ปัจจุบันไม่ได้บังคับให้ผ่านการอบรมก่อนแต่งตั้งให้เป็นครูประจำกลุ่ม, สังกัดกระทรวงอื่นเบิกค่าสอนวิชาชีพในเวลาราชการ, ขอให้เป็นครูโดยยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ย้อนหลังได้, แนะนำหัวข้อย่อยในการทำผลงานภาค ค ครูผู้ช่วย
สัปดาห์นี้
ขอเลือกเรื่องที่คิดว่าน่าสนใจ มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
ดังนี้
1. ตลอดสัปดาห์นี้ ( 20-24 มิ.ย.54 )
ผมไปร่วมประชุมปฏิบัติการตรวจความถูกต้องและจัดชุดแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนที่
1/2554 หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 ของภาคกลาง
ที่โรงแรมริเวอร์วิวเพลส
โดยมีบุคลากรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ 6 คน คือ
1. น้ำฝน อรรถโสภา กับ 2. นวพร คุณีพงษ์ ( กศน.อ.พระนครศรีอยุธยา
) 3. จันทนา กิ่งพุฒิ ( กศน.อ.บางปะอิน ) 4. อลิสสา
บุญช่วย กับ 5. สิริวิชญา ทองสุข ( กศน.อ.บางปะหัน ) และ 6.
คือผม





( เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มิ.ย.54
ผมไปอบรมวิทยากรระดับเขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้ง
ส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ.2554 ที่โรงแรมวรบุรี
เพื่อมาทำหน้าที่เป็นวิทยากรอบรมเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้ง
(จพง.ปน.)
และเมื่อสัปดาห์ก่อน ผมก็ไปประชุมปฏิบัติการตรวจคุณภาพหนังสือเรียน
กศน. สำนักพิมพ์เอกชน ที่สำนักงาน กศน.ให้นำไปปรับแก้ไขต้นฉบับ
ระยะที่ 2 ครั้งที่ 3 ของปี 2554
ที่โรงแรมริเวอร์วิวเพลส
โดยมีบุคลากรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ 2 คน
คือ ผอ.วริศรา คำนึงธรรม ( ผอ.กศน.อ.ภาชี ) กับผม
2. วันที่ 20 มิ.ย.54 นราภรณ์
ดิษฐศรี จาก กศน.อ.บางซ้าย โทร.มาถามว่า
จะแต่งตั้งครูประจำกลุ่ม ต้องผ่านการอบรมก่อนใช่หรือไม่
กศน.อำเภอจัดอบรมครูประจำกลุ่มได้หรือไม่
ปัจจุบันนี้ แต่งตั้งครูประจำกลุ่มได้โดยไม่ต้องผ่านการอบรมก่อน
แต่ ให้มีการประชุมอบรมชี้แจงการดำเนินงาน
การจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตรฯ ตลอดจนแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้
และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจตรงกันและปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ
( ตามหนังสือที่ ศธ 0210.03/6452 ข้อ 4 ) โดย กศน.อำเภอ
จัดประชุมอบรมชี้แจงเองก็ได้ หรือจะรวมกลุ่ม กศน.อำเภอ
จัดประชุมอบรมชี้แจงร่วมกันก็ได้

3. เช้าวันที่ 22 มิ.ย.54
ข้าราชการครูจาก กศน.อำเภอ แห่งหนึ่ง โทร. มาถามผมว่า
ที่อำเภอนั้น
มีการทำเรื่องขออนุญาตเปิดสอนวิชาชีพระยะสั้นโดยใช้ชื่อคนหนึ่งเป็นวิทยากร
แต่เวลาสอนจริง
วิทยากรเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐสังกัดกระทรวงอื่น
โดยการสอนวิชาชีพครั้งนี้เป็นการสอนในเวลาราชการ
จะมีความผิดหรือไม่ ผมถามกลับว่า แล้ว ผอ.กศน.อำเภอ
เขาว่าอย่างไร ผู้ถามตอบว่า “ ผอ. เขาบอกว่า แล้วแต่ครู
กศน.ตำบล แต่ผม (ผู้ถาม) รับไม่ได้ ”
ผมตอบว่า
ในส่วนที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเบิกค่าสอนในเวลาราชการนั้น
บุคลากรส่วนราชการอื่น
สามารถสอนวิชาชีพในเวลาราชการและเบิกค่าตอบแทนได้ถ้าหน่วยงานเขาไม่ห้าม
( เช่น จนท.เรือนจำ ก็เบิกค่าสอนวิชาชีพในเวลาราชการ ) แต่
บุคลากรสังกัด กศน. ด้วยกัน จะเบิกค่าสอนในช่วงเวลาทำงาน
ไม่ได้

สำหรับในส่วนที่ว่า ชื่อวิทยากรเป็นคนหนึ่ง
แต่สอนจริงเป็นอีกคนหนึ่งนั้น การซิกแซกต่าง ๆ
ผมเองก็รับไม่ได้ แต่คน กศน.ส่วนใหญ่เขารับได้
คนที่รับไม่ได้ก็อาจเป็นแกะดำสำหรับ กศน.ไป
แนะนำให้โทร.ไปหารือ ผอ.สนง.กศน.จ.
4. วันที่ 22 มิ.ย.54
ผมแว่บจากการประชุมปฏิบัติการคัดเลือกข้อสอบ
ไปร่วมประชุมรณรงค์ส่งเสริมประชาธิปไตยให้คนไทยไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
รวมพลัง กศน.และ กกต. ที่ สนง.กศน.จ.อย.
ระหว่างที่นั่งประชุม ได้รับคำถามจากครู กศน.อ.พระนครศรีอยุธยา
ซึ่งนั่งอยู่ใกล้ ๆ ว่า เรียนจบหลักสูตร ป.บัณฑิตฯ 9
มาตรฐานวิชาชีพครูของคุรุสภา จาก มสธ. ( เริ่มเรียนก่อน 19 ส.ค.53
) จะทำเรื่องขอเป็นครูโดยยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู ย้อนหลัง
และใช้เวลาปฏิบัติการสอนที่ผ่านมาแล้ว
ในการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ได้หรือไม่
เรื่องนี้
การเรียนหลักสูตรนี้ของ มสธ. ถ้าสอนอยู่แล้วก่อนเรียน (
มีสัญญาจ้างระบุตำแหน่งครูผู้สอนหรือครูอัตราจ้างเท่านั้น
ส่วนตำแหน่งอื่น เช่น ครูพี่เลี้ยงเด็ก, นักวิชาการศึกษา, ครูธุรการ
เป็นต้น อย่างนี้ไม่ได้ )
เรียนจบทำแบบประเมินยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ โดย
กศน.อำเภอ ทำหนังสือถึงคุรุสภา เรื่อง
“ขออนุญาตปฏิบัติการสอนโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู”
ระบุชื่อของครูที่จะจ้าง ( ขอย้อนหลังได้ ) แนบไปด้วย
( แต่ถ้าไม่ได้สอนอยู่ พอจบ มสธ. จะขอได้เพียง
ใบอนุญาตปฏิบัติการสอน ต้องมีประสบการณ์สอนอีก 1 ปี
จึงขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้ )


5.
ขอแนะนำหัวข้อย่อยในการเขียนผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ย้อนหลัง
3 ปี เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นครูผู้ช่วย ภาค ค ดังนี้
ขอเสนอแนะเพียงว่า ให้พิมพ์แยกเป็น 5 หัวข้อเลย
เมื่อขึ้นหัวข้อใหม่ก็ขึ้นหน้าใหม่ หัวข้อละประมาณ 1-2 หน้า
ใช้ขนาดฟ้อนต์ 16-18 พ้อยต์ ( ถ้าใช้ขนาด 18 พ้อยต์แล้วไม่เกิน 10
หน้า ก็ใช้ขนาด 18 พ้อยต์เลย กรรมการจะได้อ่านง่าย ถ้าเกิน 10 หน้า
ก็ลดขนาดฟ้อนต์ เพื่อไม่ให้เกิน 10 หน้า ถ้าน้อยกว่า 5
หน้าก็เพิ่มขนาดฟ้อนต์ )
1) การทำงานมุ่งผลสัมฤทธิ์
ให้รายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ ในหัวข้อดังต่อไปนี้ (10 คะแนน
เขียนให้เห็นว่านำมาตรฐานการศึกษามาเป็นเป้าหมายการปฏิบัติงานทุกอย่าง)
- ความสามารถในการวางแผนการปฏิบัติงาน
- ความสามารถในการปฏิบัติงาน
- ความมุ่งมั่นในการปฏิบัติงานในหน้าที่ให้มีคุณภาพ ถูกต้อง
ครบถ้วนสมบูรณ์
- ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การนำนวัตกรรม/ทางเลือกใหม่ๆ
มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของงาน
- ผลการปฏิบัติงาน
- ความมุ่งมั่นในการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
2) การพัฒนาตนเอง พัฒนางาน
ให้รายงานการพัฒนาตนเองและพัฒนางาน ย้อนหลัง 3 ปี (2551-2553) (5
คะแนน ควรมีกาพัฒนาตนเองมากกว่า 3 ครั้ง/ปี)
-
ได้เข้ารับการอบรม/ประชุม/สัมมนา/อบรมคุณธรรมจริยธรรม/การจัดการเรียนการสอน
จำนวน................ครั้ง ดังนี้ ...
...
- การใฝ่รู้ใฝ่เรียน, ความฉลาดทางอารมณ์
- การสร้างแรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์
- การพัฒนาบุคลิกภาพของตนเอง
- ความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อการสื่อสาร
- การติดตามความเคลื่อนไหวทางวิชาการและวิชาชีพ
- การประมวลความรู้และนำความรู้ไปใช้
- การพัฒนาความรู้ใหม่ ๆ ทางการปฏิรูปการศึกษา
- การได้รับรางวัล/การชมเชย/การยอมรับ จากวงวิชาชีพ, ผู้บังคับบัญชา
และเพื่อนร่วมงาน
3) การจัดการเรียนรู้และพัฒนาผู้เรียน (10
คะแนน)
- การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การศึกษาต่อเนื่อง การศึกษาตามอัธยาศัย
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับ กลุ่มสาระการเรียนรู้
หรือรายวิชาตามที่สอน)
- จำนวนชั่วโมงที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้/สัปดาห์
-
ปฏิบัติหน้าที่ครูนิเทศ/ครูประจำวิชา/ครูประจำกลุ่มฯ/ครูสอนเสริม/ฯลฯ
- การวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
- การวิเคราะห์และแก้ปัญหา การพัฒนาผู้เรียน
- การรายงานผลการเรียนรู้
- การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้แก่ผู้เรียน
- การพัฒนาทักษะชีวิต สุขภาพกายและสุขภาพจิตของผู้เรียน
- การพัฒนาผู้เรียนที่มีความต้องการพิเศษ
- การปลูกฝังวินัยและความเป็นประชาธิปไตยให้แก่นักเรียน
- กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนที่รับผิดชอบ
- ความสามารถในเนื้อหาสาระที่สอน
-
ความสามารถในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
- ความสามารถในการใช้และพัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีสารสนเทศ
- ความสามารถในการวัด และประเมินผลการเรียนรู้
- หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเป็นพิเศษ(ถ้ามี)
( มีการจัดทำหน่วยเรียนแบบบูรณาการ โดยการบูรณาการทั้งภายในกลุ่มสาระ
บูรณาการแบบสหวิทยาการ และบูรณาการแบบองค์รวม
จนได้แผนการเรียนรู้แบบบูรณาการ
จำนวน...........................................หน่วยเรียน ดังนี้
...
การบริหารจัดการกลุ่มผู้เรียน
การพัฒนาการจัดการกลุ่มผู้เรียน
เพื่อให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้มีคุณภาพสูงขึ้น
และเสริมสร้างให้ผู้เรียนมีความดี เป็นคนเก่ง และมีความสุข
ดังนี้
1. ยึดหลักการมีส่วนร่วมของผู้เรียนทุกคน
2. ให้ความสำคัญในการจัดการเรียนระบบกลุ่มอย่างหลากหลาย
และเป็นธรรมในการเรียน
3. เสริมสร้างภาวะผู้นำให้แก่ผู้เรียน
โดยหมุนเวียนการเป็นหัวหน้ากลุ่มและการนำเสนอผลงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ
4. ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการสร้างบรรยากาศที่ดีในชั้นเรียน
และแหล่งเรียนรู้ในศูนย์การเรียน )
4) การดูแลช่วยเหลือผู้เรียน (5 คะแนน)
ให้รายงานผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนดังนี้
- การจัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน
- งานสนับสนุนวิชาการ
- การวิเคราะห์ความแตกต่างของผู้เรียนรายบุคคล
- การวิเคราะห์ปัญหาเพื่อหาทางช่วยเหลือ
- การแนะแนวและให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนทั้งกลุ่มดี กลุ่มเสี่ยง
และกลุ่มมีปัญหา
- การติดตามประเมินผลการแนะแนว และให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน
-
การจัดทำระบบเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้เรียน
5) ผลงานที่เกิดกับผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชน (20
คะแนน)
ให้รายงานผลการปฏิบัติงานที่เกิดกับผู้เรียนสถานศึกษา
และชุมชน ซึ่งเป็นผลการปฏิบัติงานที่ประสบความสำเร็จและภาคภูมิใจ
ดังนี้
- ผลที่เกิดต่อผู้เรียน (10 คะแนน
เขียนให้เห็นว่าเกิดผลต่อผู้เรียนโดยรวมมาก)
ก.
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน
ข. ผลการพัฒนาทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม
ค. ชิ้นงาน/ผลงาน ของผู้เรียนที่รับผิดชอบ ที่ปรากฏ
ง. ผลการพัฒนาการทางด้านอารมณ์ และจิตใจ ของผู้เรียน
- ผลที่เกิดต่อสถานศึกษา (5 คะแนน
เขียนให้เห็นว่าสถานศึกษา/หน่วยงานมีชื่อเสียงจากการกระทำของเรา)
- ผลที่เกิดต่อชุมชน (5 คะแนน)
การเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน
และผลที่เกิด
ขอรับรองว่าข้อมูลทั้งหมดดังกล่าวข้างต้นถูกต้องและเป็นความจริง
(ลงชื่อ)....................................ผู้เข้ารับการคัดเลือก
(.....................................)
วันที่.............................................
คำรับรองของผู้บริหารสถานศึกษา
ขอรับรองว่า.................................................................เป็นผู้มีความรู้ความสามารถและมีผลการปฏิบัติงานตามที่รายงานทั้งหมดดังกล่าวข้างต้น
ถูกต้องและเป็นความจริง
(ลงชื่อ)....................................ผู้รับรอง
(.....................................)
ตำแหน่ง...................................................
วันที่....................................................
พรบ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43 ...วรรค2 ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพควบคุม โดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ กรณีอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้....วงเล็บ (๕) ผู้ที่ทำการสอนในศูนย์การเรียนตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ หรือสถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย บุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น... วงเล็บ(๘) บุคคลอื่นตามที่คณะกรรมการคุรุสภากำหนด
พรบ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา1...วงเล็บ(๓) ศูนย์การเรียน ได้แก่ สถานที่เรียนที่หน่วยงานจัดการศึกานอกโรงเรียน....
1.ถามว่า เมื่อดูสาระสำคัญจากทั้งสอง พรบ. ครูประจำกลุ่ม และครู ศรช. ที่ทำการสอนที่ ศูนย์การเรียนชุมชน(กศน.ตำบล) ไม่ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม ใช่หรือไม่
2.ถ้าสอนที่ กศน.อำเภอ(ตามนโยบายฯไม่มีแล้ว) ต้องมีใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพควบคุม ใช่หรือไม่
3.กรณีที่ กศน.อ.เมืองสระบุรี ขออนุญาต เป็นไปตาม พรบ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มาตรา 43 วงเล็บ(๘) ใช้หรือไม่
คนขี้สงสัย
อ.สพจน์
ครับ
เรื่องนี้ ผู้เชี่ยวชาญคุรุสภา เคยตีความว่า การสอนในศูนย์การเรียนของ กศน. ถ้าสอนการศึกษาสายสามัญขั้นพื้นฐาน ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ถ้าสอนอย่างอื่นเช่นวิชาชีพระยะสั้นที่ไม่ได้ให้วุฒิทางการศึกษา ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
แต่ส่วนกลาง กศน. เช่น กจ. ตีความ ( เราเป็นสถานศึกษาสังกัด กศน. ต้องยึดตามส่วนกลางของเรานี้ ) ตามวงเล็บ 5 ว่า ครู กศน.ที่สอนในศูนย์การเรียนชุมชน ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ฉะนั้นจะเห็นว่า คุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครสอบเป็นครู ศรช. หรือพนักงานราชการตำแหน่งครูอาสาสมัคร หรือตำแหน่งครู กศน.ตำบล ที่ส่วนกลางกำหนดไว้นั้น ไม่มีกำหนดว่าต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และหลาย ๆ แห่ง ก็ไม่ได้ทำเรื่องขออนุญาตให้เป็นครูสอนโดยยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู อย่างที่ กศน.อ.เมืองสระบุรีทำ
แต่ในกรณีที่ ครู กศน. ต้องการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ( เอาไว้เผื่อจะสมัครสอบเป็นครูผู้ช่วยในอนาคต ) โดยต้องมีประสบการณ์ในการปฏิบัติการสอน 1 ปี จะต้องทำเรื่องขออนุญาตให้เป็นครูสอนโดยยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพครูครับ ( และคุรุสภาเขาก็จะอนุญาต เพราะเขาตีความตามที่ผมบอกข้างต้น )
เรียนท่านอาจารย์
อื.ม..ม... งั้นมั้งครับ...
ขอขอบพระคุณอ.เอกชัย สำหรับคำแนะนำ นะคะ
ขอบคุณ อ.เอก มา ๆ ค่ะ สำหรับความรู้ดี ๆ
เรียนถาม อาจารย์เอกชัย เรื่อง สอบครู กศน.ตำบล ถ้าเป็นครู กศน.ตำบล(พนักงานราชการ)อยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วจะไปสมัครสอบ ครู กศน.ตำบล ที่ต่างจังหวัดได้หรือเปล่า ค่ะ มีคนบอกว่าได้แต่ต้องลาออกจากที่เดิมก่อนจริงไหมค่ะ
เป็นครู กศน.ตำบล ( พนักงานราชการ ) อยู่ที่จังหวัดหนึ่ง ไปสมัครสอบครู กศน.ตำบลที่ต่างจังหวัด ได้ครับ ไม่ต้องลาออกจากที่เดิมก่อน สอบได้แล้วค่อยลาออก เงินเดือนก็เริ่มต้นใหม่
เข้าใจแล้วครับ
- อีกเรื่องหนึ่งอยากถามอาจารย์เอกชัย เรื่องการประกาศจ้างเหมางานห้องสมุดประชาชนอำเภอและจังหวัด ด้วยวิธีพัสดุ (ตามงบประมาณผลผลิตที่ 5 งบดำเนินงาน)
ผมเห็น กศน.อำเภอหลายแห่งจะประกาศในลักษณะการสอบคัดเลือกบรรณารักษ์อัตราจ้าง โดยกำหนดคุณสมบัติ วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ บางแห่งมีการสอบข้อเขียนด้วยที่สงสัยก็คือ การจ้างเหมางานห้องสมุดประชาชนฯ เป็นลักษณะการจ้างเหมาโดยใช้งบประมาณค่าใช้สอย(ค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้มางานบริการ ฯลฯ) ใช้ไหม แต่เวลาประกาศทำไมจึงเป็นการประกาศสอบคัดเลือก - ช่วยอธิบายที่ "บรรณารักษ์อัตราจ้าง" หมายถึงอะไร ? ผมว่าการประกาศส่วนนี้สร้างความคลาดเคลื่อนในวิชาชีพของน้องๆที่จบบรรณารักษ์ พอสมควร หลายคนคาดหวังว่าจะได้บรรจุเป็น พนักงานราชการ หรือลูกจ้างชั่วคราวเงินงบประมาณ...เมื่อ กศน.มีการสอบ พนก.ตำแหน่งต่างๆ น้องๆบรรณารักษ์กลุ่มนี้ จะขาดคุณสมบัติ - จึงอยากจะถามว่า
"จ้างเหมางานห้องสมุดประชาชนอำเภอและจังหวัด ด้วยวิธีพัสดุ" กับ "บรรณารักษ์อัตราจ้าง" เหมือนกันไหม และมีคุณสมบัติ หาก กศน.มีการสอบ พนก.ตำแหน่งต่างๆ (ในกรณีที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพควบคุม)
ตอบ อ.สุพจน์
เรื่อง "พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ" นี้ นโยบาย กศน. ไม่สอดคล้องกับระเบียบกรมบัญชีกลางนัก แต่ก็ไม่ถึงกับขัดแย้งกัน
ขอพูดถึงเรื่องชื่อตำแหน่งก่อน มีคนตั้งชื่อเรียกแตกต่างกันจนสับสน ที่จริง "บรรณารักษ์อัตราจ้าง" หรือ "จ้างเหมางานห้องสมุดประชาชนอำเภอและจังหวัด ด้วยวิธีพัสดุ" หรือ "บุคคลภายนอกจ้างเหมาบริการ" หรือ "เจ้าหน้าที่ห้องสมุดจ้างเหมาบริการ" หรือ ฯลฯ ก็คืออย่างเดียวกันครับ บางครั้งแม้แต่หนังสือราชการของ กจ. ยังเรียกว่า "บรรณารักษ์" เฉย ๆ ยิ่งทำให้เข้าใจผิดว่าหมายถึงข้าราชการตำแหน่งบรรณารักษ์
เมื่อเดือน ก.ค.53 กระทรวงการคลังส่งหนังสือเวียนด่วนมาก ถึงส่วนราชการต่าง ๆ สรุปได้ว่า
"ปัจจุบัน ส่วนราชการหลายแห่งได้ดำเนินการจ้างเอกชนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ( กศน. จ้างบรรณารักษ์เหมาจ่ายด้วยวิธีจ้างเอกชนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ) เพื่อปฏิบัติงานในลักษณะเช่นเดียวกับการจ้างแรงงาน ที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ผู้รับจ้างคิดว่าเป็นบุคลากรของรัฐ และเรียกร้องสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้เหมือนบุคลากรของรัฐ
ดังนั้นเพื่อลดปัญหาข้อโต้แย้ง จึงให้ส่วนราชการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีโดยเคร่งครัด ดำเนินการจ้างตามระเบียบพัสดุ ไม่ใช่ระเบียบลูกจ้าง
- จ้างดำเนินงานเฉพาะโครงการหรือเฉพาะครั้งคราวที่มีความจำเป็นเพื่อเสริมการ ปฏิบัติงานในหน้าที่ปกติของส่วนราชการ ไม่จำเป็นต้องจ้างเต็มปีงบประมาณ และมิให้ทำสัญญาจ้างในลักษณะต่อเนื่อง
- อัตราค่าจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายตามวุฒิการศึกษา แต่ให้เป็นอัตราค่าจ้างปกติทั่วไปที่เป็นที่ยอมรับว่าเหมาะสมกับงานนั้น โดยให้คำนึงถึงอัตราค่าจ้างขั้นต่ำและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ด้วย
- ไม่ถือเป็นบุคลากรของรัฐที่จะมีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ จากทางราชการ แต่เป็นเพียง "ผู้รับจ้างทำของ" ผู้ว่าจ้างไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องนำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม แต่ผู้รับจ้างสามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนได้ตามมาตรา 40 ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 และที่แก้ไขเพิ่มเติม "
( สำนักงาน กศน. ส่งหนังสือกระทรวงการคลังฉบับนี้มาให้ทุกจังหวัด ตามหนังสือสำนักงาน กศน. ที่ ศธ 0210.117/2782 ลงวันที่ 9 ส.ค.53 และ สนง.กศน.จ.อย. ก็ส่งหนังสือนี้ต่อให้ทุกอำเภอ แต่เนื่องจากหนังสือมันยาว หลายอำเภอจึงอ่านไม่เข้าใจ )
และ ถึงแม้ว่า กระทรวงการคลังจะบอกว่า อัตราค่าจ้างไม่จำเป็นต้องจ่ายตามวุฒิการศึกษา แต่สำนักงาน กศน. ก็จัดสรรเงินค่าจ้างให้ตามวุฒิปริญญาตรี และยังมีนโยบายให้จ้างสาขาบรรณรักศาสตร์หรือสารสนเทศศาสตร์อีกด้วย ( ก็ไม่ผิด เพราะกระทรวงการคลังแค่ใช้คำว่า "ไม่จำเป็น" )
การที่หลายอำเภอ "ประกาศสอบคัดเลือก" พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการนั้น จริง ๆ แล้วไม่ถูกต้อง แต่เป็นเพราะทำตามกันมานาน และไม่เข้าใจหนังสือกระทรวงการคลังฉบับที่ผมบอก ( แต่ถ้าการสอบคัดเลือกนั้น เพิ่มเติมขึ้นมาเพื่อหาคนที่เหมาะสม นอกเหนือจากการดำเนินการจ้างตามระเบียบพัสดุ ก็คงไม่เป็นไร ปกติแค่ดำเนินการตามระเบียบพัสดุในลักษณะเดียวกับการจ้างพนักงานรักษาความปลอดภัยก็พอ ปีหน้าถ้าเงินเดือนขึ้นเป็น 8,700 บาท และถ้าทำสัญญจ้างเป็นปี วงเงินเกิน 100,000 บาท จะให้ถูก ต้องจ้างโดยวิธีสอบราคา การค้ำประกันสัญญาต้องใช้เงินไม่ใช่คนค้ำ )
อย่างไรก็ตาม นโยบาย กศน.เรา ให้สิทธิ์พนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการนี้ สมัครสอบเป็นพนักงานราชการได้นะ ตอนนี้กำลังจะรับสมัครพนักงานราชการตำแหน่งครู กศน.ตำบล ในหลายจังหวัด เขาก็มีสิทธิ์สมัครสอบ ( แต่ในกรณีที่ ครม.ให้ปรับสถานภาพครู ศรช. เป็นพนักงานราชการนั้น ต้องเป็นครู ศรช.จึงจะมีสิทธิ์ ) รวมทั้งมีสิทธิ์สมัครสอบเป็นครูผู้ช่วยถ้ามีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
ชัดเจนมาก เข้าใจแล้วครับ ขอบคุณพี่เอกที่น่ารัก - จริงๆแล้วปัญหาที่ผมถาม คน กศน.ส่วนใหญ่คงเข้าใจและมีคำตอบอยู่แล้ว แต่ผมไม่ทราบจริงๆ เคยถามท่านอื่นก็ให้คำตอบที่ยังไม่ชัดเจน - ขออภัยด้วยสำหรับท่านอื่นที่ทราบดีอยู่แล้ว แล้วจะถามอีก ถ้ามีเรื่องสงสัย
จะตอบอีกถ้ารู้คำตอบ ถ้าผมไม่รู้คำตอบก็แล้วไปนะ
ขอบคุณค่ะ
ต้องขอขอบพระคุณมากๆครับผมติดตามข้อมูลทางเว็บมานานแล้วครับ ข้อมูลทางเว็บเป็นประโยชน์มากครับสำหรับการนำไปปรับใช้เป็นแนวทางในการทำงานของครูกศน.มากครับผม
ขอขอบคุณในคำแนะนำ สามารถนำไปใช้ได้ค่ะ
มีปัญหามาถามอีกแล้ว
1. ก.ค.ศ กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สำนักงาน กศน. ไว้ว่ายังงัยครับ - ที่สงสัยตาม มาตรา 30 พรบ ข้าราชการครูฯ 2547 กำหนดคุณสมบัติเป็นข้อๆ ไว้13ข้อ เช่น วงเล็บ 1 มีสัญชาติไทย 2 มีอายุไม่ต่ำกว่า สิบแปดปีบริบูรณ์...แต่คุณสมบัติด้านคุณวุฒิการศึกษา - กรณีรับสมัครครูศรช. ว่าจบระดับ สาขา ไม่เห็นกำหนด น้องบรรณฯจ้างเหมาสมัครได้ไหม
2.ถามกันมากเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร ผอ.กศน.อำเภอ และผอ.กศน.จังหวัด ว่า บรรณารักษ์ชำนาญการ, ชำนาญการพิเศษ มีคุณสมบัติครบถ้วนสมัครได้ไหม - ช่วยอธิบายที
บรรณารักษ์ชำนาญการ = ครูที่มีวิทยฐานะชำนาญการหรือดำรงตำแหน่งอื่นที่กคศ.เทียบเท่า(ตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอาจารย์ 2 รับเงินเดือนในระดับ7)
ตอบ อ.สุพจน์
1. ปัจจุบันครู ศรช. กับ ครู กศน.ตำบล ไม่เหมือนกันนะ จะถามเรื่องไหนแน่
"ครู ศรช." ไม่ เกี่ยวกับ ก.ค.ศ. เลยครับ ครู ศรช. ต้องมีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน กศน. ( กลุ่มพัฒนา กศน. + กลุ่มส่งเสริมปฏิบัติการ ) กำหนด ซึ่งกำหนดไว้เพียงว่าวุฒิปริญญาตรี ( เพื่อให้สอน ม.ปลายได้ ) ปกติใครวุฒิปริญญาตรีก็สมัครได้ ( แต่บางจังหวัดไปกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเอง เช่นต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู )
ส่วนพนักงานราชการตำแน่ง "ครู กศน.ตำบล" นั้น รุ่นใหม่กำหนดคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งว่า "มีวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ที่ ก.ค.ศ.กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน." ใครก็ตามที่คุณสมบัติครบ ( ไม่ว่าจะเป็นพนักงานห้องสมุดจ้างเหมาบริการ หรือบุคคลภายนอกทั่วไป ) ก็สมัครได้ ใครก็ตามที่คุณสมบัติไม่ครบ ( แม้ว่าจะเป็นครู ศรช. อยู่แล้ว ) ก็สมัครไม่ได้ ส่วนวุฒิใดบ้างที่ ก.ค.ศ.กำหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะฯนั้น งานบุคลากรของ สนง.กศน.จ. เขาจะมีเอกสารเป็นเล่ม ๆ เลย เพราะเขาต้องใช้ตรวจเวลารับสมัครสอบคัดเลือกครูอาสาสมัคร ( กำหนดคุณสมบัติอย่างนี้เหมือนกัน ) แต่เอกสารนี้ก็สับสนเพราะวุฒิที่ ก.ค.ศ.กำหนดให้เป็นคุณสมบัติฯนี้มีเป็นร้อยเป็นพัน และก็แจ้งเพิ่มมาเรื่อย ๆ จังหวัดไหนเอามารวมไว้ด้วยกันไม่หมดก็จะสับสน ลองเข้าไปดูที่ http://203.146.206.27/qualify52_v1/view_eduall_list.php ก็ได้ เข้าไปแล้วเลือกค้นหาโดยฟิลด์สถานศึกษา ใส่ชื่อมหาวิทยาลัยในช่องว่าง แล้วคลิกค้นหา ก็จะโชว์วุฒิที่ ก.ค.ศ.กำหนด ( อาจมีหลายหน้า ให้คลิกดูทีละหน้า )
2. ก.พ. เขาอาจเทียบตำแหน่งบรรณารักษ์ชำนาญการไว้ระดับเดียวกับครูชำนาญการ แต่การเทียบของ ก.พ.นี้ เป็นคนละเรื่องกับการเทียบตำแหน่งเพื่อเป็นคุณสมบัติเฉพาะในการกำหนดตำแหน่ง นะครับ คุณสมบัติเฉพาะของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษานั้น ก.ค.ศ.ไม่ได้กำหนดให้บรรณารักษ์ชำนาญการเทียบเท่าครูชำนาญการหรือ อาจารย์ 2 ระดับ 7 แต่ ก.ค.ศ.กำหนดว่า "ถ้าเป็นบุคลากรทางการศึกษาอื่น ต้องมีประสบการณ์การบริหารไม่ต่ำกว่าหัวหน้ากลุ่มมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี" ซึ่งตำแหน่ง "บรรณารักษ์" ไม่ใช่หัวหน้ากลุ่ม และ “หัวหน้ากลุ่ม” ที่ กศน.อำเภอแต่งตั้ง ไม่ใช่หัวหน้ากลุ่มตามกฎหมาย ใช้ไม่ได้ครับ ฉะนั้นบรรณารักษ์ชำนาญการ หรือชำนาญการพิเศษ จึงสมัคร ผอ.กศน.อำเภอ และ ผอ.กศน.จังหวัด ไม่ได้
ขอโทษที - ครู กศน.ตำบล ที่ได้รับเกลี่ยอัตราจาก สำนัก ที่จะเปิดรับสมัคร 4 -10 กค 54 นี้ ครับ
เข้าใจแล้วครับ - ชัดเจนที่สุด clear clear - ขอบคุณมาก
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆๆค่ะ