ไม่คิดว่าจะได้เรียนรู้ก็ได้เรียน เรื่องการเทียบเคียงสมรรถนะ

Group Benchmarking กลุ่มสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัย

เทียบเคียงคืออะไร ทำไมต้องทำเทียบเคียงสมรรถนะ

คือการต่อยอด พร้อมก้าวไปด้วยกัน ไม่ใช่การแข่งขัน

 “ขอให้ไปเข้าอบรมเทียบเคียงสมรรถนะด้วยนะ จะได้เข้าใจหลักการของ Group Benchmarking (ไหนๆ วิทยากรก็เดินทางมาให้ความรู้แก่คณะทำงาน)


ฉันและอีกหลายๆ คนได้รับคำสั่ง(มอบหมาย)ในวันหนึ่งของต้นเดือนมีนาคม 2554 จุดเริ่มต้นของโครงการ Group Benchmarking กลุ่มสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัย โดยที่การอบรมครั้งแรกนั้น ใช้การอบรมทางไกลผ่านระบบ Video Conference ยิงสัญญาณภาพและเสียงของผู้เข้าอบรมจากมหาวิทยาลัยของฉัน ไปยังมหาวิทยาลัยอีกสองแห่งหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการ

อบรมครั้งนั้นครั้งแรก และทิ้งช่วงเวลาไปสองสัปดาห์ กลับมาอบรมใหม่อีกครั้งในรูปแบบการสื่อสารทางไกลเช่นเดิม แล้วทั้งสามสถาบันมีการบ้านกลับไปทำ เพื่อกลับมาเรียนรู้ร่วมกัน โดยที่แรกเริ่มเดิมที ฉันและอีกหลายคนเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์และเรียนรู้ร่วมกับ “ตัวจริงเสียงจริง” แต่ไปๆมาๆ ตัวฉันและอีกหลายคนกลับได้มีส่วนพัวพันนัวเนียกับการทำกิจกรรมเทียบเคียงสมรรถนะดังกล่าวนี้ด้วย

“คำสั่งแต่งตั้งให้ทำงาน....รับไปดำเนินการต่อด้วยนะ”


ฉันรับสำเนาคำสั่งแต่งตั้งทำงานกลุ่มเกี่ยวกับการมาทำเทียบเคียงด้วยความงงงัน แต่ก็พร้อมเรียนรู้ตามๆ กันไป จนวันนี้เดินไปได้เกือบครึ่งทางแล้ว ที่ไม่ค่อยจะทันตั้งตัวก็ตั้งหลักได้บ้าง แต่คงมีเรื่องให้เรียนรู้อีกมากมาย

เวลานี้เรากำลังทำกระบวนการส่งเสริมการใช้ทรัพยากรสารสนเทศ ประเภทฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งประกอบด้วย ๓ กระบวนย่อย คือ กระบวนการจัดซื้อฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ กระบวนการประชาสัมพันธ์การให้บริการฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และกระบวนการส่งเสริมการเรียนรู้การใช้ฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์

และเรากำลังจะนำเสนอการดำเนินงานเพื่อเรียนรู้การสรุปผลวิเคราะห์กระบวนการ/คู่เทียบ และเรียนรู้หาความเข้าใจการค้นหา Best Practices และอีกมากมายๆ (29 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2554)

รอบนี้ไม่มีการประชุมแบบอยู่ไกลตัว ทีมบุคลากรสามมหาวิทยาลัยมาเรียนรู้ร่วมกัน ตัวเป็นๆ 

มาดูที่มาที่ไปของการได้เรียนรู้ โครงการ Group Benchmarking กลุ่มสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัย  คือดังนี้ค่ะ

แผนพัฒนาการศึกษาสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระยะที่ 10    (พ.ศ. 2550-2554) กำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาสำนักหอสมุด 5 ยุทธศาสตร์

ยุทธศาสตร์ที่ 1 คือ สนับสนุนการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล

กลยุทธ์: การบริการสารนิเทศและการส่งเสริมการเรียนรู้สารนิเทศ

เป้าหมายกลยุทธ์ คือ การจัดทำ Best Practice ด้านบริการสารนิเทศ เพื่อเทียบเคียงด้านบริการสารนิเทศกับห้องสมุดมหาวิทยาลัยในประเทศ ได้แก่ หอสมุดและคลังความรู้ มหาวิทยาลัยมหิดล และสำนักทรัพยากรการเรียนรู้คุณหญิงหลง อรรถกระวีสุนทร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์          เพื่อให้ได้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) และนำมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางการพัฒนาสำหรับห้องสมุดแต่ละแห่งที่เข้าร่วมในการเทียบเคียงสมรรถนะ

 

โครงการ Group Benchmarking กลุ่มสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัย ใช้เครื่องมือการเทียบเคียงสมรรถนะ (Benchmarking) เป็นเครื่องมือที่สามารถเพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับองค์กรด้วยการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ บริการ หรือวิธีปฏิบัติงานกับองค์กรอื่น เพื่อให้ได้วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ โดยจัดให้มีการประชุมเชิงปฏิบัติการการเทียบเคียงสมรรถนะ ขึ้น ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม – 21 ตุลาคม 2554 โดยมีอาจารย์ศุภชัย  เมืองรักษ์  ผู้อำนวยการฝ่ายปรึกษาแนะนำด้านการจัดการองค์กร สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และอาจารย์นุชรัตน์  สิริประภาวรรณ  วิทยากรที่ปรึกษาการจัดองค์กรสู่ความเป็นเลิศ เป็นที่ปรึกษาและวิทยากร

ที่ต้องลุยในโครงการ คือ การอบรม การลงมือปฏิบัติแต่ละขั้นตอน ภายในช่วงเวลาที่กำหนด อาทิ

  • อบรมเชิงปฏิบัติการ การทำ Site Visit และการตั้งคำถามรายกระบวนการ
  • อบรมการเขียนรายงานแนวปฏิบัติที่ดีและหลักการนำเสนออย่างมืออาชีพ
  • การนำเสนอแนวปฏิบัติที่ดีและการวิพากษ์ สืบค้น ซักถาม
  • ..
  • อบรมเชิงปฏิบัติการ การบริหารโครงการแบบบูรณาการและเครื่องมือเพื่อการปรับปรุง
  • ..

เป็นต้น

 วัตถุประสงค์

  1. เพื่อให้บุคลากรของสำนักหอสมุดมีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการเทียบเคียงสมรรถนะ (Benchmarking) และกระบวนการ Best Practice
  2. เพื่อให้สำนักหอสมุดได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนการดำเนินงานซึ่งกันและกัน
  3. เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลแนวปฏิบัติที่ดี และสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ตามแนวทางของ Benchmarking Network

เมื่อเสร็จสิ้นโครงการ

ห้องสมุดทั้งสามมหาวิทยาลัยจะได้กระบวนการเทียบเคียงสมรรถนะด้านบริการสารนิเทศ และได้กระบวนการ Best Practice

(ตามแผนที่ระบุในโครงการ)

วันนี้ฉันได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งผู้รับการอบรมในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ จากที่แรกๆ ไม่รู้เรื่องไม่ค่อยเข้าใจ พอได้ลงมือทำ สุมหัวร่วมกันในกลุ่มคนทำงาน ทำให้ได้ซึมซับรับความเข้าใจในการทำงานแต่ละขั้นตอนเพิ่มมากขึ้น

จึงเชื่อมั่นว่า เมื่อเสร็จสิ้นโครงการในเดือนตุลาคม 2554 คงจะสามารถนำความรู้ความเข้าใจในกระบวนการเทียบเคียงสมรรถนะ และกระบวนการ Best Practice และนำไปพัฒนาการให้บริการเพื่อให้การบริการสารนิเทศมีคุณภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ.

อ่านต่อ>>เรียนรู้การทำกระบวนการประชาสัมพันธ์ ผ่านการเทียบเคียงสมรรถนะ