ร่างกายนี้ … เพื่อเธอ
ที่ห้องพยาบาล เมื่อฉันพูดย้ำกับพนักงานเรื่องออกกำลังกาย แทบทุกครั้งจะต้องเจอประโยคยอดฮิต
ทำงานทุกวัน เหงื่อท่วมตัว อย่างนี้ยังไม่เรียกว่าออกกำลังอีกหรือ
เหนื่อยแทบตาย กลับถึงบ้านตาก็จะปิดอยู่แล้ว จะออกกำลังกายยังไงไหว
ทำงานแทบทุกวัน แถมยังมี OT อีก วันหยุดก็ธุระเยอะไปหมด ไหนจะต้องดูลูกอีกล่ะ เพลียจะตาย เวลานอนยังแทบจะไม่มี จะหาเวลาที่ไหนไปออกกำลัง …
ทุกประโยคต่างก็บอกถึงเหตุผลที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย หรือบ่งบอกถึงความเข้าใจว่า ออกกำลังกายทุกวันเพียงพออยู่แล้ว ความคิดที่ว่านั่นถูก … หรือผิด
การทำงาน ใช้แรงกายจนเหนื่อยทุกวัน ใช่การออกกำลังกายจริงหรือ
การทำงานที่ใช้แรงจนเหนื่อย ทำให้หัวใจและปอดถูกกระตุ้นให้ทำงานเต็มที่เพื่อสร้างเสริมพลังงานให้ร่างกาย ถ้ามองมุมนี้ก็ ใช่ การทำงานคือการออกกำลังกายของหัวใจและปอด ทว่า … สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างการทำงานกับการออกกำลังกาย คือ ความเครียด
การทำงานใช้แรงกาย มีเป้าหมาย มีกำหนดส่ง/มอบงานเป็นตัวบังคับให้ต้องทำให้เสร็จ แน่นอนหัวใจและปอดต้องทำงานมากขึ้นเพื่อให้สร้างพลังงานให้เพียงพอกับการใช้งาน แต่ … บางทีอาจถูกกระตุ้นให้ใช้งานเกินความสามารถจริง เกินความจำเป็นสำหรับภารกิจนั้นๆ เพราะมี ความเครียด ความกังวล ร่วมด้วย นี่เป็นคำอธิบายเดียวกับที่ว่า การเล่นกีฬา ต่างจาก การออกกำลังกาย โดยเฉพาะการเล่นกีฬาเพื่อแข่งขัน
ในขณะที่การออกกำลังกาย มีการใช้แรงกายอย่างต่อเนื่อง ทว่าเป็นการใช้แรงกายในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีความสนุกสนาน สดชื่นแฝงอยู่ เพราะไม่มีเป้ากำหนดบังคับ ทำให้สามารถออกกำลัง หยุดพักได้ตามความสามารถจริง
ในคนทำงานที่ต้องใช้แรงกายมากอยู่แล้ว การออกกำลังกายของคนกลุ่มนี้น่าจะใช้ในรูปแบบการ ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อที่เกร็งตึงค้างปัญหาที่จะเกิดตามมาอย่างง่ายที่สุดคือ การสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้เมื่อออกแรงผิดท่ากระทันหันมีโอกาสที่จะบาดเจ็บได้สูง
อย่างที่สองที่จะเกิดตามมาคือ ปัญหาการบาดเจ็บต่อกระดูกกล้ามเนื้อหลอดเลือดและระบบประสาท ซึ่งมีตั้งแต่ การเกิดข้อต่อล็อคค้างจากพังผืด เช่น นิ้วล็อค อุโมงค์ข้อมือ เป็นต้น ปวดศีรษะ เบ้าตา การตึงของกล้ามเนื้อสะบัก “ตกหมอน” และปัญหาที่รุนแรงที่กังวลกันมากที่สุดคือ หมอนรองกระดูกเคลื่อน ซึ่งเกิดจากแรงดึงของกล้ามเนื้อสองด้านไม่เท่ากัน ทำให้กระดูกสันหลังไม่อยู่ในแนวกลาง เกิดการผลักให้หมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นประสาท เป็นต้น ซึ่งสามารถเกิดได้ตลอดแนวของกระดูกสันหลังตั้งแต่คอจนถึงก้นกบ
อีกอย่างหนึ่งที่แม้จะเกิดไม่บ่อยแต่ก็ควรเฝ้าระวังคือ กล้ามเนื้อที่เกร็งตึงค้างทำให้หลอดเลือดถูกบีบรัด ทำให้ไหลเวียนได้ไม่สะดวก และอาจหยุดไหลได้ในบางขณะ สิ่งที่ตามมา คือ เลือดที่ไหลเวียนช้าจนเกือบหยุดนิ่งในบางครั้ง ก็จะเกิดการตกตะกอนของเลือด เป็นลิ่มเลือด ซึ่งอาจจะไหลไปอุดตันหลอดเลือดที่ใดก็ได้
ครั้งหนึ่ง พ่อฉันเคยมีอาการเหนื่อยง่าย ทั้งๆ ที่ท่านเป็นคนออกกำลังกายด้วยการเดิน วิ่งทุกเช้าเป็นประจำมากว่า 20 ปี เมื่อพาไปพบคุณหมอโรคหัวใจ หนึ่งในคำถามทึ่คุณหมอถามคือ เป็นตะคริวที่ขาบ่อยไหม ซึ่งคุณพ่อยอมรับด้วยสีหน้างงๆ ว่าเป็นตะคริวบ่อย คุณหมออธิบายว่า หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณขานั้นคือเลือดที่จะไหลเวียนกลับหัวใจ ถ้าใช้งานขามากเกินไปจนเกิดเป็นตะคริวบ่อยๆ แสดงว่าน่าจะมีการตกตะกอนของลิ่มเลือด ซึ่งจะไหลไปอุดตันหลอดเลือดหัวใจได้ และเมื่อส่งตรวจสวนหัวใจ (cardiac cath) ก็พบมีการอุดตันหลอดเลือดหัวใจจริง จึงต้องส่งทำบอลลูนเพื่อขยายหลอดเลือด พร้อมได้รับคำแนะนำให้หมั่นยืดคลายกล้ามเนื้อ ดื่มน้ำเรื่อยๆ เพื่อลดโอกาสการเกิดลิ่มเลือด ได้รับยาละลายลิ่มเลือดมารับประทาน และตรวจติดตามเป็นระยะ คุณหมอบอกว่า หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างนั้นเรียกอีกชื่อว่า “หัวใจที่สอง”
ในส่วนของคนทำงานนั่งโต๊ะ หรือที่เรียกกันติดปากว่า พนักงาน office กลุ่มนี้มีโอกาสที่จะใช้แรงกายค่อนข้างน้อย จึงควรออกกำลังกายประเภทแอโรบิค เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของหัวใจและปอด เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงความยืดหยุ่นของหลอดเลือด
ทั้งการออกกำลังกายในรูปแบบของการยืดเหยียด และการออกกำลังกายในแบบแอโรบิค ผลที่ได้นอกจากสร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจและปอด คืนความแข็งแรง ยืดหยุ่นให้กับกล้ามเนื้อแล้ว ยังมีผลในด้านจิตใจจากการหลั่งของฮอร์โมนเอนโดรฟินส์ ทำให้จิตใจเกิดภาวะสงบ ผ่อนคลาย ซึ่งเป็นผลให้ร่างกายและจิตใจได้รับการดูแลทั้งการบริหาร และการพักผ่อนอย่างสมบูรณ์
ไม่มีเวลาออกกำลังเพราะเหนื่อย ไหนจะภารกิจเรื่องลูกเรื่องครอบครัวรัดตัว ทำงาน OT แทบจะทุกวัน …
ในสารคดี “คนค้นฅน” ตอนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน พิธีกรได้ไปสัมภาษณ์หญิงชายชราคู่หนึ่งที่อยู่กันเพียงลำพัง ไม่มีลูกหลานคอยดูแล ทั้งสองเป็นคนหาเช้ากินค่ำ เก็บผัก หญ้าไปขาย ภรรยาเป็นอัมพาตลุกนั่ง เดินไม่ได้ มาหลายปี ภาระในการดูแลตัวเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหาร การขับถ่าย การอาบน้ำ รวมถึงการหาเลี้ยงครอบครัวตกอยู่บนบ่าของคุณลุงแต่เพียงผู้เดียว ชีวิตประจำวันของคุณลุงนอกจากจะต้องทำงานหาเงินแล้ว ยังต้องคอยดูแลภรรยา คอยหุงหาอาหาร ป้อนอาหารให้กิน เช็ดตัว ซักผ้า คอยดูแล พลิกตัวให้เป็นระยะ... เวลาจะไปทำงาน ถ้าฝากเพื่อนบ้านไม่ได้ก็ต้องหอบหิ้วคุณป้าขึ้นรถเข็นที่ผูกติดกับมอเตอร์ไซด์ไปด้วย กระทั่งเวลานอนก็ต้องคอยฟังเสียงหายใจสะดวกมั้ย คอยลุกมาพลิกตัว คอย … เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง แต่ทุกครั้งที่พอจะมีเวลาปลีกตัวได้ แม้เพียงไม่กี่นาที คุณลุงจะใช้เวลานั้นในการออกกำลังกาย พักผ่อน เมื่อไม่สบายเล็กน้อยก็จะรีบดูแลตัวเอง ไปพบแพทย์ทันที คำอธิบายของคุณลุงคือ ต้องคอยดูแลร่างกาย ดูแลสุขภาพไว้เสมอ เพราะถ้าไม่สบายไปเสียอีกคน ใครจะดูแลครอบครัว ดูแลคุณป้า
ร่างกายที่เราใช้อยู่ ณ เวลานี้ ใช่ของเราจริงหรือ เพราะมีพ่อแม่ถึงมีเรา เพราะพืชผักนานาชนิด สัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมู ไก่ ปลา อื่นๆ อีกกี่ชนิด กี่ชีวิตที่สิ้นชีวิตเพื่อบำรุงร่างกายของเรา
ถ้าเราเจ็บป่วยหรือเป็นอะไรไป ไม่ได้มีแต่เราที่เสียใจ ที่เป็นทุกข์ พ่อแม่ ครอบครัวต่างก็ต้องเสียใจ ต้องเป็นทุกข์ไปกับเรา แถมยังอาจต้องเดือดร้อนเพราะกระทบต่อค่าใช้จ่าย เป็นภาระให้ครอบครัวอีก
ในการทำงานพยาบาลประจำห้องพยาบาลบริษัทฯ ด้วยปัญหาขาดแคลนพยาบาลทำให้หลายๆ ครั้งที่ฉันต้องขึ้นเวรปฏิบัติงานต่อเนื่อง ขึ้นเวรเช้าต่อด้วยเวรดึกและต่อด้วยเวรเช้าของอีกวัน แม้ว่าเวรดึกจะเป็นเวรที่สามารถนอนพักผ่อนได้บ้าง แต่ก็นอนหลับไม่สนิทเพราะกังวลกับการเรียกของพนักงาน กลัวจะไม่ตื่น และบางวันก็ทำงานแทบจะทั้งคืน วันนี้ฉันเพิ่งกลับถึงบ้านเมื่อตอนเช้า หลังจากขึ้นเวรเช้าต่อด้วยเวรดึก เมื่อคืนมีพนักงานมารับการรักษาที่ห้องพยาบาลเมื่อตอนเที่ยงคืน ภายหลังเธอหลับพักไปราว 2 ชม. ฉันได้ไปปลุกเธอเพื่อให้กลับไปทำงานต่อ สีหน้าของเธอดูคล้ายมีเรื่องกังวล ฉันจึงชวนเธอคุย เธอมีสารพัดปัญหาคาใจ ทั้งเรื่องสุขภาพ เรื่องการทำงาน เล่าวนไปวนมากว่าเธอจะรู้สึกดีขึ้นและลากลับไปทำงานก็เฉียดตี 5
เมื่อกลับถึงบ้าน ฉันก็ง่วนกับการเตรียมอาหาร กินแล้วรีบนอน ก่อนจะตื่นขึ้นตอนบ่ายด้วยอาการงัวเงียนิดๆ รีบจัดการกับงานบ้านเพราะพรุ่งนี้ต้องไปหาและอยู่ค้างคืนกับพ่อแม่ที่บ้านเพื่อดูแลท่านบ้าง ทำให้ไม่มีเวลาสำหรับภารกิจที่บ้าน แล้วมะรืนนี้ก็อาจต้องขึ้นเวรเช้า-ดึกอีก บ่าย 3 กว่าแล้วเมื่อภารกิจเสร็จสิ้น ท้องฟ้าหลัว แดดร่มลมตก คงเป็นเพราะเมื่อวานฝนตกวันนี้อากาศเลยออกจะครึ้มๆ ชวนให้นอนต่อ ขณะฉันกำลังลังเลว่าจะนอนดีหรือไปเดินออกกำลังกายที่ศาลากลางดี ฉันไม่ได้ไปเดินออกกำลังมาเกือบอาทิตย์แล้วเพราะต้องอยู่เวรแทนน้องกระทันหัน ด้วยความง่วงงุน ทำให้ฉันเอื้อมมือไปหยิบหมอนมาเตรียมจะนอนต่อ แต่แล้วภาพของคุณลุงในรายการ คนค้นฅน ก็ย้อนกลับมา … คุณลุงงัวเงียลุกขึ้นจากท่างีบหลับที่เตียง ชะโงกดูภรรยาเห็นว่าหลับสนิท ก็เดินย่องออกจากห้องมายืนแกว่งแขน ยืดเส้นยืดสายที่หน้าห้อง ทำให้ฉันชะงัก เปลี่ยนใจ ลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาให้หายง่วง หาอาหารเบาๆ รองท้อง เก็บข้าวของ เตรียมเสื้อผ้า น้ำใส่ถุงผ้าสะพายหลัง สวมรองเท้าผ้าใบ หันไปคว้าร่มบนชั้นวางของ ก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
ถ้าเรารักและเห็นความสำคัญของสิ่งใดก็ตาม เราจะ หาเวลา เพื่อสิ่งนั้นจนได้ในที่สุด
แม้ว่าจะทำได้เพียง 1-2 นาที หากเพียรทำต่อเนื่อง หรือขอแค่ได้ทำบ้าง ย่อมดีกว่าไม่ทำเลย
วันนี้ คุณมีเวลาออกกำลังกายหรือยัง ?