"สิ่งที่ควรระวังในการซื้อบ้านจัดสรร" ช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผู้เขียนได้เงียบหายไป เนื่องจากมีภารกิจงานประจำในหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติซึ่งมากมายเหลือเกิน อีกอย่างต้องกลับไปดูแลที่อยู่อาศัย (บ้าน) ซึ่งได้ซื้อไว้เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน เกิดอาการหลังคารั่ว จึงทำให้ไม่ได้เข้ามาเขียนบทความใน Gotoknow ความจริงหลังคามั่นเริ่มรั่วบ้างแล้วตั้งแต่ในตอนต้น ๆ ที่ผู้เขียนได้ซื้อ แม้ใครบางคนอาจว่ามันเป็นเงินไม่มาก แต่สำหรับผู้เขียนคิดว่ามากสำหรับตัวผู้เขียน คือ ราคาประมาณ 1,070,000 บาท เมื่อเกือบ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งคุณค่าเงินในสมัยนั้น เรียกว่าก็แพงอยู่สำหรับเนื้อที่บ้าน 91 ตารางวา สำหรับวัสดุอุปกรณ์ ไม่ต้องพูดถึง เจ้าของโครงการเอาเปรียบผู้ซื้อมาก ๆ เช่น ก็อกน้ำ ก็เอายี่ห้อไม่ดีมาให้ สีที่ทาก็มีคุณภาพต่ำ ผู้เขียนจึงต้องนำมาเปลี่ยนในภายหลัง กระเบื้องก็เกรดต่ำ ครั้งแรก ๆ หลังคาก็รั่วบ้างแต่ยังไม่มาก เพราะฝนตกยังไม่ค่อยมากเท่าไร แต่สำหรับพอมาปีนี้ ฝนตกชุกมาตั้งแต่ต้นปีใหม่ เรียกว่า "ปีนี้ไม่มีหน้าร้อนเลย" หลังคาก็เริ่มรั่วมากขึ้น ๆ ช่วงที่ผ่านมา พ่อบ้านก็ได้ให้ช่างมาขึ้นทำหลังคาประมาณ 3 ครั้ง ก็ไม่สามารถแก้ไขรอยรั่วบนหลังคาได้ จนสุดท้ายพ่อบ้านเริ่มไม่ใส่ใจโดยไม่รู้จะแก้ไขอย่างไร?... ผู้เขียนก็ไม่ละความพยายาม คิดให้ช่างขึ้นหลังคาอีกครั้งเพื่อทำการอุดรอยรั่วบนหลังคา ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 จากการซื้อบ้านจัดสรร เพราะบ้านที่พรหมพิราม พ่อเป็นผู้สร้างให้นั้น เนื่องจากพ่อเป็นช่างไม้ ไม่เคยรั่วเลยสักครั้ง แม้เวลาจะผ่านมานานถึง เกือบ 20 ปี ก็น่าแปลกดี...เมื่อช่างขึ้นครั้งนี้ผู้เขียนบอกว่าให้ยาแนวตามหลังยาวหมดเลย เพราะเราไม่สามารถหาจุดรอยรั่วได้ ช่างก็ทำตามผู้เขียน...สุดท้ายช่วงที่ผ่านมาฝนตกหนักมาก ๆ ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า...ในครั้งนี้หลังคาบ้านไม่รั่วแล้ว...เรียกว่า "กว่าจะหาทางแก้ไข" กันได้...ก็ยังดีที่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้... เหตุที่ซื้อบ้านในครั้งแรกใช้วัสดุไม่ดีทำให้มีปัญหาต่าง ๆ เพราะการเอาเปรียบของผู้ขาย แม้แต่หน้าบ้านก็ไม่ทำฝ้าให้ ทำให้มีนกมาอาศัยทำรัง โดยทำรังไม่ทำรังเปล่า...ถ่ายเลอะเทอะอีกทำให้บ้านดูสกปรก ผู้เขียนก็เลยได้จังหวะ ไหน ๆ ทำหลังคาแล้วก็ทำฝ้าข้างหน้ากันไม่ให้นกมาทำรังได้...เรียกว่า "เหนื่อยครั้งเดียว" พ่อบ้านเคยบอกว่า ถ้าไม่ต้องการที่ตรงนี้จะไม่มาซื้อเป็นแน่แท้ เพราะบ้านที่ซื้ออยู่ใกล้กับบ้านเก่าที่อยู่พรหมพิราม ซึ่งทางผ่านสะดวกกว่าไปซื้อในเมืองพิษณุโลก... สภาพด้านหน้าซึ่งเจ้าของโครงการนำกระเบื้องมาตีแปะไว้ให้ ธรรมดา และไม่มีฝ้ามากั้นปิด ทำให้มีนกมาทำรังแถมถ่าย เลอะเทอะอีก... ซึ่งเป็นปัญหาหนักใจมาก ๆ เพราะเกรงเรื่องไข้หวัดนก พอตกเย็นหรือตอนเช้า ๆ จะมีนกมาเสียงดังจอแจมาก ผู้เขียนเลยตัดสินใจจ้างช่างมาแก้ไขเพื่อทำเพดานฝ้ากั้นปิด ไม่ให้นกมาทำรังอีก... ความที่โมโหเจ้าของโครงการซึ่งนำฝ้ามาแปะไว้ธรรมดา ผู้เขียนก็เลยจ้างช่างซื้อไม้ฝา ฯ มาเปลี่ยน ตกแต่งเพื่อให้ดูดีขึ้น ความที่ผู้เขียนเป็นคนรักสวย รักงาม จึงซื้อไม้แกะสลักมาติด ตามชายคาบ้านเพื่อทำให้ดูดีขึ้น... ถ่ายรูปขณะช่างดำเนินการทำให้ เรียกว่าพอเสร็จแล้วก็ทำให้บ้านดูดีขึ้นมาหน่อย สมกับราคา นิดหนึ่ง เมื่อครั้งแรกนั้นดูไม่สมราคาเลย... แต่ก็ต้องเสียเงินทำอีกประมาณ 27,000 บาท... ในช่วงที่ทำนี้ พ่อบ้านได้มอบหมายให้ผู้เขียนเป็นผู้ดำเนินการ ทั้งหมด เพราะพ่อบ้านต้องไปดูแลพ่อที่พรหมพิราม ครั้งแรก ผู้เขียนก็กลัวอยู่เหมือนกัน กลัวว่าช่างรับเหมาจะ ทำงานไม่สำเร็จ เพราะเห็นอยู่บ่อย ๆ ว่าช่างรับเหมาชอบหนีงาน ยังมีงานที่ต้องทำอีกเยอะสำหรับบ้านหลังนี้ ตอนนี้กำลังจะต่อเติม ด้านข้าง (ตรงป่ากล้วย) เพื่อให้กว้างขึ้น เพราะในอนาคต เจ้าตัวโตกลับจากเรียนจบก็จะต้องมาทำงาน + หลานสาวก็ต้อง เข้ามาอาศัยเพื่อเรียนต่ออีก...จึงคิดต่อเป็นห้องเพิ่มอีก 1 ห้อง และด้านหน้าก็คงปูกระเบื้องอีก...เป็นงานใหญ่มาก เหมือนกับ ต้องซื้อบ้านอีก 1 หลังเลยเชียวแหล่ะ... ภายในที่ทำเพดานฝ้าแล้ว (กันนกมาถ่ายเลอะเทอะ) เพราะ ไม่มีที่ให้เกาะทำรังอีกแล้ว... ทุก ๆ วัน ที่ยังไม่ได้ทำเพดานฝ้า จะได้ยินเสียงนกจอแจมาก ๆ สิ่งที่จะต้องทำต่อ คือ ปูกระเบื้องหน้าบ้าน กับต่อด้านข้างของ ตัวบ้าน...ช่วงนี้เหนื่อยทั้งงานประจำและงานบ้านจริง ๆ แต่ถ้าพูดถึงอนาคตก็จะสบาย... เรียกว่า "ทำเสียก่อน ตอนที่เรามีแรง"... สำหรับ การซื้อบ้านนั้น ต้องเลือกดี ๆ ให้คุ้มกับเงินที่เราต้อง เสียไป เพราะเจ้าของโครงการบางโครงการเอาเปรียบเรามาก ๆ เช่น บางครั้งจะเลี่ยงภาษี จะทำสัญญากับเรา เช่น เราซื้อในราคา 1 ล้าน กว่า ก็ทำสัญญาซื้อขายกับเราเพียง 4 - 5 แสนบาท เพราะเขาต้องการเลี่ยงภาษี...เท่านี้ก็ทำให้ทราบว่า ยังมีคนที่ ไม่ซื่อตรงกับประเทศชาติอีกมากเลยเชียวล่ะ ที่กระทำแบบนี้ และก็จะเกี่ยวพันไปถึงการประกันอัคคีไฟด้วย จึงขอเตือนผู้ที่เข้ามาอ่านว่า "ก่อนซื้อ คิดให้ดี ๆ จะได้ไม่เหมือน กับผู้เขียน" เป็นบทเรียนที่ราคาแพงมาก... "เราไม่เคยทำร้ายใคร แต่คนชอบมาคิดร้ายต่อเรา" ไม่ทราบเหมือนกันว่าทำไม?...คงเพราะความที่คิดจะเอาเปรียบ กระมัง...นี่คือ ความเป็นจริงในสังคมยุคปัจจุบัน...คนที่มีฐานะกว่า แต่ทำไมชอบเอาเปรียบคนที่มีฐานะที่ด้อยกว่า...ไม่เข้าใจ...
สวัสดีค่ะ คุณ บุษยมาศ
บ้านหนูก็บ้านจัดสรรเหมือนกันค่ะ
บ้านจัดสรร มีปัญหาเกือบทุกโครงการครับ
แม้กระทั่งโครงการที่อ้างตัวว่าเป็น "บ้านไม่บาน" ครับ
ต้องระวัง ตรวจสอบ ให้รอบคอบ ก่อนตัดสินใจวางเงินครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
เพราะยุ่งกับบ้านนี่เองถึงได้หายไประยะหนึ่ง
การซื้อบ้านต้องเริ่มดูแลและตรวจสอบตั้งแต่เริ่มต้นเลยค่ะ เพราะถ้าเกิดปัญหา
ขึ้นแล้วเขามักจะไม่รับผิดชอบ ที่บ้านก่อนตีฝ้าก็ให้ช่างเขาขึงตาข่ายก่อนเพื่อ
กันนกกันหนู แล้วก็ใส่แผ่นกันความร้อนอีกชั้นจึงจะตีฝ้า ก็หมดปัญหาไปเปลาะ
หนึ่ง สำหรับเรื่องหลังคาพอดีได้ช่างดีเลยไม่มีปัญหาหลังคารั่วซึม
เคยเห็นคนที่เขามีปัญหาเรื่องหลังคารั่วมากๆ ช่างแก้กันหลายครั้ง ทะเลาะกับ
ช่างก็หลายครั้ง จนสุดท้ายตัดสินใจรื้อออกหมดแล้วทำใหม่....เวรกรรม
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ...คุณวิมล 212...
...
สวัสดีค่ะ อ.นุ...
...
สวัสดีค่ะ...พี่ krugui...
...
สวัสดีค่ะ...คุณชำนาญ...
...
สวัสดีค่ะ...พี่คิม...
...
เรื่องปัญหาของหมู่บ้านจัดสรรที่หนูอยู่ก็มีบ้างนะคะ
แต่เล็กน้อยมีบ้างก็แก้ไขกันไป
ก็มันเป็นบ้านของเราแล้วนี่คะ
สวัสดีค่ะ...หนูวิมล 212...
...
ผมเคยจองบ้านศุภากรไพรเวมโฮม ไทรน้อย นนทบุรี เมื่อต้นปี 2554 บ้านเดี่ยว 3.2 ล้านบาท บ้านตัวอย่างก็ดูดี พนักงานขายก็ดี แต่พอบ้านเป็นรูปเป็นร่าง ก็เริ่มพบปัญหา กระเบื้อง อุปกรณ์ไฟฟ้า ฝ้าเพดาน แทบจะใช้ของที่ถูกที่สุดในท้องตลาด ช่างมุงหลังคาห่วยแตก ที่เลวร้ายที่สุดคือ เหล็กโครงหลังคาบางกว่าที่วิศวกรออกแบบ (แบบที่ขออนุญาตก่อสร้าง) ไว้ถึง 30-40 % เอามือโยกแปเบาๆ ก็อ่อนตามมือ ยังบอกว่าเป็นมาตรฐานของโครงการ ชุบสีกันสนิมแบบลวกๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทั้งเจ้าของโครงการและผู้ควบคุมงานไม่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพเลย เอาเปรียบผู้ซื้ออย่างมาก ตอนนี้ขอยกเลิกสัญญาไปแล้ว แต่ได้เงินคืนไม่ครบ