ผู้นำแห่งอนาคต
ผู้นำแห่งอนาคต

          บทความในเว็บไซต์ที่เขียนเกี่ยวกับคุณสมบัติผู้นำแห่งอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก  เขียนขึ้นโดยมาร์แชล โกลด์สมิท กูรูทางด้านผู้นำเชิงกลยุทธ์  กล่าวถึงคุณลักษณะที่เป็นหัวใจหลักของผู้นำแห่งอนาคตหรือผู้นำยุคหน้าเพียง 5 ข้อ  

คุณสมบัติหลัก 5 ประการของผู้นำแห่งอนาคต 

          1.ต้องคิดถึงภาพรวมโลก (Thinking Globally)– การทำธุรกิจในอดีตต่างจากปัจจุบันและอนาคต  ทุกสิ่งในโลกเชื่อมถึงกันหมดจากการพัฒนาการสื่อสาร  ถ้าจำกันได้  ภาวะการเงินต้มยำกุ้งในบ้านเราส่งผลกระทบไปทั่วภูมิภาคและทั่วโลกอย่างรวดเร็ว  และในอนาคตการเปลี่ยนแปลงของตลาดทั่วโลกจะมีความสำคัญต่อการทำธุรกิจในประเทศ  ดังนั้นผู้นำแห่งอนาคตต้องคิดถึงภาพรวมโลก  ต้องศึกษาทำความเข้าใจเศรษฐศาสตร์มหภาค  ต้องรู้ทันกฎหมายและการเมืองประเทศอื่นๆด้วย

          มีสองปัจจัยที่ผู้นำยุคหน้าต้องคิดถึง คือ การเพิ่มขึ้นของการค้าระหว่างประเทศ และการบูรณาการด้านเทคโนโลยี  ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ  สินค้าสมัยนี้ไม่ได้ผลิตจากประเทศเดียวอีกต่อไป  วัตถุดิบและชิ้นส่วนถูกส่งมาจากประเทศต่างๆ เพื่อประกอบเป็นสินค้าชิ้นเดียว  แต่ก็ยังคงมีราคาต้นทุนที่ถูกกว่า (จากความได้เปรียบทางการแข่งขัน Competitive Advantage ของแต่ละประเทศนั่นเอง) เพราะฉะนั้นสิ่งเดียวที่ผู้ผลิตต้องเรียนรู้  ก็คือเรื่องการบริหารจัดการการผลิตระดับโลก  การบริหารการตลาด  และการบริหารทีมขาย 

 

          นอกจากนี้ผู้นำแห่งอนาคตยังต้องคิดถึงการบูรณาการการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งภายในสำนักงานไปจนถึงการส่งออก  อย่าลืมว่าสินค้าบางอย่างอาจผลิตในประเทศไทยแต่ส่งไปขายต่างประเทศ (เช่น กล้องถ่ายรูป รถยนต์) ทั้งนี้เพราะเทคโนโลยีนั้นสามารถจะทะลายกำแพงไปสู่การทำธุรกิจระดับโลกได้  ดังนั้นผู้นำที่ยังคิดแต่จะค้าขายในประเทศเท่านั้น  อาจถูกกดดันจากตลาดระดับโลกได้ (เช่น ปัญหาเรื่องการขาดแคลนข้าวของตลาดโลก  ส่งผลกระทบต่อชาวนาไทยโดยตรง  รวมทั้งรัฐบาลก็ยังถูกกดดันจากตลาดต่างประเทศอีกด้วย ทั้งๆ ที่ไทยก็ผลิตข้าวเท่าเดิม)

   

          2.ต้องเข้าใจความหลายหลายทางวัฒนธรรม (Appreciating Cultural Diversity)จากการเปิดตลาดเสรี  วัตถุดิบมาจากหลายแห่ง  ธุรกิจอาจตั้งฐานการผลิตในต่างประเทศ  หรือส่งสินค้าไปขายยังตลาดนอกบ้าน  ดังนั้นผู้นำแห่งอนาคตจึงต้องเข้าใจความหลากหลายทางวัฒนธรรมของทีมงานและประเทศที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ ต้องเข้าใจทั้งระบบเศรษฐกิจ กฎหมาย สังคม วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีด้วย และต้องเคารพความแตกต่างด้านนี้ของปัจเจกชน  เพราะในมุมมองหนึ่ง  คือการเปิดโอกาสทางการค้า

 

          ผู้นำธุรกิจจากอเมริกาหรือยุโรปที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย  อาจต้องอ่านหลักพุทธศาสนา  เพราะศาสนาคือปัจจัยสำคัญในการกำหนดพฤติกรรมของคน  อาจจะต้องศึกษาเรื่องธรรมเนียมการให้ของขวัญ  หรือการให้ความสำคัญกับเวลา (ชาวอเมริกาและยุโรปบางชาติจะตรงเวลา  และถือว่าเวลาเป็นสิ่งมีค่า  แต่ชาวไทยจะไม่ค่อยตรงเวลา  ชอบมาสาย  และไม่ให้ความสำคัญกับเวลา) ด้วยเหตุนี้การมีความสามารถที่จะชักจูงใจคนจากหลายเชื้อชาติได้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก  เพราะวิธีการจูงใจคนในวัฒนธรรมหนึ่งที่ได้ผลดีมาก  อาจใช้ไม่ได้เลยกับคนในอีกวัฒนธรรมหนึ่ง  หรือการยกย่องชมเชยพนักงานอาจต้องใช้วิธีที่แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมของแต่ละคน  ดังนั้นผู้นำที่มีจุดเด่นข้อนี้จึงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มาค่าอย่างยิ่งขององค์กรในอนาคต

 

          3.ต้องสามารถบริหารจัดการเทคโนโลยี (Demonstrating Technology Savvy) – ผู้นำยุคหน้าต้องสามารถบริหารจัดการ  เข้าใจบทบาทของเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับองค์กรโดยอาศัยกลยุทธ์เพียง 4 อย่างเท่านั้น คือ  

1)     ต้องรู้ว่าการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างชาญฉลาดนั้น  สามารถช่วยองค์กรได้อย่างไรบ้าง

2)     ต้องรู้จักคัดเลือก พัฒนา และจูงใจทีมงานที่เก่งเรื่องเทคโนโลยีให้อยู่กับองค์กรไปนานๆ

3)     ต้องรู้วิธีการบริหารและการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ

4)     ต้องเป็นผู้นำตัวอย่างในแง่การกล้าใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ 

          ปัจจุบันนี้  หลายองค์กรเชื่อว่าเทคโนโลยีจะเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในอนาคตที่สามารถเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจได้ (ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็เช่น ธุรกิจออนไลน์ต่างๆ ที่ทำให้ธุรกิจไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านก็ได้ ธุรกิจดาวน์โหลดเพลงหรือการโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น)   

          4.ต้องสร้างหุ้นส่วนธุรกิจ (Building Partnerships) – เพื่อให้สามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้และได้เปรียบคู่แข่งธุรกิจ  ผู้นำแห่งอนาคตต้องทำใจให้ได้ว่าการปรับขนาดองค์กร  ผ่าโครงสร้าง  ลดจำนวนพนักงาน  และจ้างธุรกิจอื่นทำงานที่ตนไม่ถนัด (outsourcing) นั้น  ต่อไปจะถือเป็นเรื่องธรรมดามากๆ ผู้นำยุคหน้าต้องรู้จักสร้างหุ้นส่วนธุรกิจยิ่งมากยิ่งดี  ในอนาคตคำว่าศัตรูคู่แข่งหรือคู่หู  จะไม่ชัดเจนเท่าไหร่นัก ยิ่งในธุรกิจสำคัญๆ เช่น พลังงาน การสื่อสาร และยา  องค์กรเดียวกันอาจเป็นทั้งลูกค้า เป็นผู้จัดส่ง เป็นหุ้นส่วน หรือคู่แข่งในเวลาเดียวกันก็ได้ (เพราะองค์กรเดียวอาจทำธุรกิจหลายอย่าง เช่น CP มีหุ้นในบริษัท ทรูคอร์ปปอเรชั่น บริษัท 7-11 ) ดังนั้น ผู้นำยุคหน้าจึงควรสร้างแนวคิดบวก  สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวและ แบบ “ชนะ-ชนะ” (win-win) กับองค์กรอื่นๆ ไว้จึงน่าจะเหมาะสมกว่า

 

          5. ต้องแบ่งปันประสบการณ์ผู้นำ (Sharing Leadership) – ผู้นำในยุคหน้าไม่ได้เป็นแบบที่อยู่บนจุดยอดสุดของแผนผังโครงสร้างองค์กร  ที่ยึดติดขยับอะไรไม่ได้อีกต่อไปแล้ว  ในอนาคตหุ้นส่วนธุรกิจจะหันมาร่วมมือกันทำงานมากขึ้น  พนักงานและทีมงานจะเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่มีความรู้มากขึ้น (knowledge workers) เพราะเดี๋ยวนี้สามารถหาข้อมูลในเรื่องต่างๆ ได้ทั้งง่ายและเร็ว  การบริหารทีมงานที่มีความรู้ความสามารถจะเป็นเรื่องที่ยากขึ้น  เพราะคนเก่งเหล่านี้จะอยู่กับองค์กรไม่นาน นอกจากว่าจะมีผู้นำที่เก่งกว่า ท้าทายกว่า และเปิดโอกาสให้มากกว่า  ฉะนั้นการที่ผู้นำแห่งอนาคตเข้าใจศิลปะการบริหารทีมงานที่เก่งเลิศ (Talent Management) ให้มีประสิทธิผลสูงสุดต่อตัวผู้นำเองและองค์กร  การแบ่งปันถ่ายทอดความรู้  ความสามารถ และประสบการณ์ความสำเร็จของผู้นำเองต่อทีมงานเก่งๆ เหล่านั้น  จะช่วยเพิ่มคุณค่าและมูลค่าให้ผู้นำแห่งอนาคตโดดเด่นกว่าผู้นำอื่นๆ อย่างชัดเจน

 

เขียนโดย อิศราวดี ชำนาญกิจ

อ้างอิง 

บทความเรื่อง The Global Leader of the Future: New Competencies for a New Era โดย Marshall Goldsmith มิถุนายน 2551จาก http://www.leader-values.com/Content/ detail.asp?ContentDetailID=937

 

 


« Back



บทความเกี่ยวกับผู้นำและการบริหารจัดการ (Leadership and Management Article)

 

เรื่องของมด สะเทือนองค์กร
นานาสาระเกี่ยวกับการจัดการความรู้
ปัญหาในการจัดการทรัพยากรมนุษย์และแนวทางแก้ไข
การบริหารความเสี่ยงองค์กรโดยรวม
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
"ผู้นำ" กับการบริหารความเสี่ยงองค์กร
การพัฒนาภาวะผู้นำของหัวหน้างานสมัยใหม่
แข่งด้วยคน
พัฒนาภาวะผู้นำ...
การใช้ ICT พัฒนาและบริหารกำลังคน
การคิดแบบนักบริหาร
ผู้นำผ่านจอ
Talent People : คนที่มีความพิเศษ
บุคลิกของ "ผู้นำ" ที่น่าเชื่อถือ
ภาวะผู้นำและการเปลี่ยนแปลง
การปกครองบังคับบัญชาในทรรศนะความเป็นทหารอากาศ Latest Version
การสร้างคุณค่าให้ตรายี่ห้อ (Brand Management)
การสร้างธรรมาภิบาล (Good Governance)
การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management)
six sigma
การจัดการความเปลี่ยนแปลง (Change Management)
การบริหารความสามารถหลักขององค์การ (Core Competencies Management)
การเรียนรู้ในองค์การ (Learning Organization)
กระต่ายกับเต่า เวอร์ชั่นชีวิตจริง
ความล้มเหลวคือแม่ของความสำเร็จ
หลักการปกครองบังคับบัญชาและการสร้าง Airmanship ให้ นนอ.
7 อ. สำหรับการฝึกอบรมและปลูกฝังอุดมการณ์ให้กับ นนอ.
หลักการปกครองบังคับบัญชา นนอ.
ลักษณะของผู้นำคุณภาพ
แนวคิดในการสร้าง Smart Air Cadet
การฝึกผู้นำ กรม นนอ.รอ.รร.นอ.บศอ.
สาระจากสัมมนาการปกครองบังคับบัญชา
E - Learning