แหงนหน้าปะทะเมฆ ฟ้าสวยเกินจินตนาการสำหรับฤดูฝนที่แปรปรวนเช่นนี้ ร้อนบ้าง หนาวบ้าง ฝนตกบ้าง ตามแต่อารมณ์ของธรรมชาติที่มนุษย์ได้เป็นผู้ลงมือกระทำทั้งทางตรงและทางอ้อม

เขียนบันทึก แหงนหน้าดู "เมฆ" ที่เสกสรร ... (หมายเลข ๑) ผ่านไปแล้ว

บันทึกเชิญชวนทัศนาเหล่าเมฆ ๆ อีกสักชุดนะครับ

 

 

เมฆภาพที่ ๑ ... เมฆอารมณ์นิ่มนวล ณ อาคาร Tops Supermarket ด้านหลังคือ ดอยสุเทพ-ปุย เชียงใหม่

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๓๗ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๒ ... เมฆที่เหมือนดาวหางฮัลเลย์พุ่งกลางท้องฟ้า เหนือเมืองเชียงใหม่

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๓๙ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๓ ... เหมือนใครเอาสีน้ำมันมาระบายบนท้องฟ้า ฉากหลัง คือ ดอยสุเทพฯ-ปุย เชียงใหม่ เช่นเดิม

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๐ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๔ ... อีกมุมหนึ่งของเมฆนิ่มนวลใจ

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๐ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๕ ... เมฆด้านหลังอาคารหลังนี้ มิได้ตกแต่งด้วยคอมพิวเตอร์ หากแต่เป็นธรรมชาติขนานแท้

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๑ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๖ ... เมฆดอกไม้บาน ตระการตา บนฟ้าเมืองเชียงใหม่

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๒ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๗ ... เมฆดูคล้ายทางช้างเผือก

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๓ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๘ ... อีกมุมของเมฆพุ่ง

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๔ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๙ ... เมฆฟุ้ง ๆ จรุงใจ

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๔ น.)

 

 

 

เมฆภาพที่ ๑๐ ... ยิ่งใกล้แสงสุดท้าย เมฆยิ่งมหัศจรรย์และแสดงปาฎิหาริย์

(๑๓ มิ.ย.๕๔ เวลา ๑๘.๔๕ น.)

 

 

............................................................................................................

 

ยามแดดร่ม ลมตก นกบินกลับ

อาทิตย์ลับ เหลี่ยมเขา และหินผา

อันชีวิต ก็เหมือน เมฆเลือนตา

หาใช่ฟ้า กำหนด ให้หมดกรรม

 

 

คุณค่าของเมฆ

คุณค่าของฟ้า

คุณค่าของชะตา

คุณค่าของหัวใจ

แล้วจะเหลือใคร

มา "ใส่ใจ" เรา ?

 

บุญรักษา ทุกท่าน ... นานัปปี ;)

 

............................................................................................................