พย.สสส. ระยะที่ 2.2 (ปี พ.ศ. 2552-2554)
ในระยะที่ 2.2 เครือข่ายในชุมชนข้างเคียงมหาวิทยาลัยเป็นผู้รับผิดชอบโครงการสร้างเสริมสุขภาพเป็นหลัก โดยมีอาจารย์เป็นที่ปรึกษาและร่วมดำเนินกิจกรรมพร้อมกับนักศึกษาพยาบาล โครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากแผนงาน พย.สสส. จำนวน 2 โครงการคือ โครงการยุวทัศน์กับการพัฒนาสุขภาพชุมชน และโครงการพัฒนาต้นทุนชีวิตเด็กและเยาวชนจากรุ่นสู่รุ่นโดยภูมิปัญญาท้องถิ่น ชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา
อาจารย์และเจ้าหน้าที่ของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ยังได้มีส่วนร่วมในการบันทึกข้อมูลเข้าสู่โครงการสังเคราะห์ความรู้จากโครงการและงานวิจัยด้านการสร้างเสริมสุขภาพในสถาบันการศึกษาพยาบาลศาสตร์ ร่วมทำงานในโครงการถอดบทเรียนศูนย์เด็กเล็กต้นแบบในสถาบันการศึกษาพยาบาล และการจัดทำแนวปฏิบัติการจัดการเรียนการสอน เพื่อบูรณาการสมรรถนะการสร้างเสริมสุขภาพในหลักสูตรพยาบาลศาสตร์บัณฑิต
นอกจากนี้ผู้แทนของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ ยังได้รับเกียรติจากแผนงาน พย.สสส. ให้เป็นประธานการจัดประชุมวิชาการมหกรรมการเรียนรู้เครือข่าย พย.สสส. ตามแนวทางของการจัดการความรู้ 2 ครั้ง ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ : เครือข่ายพยาบาลศาสตร์เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ” ระหว่างวันที่ 15-17 กันยายน 2553 และครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “บ่มเพาะนักศึกษาพยาบาล สู่การเป็นนักสร้างเสริมสุขภาพ” ระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2554 ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีผู้บริหารสถาบันการศึกษา อาจารย์ พยาบาลวิชาชีพ เจ้าหน้าที่ และนิสิตนักศึกษา เข้าร่วมประชุมครั้งละประมาณ 400-500 คน
การประชุมวิชาการมหกรรมการเรียนรู้ในรูปแบบที่ พย.สสส. จัดขึ้นนี้ ทำให้ผู้เข้าประชุมทุกฝ่ายเกิดความสนใจ ความตื่นตัว และกระตือรือร้นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีการปฏิบัติที่ดีด้านการสร้างเสริมสุขภาพ แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ ระหว่างกัน เกิดความรู้สึกชื่นชมและประทับใจในศักยภาพของคนทำงาน โดยเฉพาะในศักยภาพของนิสิตนักศึกษา เจ้าของงานดีๆ มีความรู้สึกภาคภูมิใจ เห็นคุณค่าของงานและคุณค่าของตนเอง กลายเป็นเวทีที่มีบรรยากาศเชิงบวก ผู้คนหลายฝ่ายจากต่างสถาบันได้ทำความรู้จักและสร้างสัมพันธภาพระหว่างกัน หลังจากการจัดการประชุมผ่านพ้นไปแล้วหลายคนยังมีการติดต่อกันแลกเปลี่ยนข้อมูลและวิธีการทำงานกันอีก
ดาวเด่นบนเส้นทางการสนับสนุนของแผนงาน พย.สสส.
โครงการ “เพศศึกษารอบด้าน... ขับเคลื่อนด้วยสมองและสองมือเพื่อนอาสา” ซึ่งรับผิดชอบโดย ผศ.ดร.สายฝน เอกวรางกูร เป็นโครงการเด่น เนื่องจากผู้รับผิดชอบได้นำความรู้และประสบการณ์จากการทำงานด้านเพศศึกษาร่วมกับองค์การแพธ (PATH) มาดำเนินโครงการร่วมกับนักศึกษาและเพื่อนักศึกษาของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และสามารถขยายผลเข้าสู่ระบบการดูแลนักศึกษาปกติที่จะยั่งยืนต่อไป ความเป็นมาเป็นไปของโครงการมีดังนี้
การทำงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ เกิดขึ้นจากโจทย์ที่สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ได้รับอย่างต่อเนื่องจากอาจารย์ เจ้าหน้าที่ นักศึกษาภายในสำนักวิชาและต่างสำนักวิชา ครูและนักเรียนจากโรงเรียนใกล้เคียง และหน่วยงานอื่นที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลนักเรียนนักศึกษา ซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่มีความเสี่ยงจากการต้องปรับตัวกับการเปลี่ยนแปลงทั้งของตนเอง และต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่ไม่ปลอดภัย การมีเพศสัมพันธ์ การตั้งครรภ์ไม่พร้อม การทำแท้ง ผลกระทบจากการทำแท้ง การติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ ความรุนแรงต่าง ๆ นำไปสู่การหยุดเรียนหรือหลุดจากระบบการศึกษาปกติ ปัญหาสุขภาพกาย สุขภาพจิต และการสูญเสียชีวิตจึงเป็นผลพวงที่ตามมา
ความทุกข์เหล่านี้ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แนวโน้มของความรุนแรงและความซับซ้อนจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว หากปล่อยให้เยาวชนต้องเผชิญกับยุคสมัย สภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยี มุมมองทางสังคม และวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างโดดเดี่ยว โดยผู้ใหญ่ที่มองเห็นสถานการณ์ไม่ได้เตรียมการป้องกัน ไม่ได้ดึงต้นทุน และกลยุทธ์เชิงบวกมาใช้ในการทำงานอย่างเต็มศักยภาพ
สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ เริ่มต้นทำงานจากการทำความเข้าใจ วิเคราะห์สถานการณ์จริงของพื้นที่ ร่วมกับการดึงศักยภาพของต้นทุนเดิมที่มีอยู่จากการทำงาน โครงการส่งเสริมเพศศึกษารอบด้านสำหรับเยาวชนในสถานศึกษา หรือ โครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ภาคใต้ตอนบน ซึ่งรับผิดชอบหลักโดยสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ร่วมกับองค์การแพธ ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนโลกผ่านกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผสมผสานกับกองทุนของพื้นที่
โครงการส่งเสริมเพศศึกษารอบด้านสำหรับเยาวชนในสถานศึกษา เป็นโครงการที่มีการดำเนินการทั่วประเทศ โดยมีองค์การแพธเป็นผู้ประสานงานกลาง และมี Node อยู่ในภูมิภาคต่างๆ โครงการในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2547-2551) มีคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็น Node ในพื้นที่ภาคใต้
ต่อมาในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2552-2554) โครงการได้แบ่งการทำงานเป็น 2 Node คือ ภาคใต้ตอนบน 4 จังหวัด ประกอบด้วย นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ระนอง อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และภาคใต้ตอนล่าง 4 จังหวัด ประกอบด้วย พัทลุง สตูล สงขลา ยะลา รับผิดชอบโดยคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
โครงการฯ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนบน มีสถาบันการศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของทุกจังหวัด มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีนครศรีธรรมราช เชื่อมเครือข่ายกับวิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพ และ กศน. จำนวน 133 สถาบัน เข้าร่วมโครงการ
ทุกสถาบันจับมือกันพลิกกระบวนทัศน์การพัฒนา มุ่งให้คุณค่ากับวิชาเพศศึกษารอบด้าน (Comprehensive Sex Education) ที่ครอบคลุมเนื้อหาหลัก 6 ด้าน ประกอบด้วย พัฒนาการของมนุษย์ (human development) สัมพันธภาพ (interpersonal relationship) ทักษะส่วนบุคคล (personal and communication skills) พฤติกรรมทางเพศ (sexual behaviors) สุขภาพทางเพศ (sexual health) ภายใต้กรอบสังคมและวัฒนธรรม (society and culture) มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ตัดสินใจเลือก และรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นบนพื้นฐานการมีข้อมูลรอบด้านว่าเป็นวิชาชีวิต เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับจัดการเรียนรู้เชิงบวกและการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำหรับครูที่รับผิดชอบตามสาระการสอนที่เลือกสรรให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เช่น สาระสุขศึกษาพลศึกษา สาระเพิ่มเติม Home Room แนะแนว หรือการบูรณาการกับสาระหลัก
เมื่อ ผศ.ดร.สายฝน เอกวรางกูร ได้เข้าร่วมเป็น Master Trainer (MT) กับทีมของคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เรียนรู้กระบวนการที่ทำให้คนสามารถคิดวิเคราะห์ แยกแยะ ตัดสินใจเลือกกระทำหรือไม่กระทำ บนพื้นฐานของการมีข้อมูลรอบด้าน
ประกอบกับส่วนกิจการนักศึกษา สำนักวิชาต่างๆ รวมทั้งนักศึกษาด้วยกันเอง ได้มีการขอคำปรึกษาและส่งนักศึกษาที่ต้องการความช่วยเหลือมาให้ดูแล สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์จึงได้เปิดรายวิชาเพศกับสุขภาพ เป็นรายวิชาเลือกเสรีสำหรับนักศึกษาของทุกสำนักวิชา ตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 เป็นต้นมา เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้กระบวนการอย่างต่อเนื่อง
วัลลา ตันตโยทัย