บทความเรื่อง Drugging the Vulnerable :  Atypical Antipsychotics in Children and the Elderly กระตุ้นให้ผมเขียนบันทึกนี้
          ลองอ่านดูนะครับ จะเห็นว่าสังคมถูกผลกระทบด้านลบจากความโลภของบริษัทยาอย่างไรบ้าง   บทความแบบนี้ต้องเขียนอย่างมีหลักฐานสนับสนุน มิฉนั้นโดนบริษัทยาฟ้องเรียกค่าเสียหายฐานหมิ่นประมาทเป็นเงินก้อนโตอย่างแน่นอน
          ยังดีที่ในสหรัฐอเมริกา การบังคับใช้กฎหมายของเขาเข้มแข็ง ทำให้บริษัทยาใหญ่ๆ จำนวนมากถูกฟ้องเรียกค่าเสียหาย ฐานทำการตลาดยาอย่างผิดกฎหมาย   คือส่งเสริมการใช้ยาบำบัดโรควิกลจริต (antipsychotics) ในคนที่มีความผิดปกติทางจิตใจ แต่ไม่ถึงกับวิกลจริต   มีผลให้ยากลุ่มนี้มียอดขายถึง 13.6 พันล้านเหรียญต่อปี จัดเป็นกลุ่มยาที่ยอดขายสูงสุด สูงกว่ายารักษาความดันโลหิตสูงและหัวใจเสียอีก
          ค่าปรับที่บริษัทยาหลายบริษัทยอมจ่าย รวมกันแล้วมากกว่า ๕ พันล้านเหรียญ (๑๕๐,,๐๐๐ ล้านบาท)   ต้องเข้าไปอ่านบทความนี้ และบทความอื่นๆ ตามลิ้งค์  จะพบว่าพฤติกรรมของบริษัทยาเหล่านี้น่าขยะแขยงเพียงใด
          ทำให้ผมสงสัยว่า พฤติกรรมนี้ระบาดมาถึงเมืองไทยและก่อผลเสียหายแก่ผู้คนและเศรษฐกิจไทยหรือไม่  มีคนทำวิจัยไว้หรือเปล่า รัฐไทยควรฟ้องเรียกค่าเสียหายแบบสหรัฐอเมริกาหรือไม่
 
วิจารณ์ พานิช
๓๐ พ.ค. ๕๔