"สิ่งที่เราเคยเห็นว่าดีแล้วนั้น ความจริงมันยังทำให้ดีกว่าเดิมได้อีก"

ว่ากันว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เรารู้สึกเป็นสุข เวลาจะผ่านไปเร็วมาก แต่หากเราตกอยู่ในความทุกข์ แม้เพียงวินาที ก็เดินช้าเหมือนฟ้าแกล้งกัน

๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ครั้งแรกที่รู้จักกับ Ongkuleemarn (ตัวจริง)

ฉันเคยคิดว่า การเรียนวิชานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา ไม่ใช่วิชาที่ยาก ยิ่งฉันมาจากสาขาคอมพิวเตอร์ด้วยแล้ว ยิ่งไม่หนักใจเท่าไหร่

แต่ แต่ แต่ ... ผิดคาดค่ะ ผิดจริง ๆ เพราะงานแต่ละงานที่อาจารย์สั่งนั้น มันช่างทรมานจิตใจซะเหลือเกิน ไม่ใช่ว่าไม่ชอบหรอกนะ ชอบมากค่ะ ยิ่งถ่ายรูปยิ่งชอบ แต่มันมี "เวลา" มาเป็นตัวกำหนดนี่สิ ที่ทำให้ทรมานทั้งกายทั้งใจ

ตอนเรียนเหมือนจะสบาย ฟังเนื้อหาก็ไม่มีอะไรมาก ท้ายคาบนั่งดูคลิป เขียนความในใจ ส่ง แล้วก็กลับบ้าน

เวลาเรียนน่ะไม่ยาก แต่ข้อสอบนี่ไม่ง่ายเลยนะคะ ขอบอก !

สุดท้ายแล้ว ถามว่าได้อะไรไปจากวิชานี้บ้าง ... เยอะค่ะ เยอะมาก เชื่อมั๊ยคะว่า การเรียนที่ดูไม่มีอะไรแบบนี้ กลับเต็มไปด้วยสาระที่เราสามารถหยิบไปใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้

งาน (มหาโหด) ทุกงานที่ได้รับ ล้วนมีเหตุผลในการทำทั้งสิ้น

คลิป (เรียกน้ำตา) ทุกคลิปที่ได้ชม ล้วนแล้วแต่เป็นกระจกเงา สะท้อนให้มองสำรวจตัวเอง ส่วนใครจะเปลี่ยนแปลงกันได้แค่ไหนนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล

สำหรับตัวฉัน กระจกบานเก่าที่ฉันเคยใช้ส่องตัวเองทุกวันมันคงจะมัวหมอง ฉันคงลืมเช็ดไปนาน จนได้มองจากกระจกอีกบาน ถึงได้รู้ว่า "สิ่งที่เราเคยเห็นว่าดีแล้วนั้น ความจริงมันยังทำให้ดีกว่าเดิมได้อีก" เพียงแค่เราเปิดใจ ลองเปลี่ยนกระจก ลองหากระจกบานที่ใสสะอาดมาส่องดูบ้าง เผื่อจะได้เห็นอย่างที่ฉันเห็น

ขอบคุณอาจารย์ที่ทำให้ฉันเข้าใจคำนี้มากขึ้น "ครูไม่ใช่แค่สอนหนังสือ แต่ต้องสอนความเป็นคนให้เด็กด้วย"

๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๔ คาบเรียนสุดท้ายกับ Ongkuleemarn

๑ เดือนกว่า ๆ ที่มาตักตวงความมหัศจรรย์ไปจากอาจารย์ เหมือนว่าตักเท่าไหร่ก็ไม่หมด เติมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มสักที หรือเวลาที่มีมันจะน้อยเกินไปก็ไม่รู้ ...  "เวลา" ทำไมถึงเดินเร็วนัก

"ขอบคุณ" บ่อยแค่ไหน ก็คงไม่เพียงพอต่อสิ่งที่อาจารย์ทำให้กับพวกเรา มีเพียงสิ่งเดียวที่ฉันคิดว่าจะตอบแทนและทำให้อาจารย์ภูมิใจได้คือ

"ฉันสัญญาว่า ฉันจะเป็นครูที่ดี เป็นครูด้วยหัวใจ ด้วยจิตวิญญาณ"