีก็ได้ระบายทุกข์กัน กลายเป็นเรารักกันเหมือนพี่น้องกันจริง ๆ หลายครั้งเราก็อยากถอดใจ แต่พอเห็นเพื่อนที่เราช่วยแล้วเค้ารอดชีวิตมาได้ เห็นผู้ใหญ่ที่ตั้งใจทำงาน เราก็อยากทำต่อ อีกอย่างเราแคร์อาจารย์ แคร์พี่ ๆ ด้วยครับ ไม่อยากให้โครงการหายไปด้วยมือพวกเราเอง...”

คำพูดของนักศึกษาที่สะท้อนถึงความคิด ความตั้งใจ และความเสียสละ ทำให้ทีมงานผู้ใหญ่ต้องทบทวนบทบาทการทำงานของตนเอง บทบาทนักศึกษาแกนนำ กระบวนการทำงาน และเป้าหมายของโครงการที่มุ่งเน้นให้นักศึกษาเรียนรู้ชีวิตและขยายผลสู่เพื่อนอย่างมีความสุข พบว่าทีมงานจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และกลยุทธ์การทำงานใหม่ทั้งหมด เพื่อให้นักศึกษาไม่กลายเป็นผู้แบกรับภาระ หน้าที่และความรับผิดชอบจนกระทบต่อการเรียนและวิถีชีวิตของตนเอง

เราจึงมีการปรับวิธีการทำงานจากการให้นักศึกษาเป็นหลักมาเป็นการหาเจ้าภาพหลักที่มีบทบาทโดยตรงด้านการพัฒนาระบบดูแลนักศึกษา เพื่อให้สามารถผลักดันการทำงานเข้าสู่ระบบงานปกติได้ ความเป็นเจ้าภาพจึงเป็นของส่วนกิจการนักศึกษา และเป็นความโชคดีที่ทีมงานได้ค้นพบคนทำงานจริงของส่วนกิจการนักศึกษาที่ให้การตอบรับการทำงานต่อเนื่องจากแกนนำนักศึกษาถมนะโม คือ คุณชูใจ ช่วยชู และทีมเพื่อน MT โดยมีอาจารย์ของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์รับบทบาทเป็นพี่เลี้ยงหนุนเสริมการทำงาน

การเตรียมการผลักดันโครงการฯ เข้าสู่ระบบงานปกติของมหาวิทยาลัย เริ่มต้นที่อาจารย์ของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ (ผศ.ดร.สายฝน เอกวรางกูร) เข้าร่วมชี้แจงสถานการณ์ เป้าหมาย กระบวนการทำงาน และความต้องการการสนับสนุนต่อหัวหน้าส่วนกิจการนักศึกษา และรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างน่าชื่นใจ

จากนั้นจึงนำผลการประสานงานโครงการมาเชื่อมต่อกับองค์การแพธ เพื่อสนับสนุนให้การขับเคลื่อนงานเกิดความคล่องตัวยิ่งขึ้น องค์การแพธได้ตอบรับให้มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นภาคีหลักด้านการทำงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศสำหรับเยาวชนของพื้นที่ พร้อมทั้งให้การสนับสนุนกระบวนการพัฒนาและสื่อรูปแบบต่าง ๆ ในลักษณะของ Matching Fund

ส่วนกิจการนักศึกษา เจ้าภาพใหม่ มีความมุ่งมั่นและเริ่มต้นการทำงานอย่างแข็งขัน โดยนักศึกษากลุ่มถมนะโมกลับบทบาทมาเป็นผู้ร่วมหนุนเสริมการดำเนินงานของผู้ใหญ่ และมีความสุขกับการเป็นสื่อเคลื่อนที่ประชาสัมพันธ์การพัฒนาระบบการดูแลสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศสำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

เสียงหัวเราะและรอยยิ้มใส ๆ ของคนทำงานเกิดขึ้นแทนความเหนื่อยล้าและกังวลใจ บทเรียนครั้งนี้ทำให้ทีมงานเรียนรู้ร่วมกันว่าการขยับบทบาทคนให้ตรงตามที่ควรจะเป็น ทำให้ทุกฝ่ายเกิดความสุขกับการทำงานได้อย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการจัดกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาเยาวชนเชิงบวกให้กับคนทำงาน และนักศึกษาแกนนำถมนะโมรุ่นต่อรุ่น (ปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3) ก้าวต่อไปคือการผลักให้เกิดระบบการดูแลนักศึกษามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อย่างเป็นระบบ เป็นมิตร เข้าถึงง่าย มีประสิทธิภาพ และทำได้จริง เป็นบริการที่สามารถตอบโจทย์ชีวิตนักศึกษาได้ทุกเรื่อง

ทีมงานตระหนักดีว่ายังมีโจทย์ต่อเนื่องอีก 2 โจทย์ที่ต้องทำ คือการพัฒนาผู้ใหญ่ใจดีให้เกิดขึ้นในระบบอาจารย์ที่ปรึกษา ระบบการให้การปรึกษาที่เป็นมิตรของส่วนกิจการนักศึกษา และระบบเพื่อนดูแลเพื่อนผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติการปรับจูนทัศนะ ข้อมูล และทักษะการช่วยเหลือ การให้บริการปรึกษา ความไวต่อการคัดกรองปัญหา และการส่งต่อบริการช่วยเหลือนักศึกษาด้วยการเตรียมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นภาคี ประกอบด้วย โรงพยาบาลท่าศาลา โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช บ้านพักฉุกเฉิน องค์การแพธ ซึ่งกำลังจะเกิดขึ้นภายในภาคการศึกษาปัจจุบัน (ภาคการศึกษาที่ 1/2554) ซึ่งโจทย์ทุกข้อยังคงต้องการผู้ใหญ่ใจดีอีกจำนวนมากในการทำงาน

ความท้าทายต่อเนื่องตราบที่กระบวนการพัฒนาเยาวชนเชิงบวกยังต้องเกิดขึ้น คือ ทีมงานยังคงอุดมการณ์การทำงานร่วมกัน ไม่ว่าจะต้องก้าวอีกกี่ก้าว เรายังคงต้องก้าวต่อไป หากทุกก้าวสามารถตอบโจทย์เป้าหมายเพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างรู้คุณค่า เท่าทัน ปลอดภัย และมีความสุขตามปณิธานการผลิตบัณฑิตของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ต่อไป

บทเรียนจากโครงการดาวเด่นและความท้าทายในอนาคต
การทำงานของ ผศ.ดร.สายฝน เอกวรางกูร ในการขับเคลื่อนโครงการ “เพศศึกษารอบด้าน...ขับเคลื่อนด้วยสมองและสองมือเพื่อนอาสา” ซึ่งเป็นโครงการเล็กๆ ที่ใช้เงินในการดำเนินการเพียงไม่กี่หมื่นบาท แต่สามารถขยายผลไปสู่การสร้างระบบการดูแลนักศึกษาที่จะอยู่ในงานปกติของมหาวิทยาลัย มีบทเรียนให้รู้ว่าความรู้และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องนั้นๆ ประสบการณ์การทำงานของผู้รับผิดชอบโครงการ การที่ทีมทำงานยึดผลประโยชน์ที่นักศึกษาจะได้รับเป็นเป้าหมายหลัก การให้นักศึกษาเป็นพระเอกนางเอกในเรื่องของตนเอง การมีเครือข่ายการทำงานที่หลากหลาย เป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จและความยั่งยืนของงาน

การคิดเชิงบวกและทำงานอย่างมีความสุข ทำให้สามารถมองข้ามปัจจัยที่คนทั่วไปอาจคิดว่าเป็นปัญหาและอุปสรรค มีการเรียนรู้และหาหนทางปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานที่จะทำให้งานบรรลุเป้าหมายได้เสมอ

ทิศทางการทำงานต่อไปของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์และส่วนกิจการนักศึกษา แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์มีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่การเป็น “ศูนย์การเรียนรู้ด้านการสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ” ของนักศึกษาในอนาคตอันใกล้ รวมทั้งจะเป็นตัวอย่างให้เกิดงานการสร้างเสริมสุขภาพนักศึกษาในด้านอื่นๆ ต่อไป

วัลลา ตันตโยทัย